เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. : อัศวิน-ธรรมนัส-รักษ์กรุงเทพ เกี่ยวอะไรกันในศึกชิงเก้าอี้สนามท้องถิ่น

พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง

ในการแถลงข่าวเปิดใจครั้งแรกของ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) หลังยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2565 มีการเอ่ยถึงกลุ่ม "รักษ์กรุงเทพ" ว่าจะเป็นฐานกำลังสำคัญในการสู้ศึกเลือกตั้ง กทม. ในปี 2565 ที่มีเดิมพันเป็นตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) 50 เขต

คำถามที่เชื่อว่าหลายคนสงสัยก็คือกลุ่มรักษ์กรุงเทพนั้น เป็นใคร มาจากไหน

เหตุใด พล.ต.อ. อัศวินที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 แต่งตั้งให้มาดูแล กทม. พื้นที่สำคัญในทางการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน ตั้งแต่ปี 2559 ถึงไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. อีกครั้งในนามพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แต่กลับไปลงสมัครในนามอิสระ โดยมีเพียงกลุ่มการเมืองน้องใหม่หนุนหลัง

ทั้งที่ พปชร. เป็นพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงใน กทม. มาเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อปี 2562 ทั้งในส่วนของคะแนนดิบที่ได้มาถึง 791,839 คะแนน จากทั้งหมด 3,102,248 คะแนน คิดเป็นราว 1 ใน 4 ของทั้งหมด และจำนวน ส.ส. ที่ได้มาถึง 12 คน จากทั้งหมด 30 คน มากกว่า พรรคอนาคตใหม่ (พรรคก้าวไกลปัจจุบัน) และพรรคเพื่อไทย ที่ได้ ส.ส. พรรคละ 9 คนเท่ากัน

เหตุผลที่อัศวินไม่ลงในนาม พปชร.

มีกระแสข่าวมานานแล้วว่า พล.ต.อ. อัศวิน อยากจะเป็นผู้ว่าฯ กทม. ต่อ อีกสมัย

แต่คำถามที่หลายคนอาจสงสัยก็คือ เหตุใดเขาถึงลงสมัครในนามอิสระ ไม่ใช่ในนาม พปชร.

รายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand เคยวิเคราะห์และให้ข้อมูลไว้ตั้งแต่ปลายปี 2564 ว่า เหตุผลที่ พล.ต.อ.อัศวินไม่ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ใต้สังกัด พปชร. เกิดจากการประเมินว่า กระแสความนิยมของ พปชร. ใน กทม. ลดลงไปมากในช่วงหลายปีหลัง จึงต่อรองขอลงในนามอิสระ

แต่ถ้าลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. โดด ๆ โดยไม่มีทีมงานสนับสนุนเลย จะเสียเปรียบ จึงต้องไปอาศัยกลุ่มรักษ์กรุงเทพ ซึ่งเป็นทีมที่ทำงานในชุมชนต่าง ๆ ของ กทม. มายาวนาน และเตรียมลงสมัครเป็น ส.ก. ภายใต้หัวหน้าทีมคือ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ซึ่งยังติดล็อกเงื่อนไขห้ามเป็นรัฐมนตรี หรือ ส.ส. ในช่วง 2 ปี หลังพ้นตำแหน่ง ส.ว. เมื่อเดือน ก.ย.2563 จึงเตรียมลงเล่นการเมืองท้องถิ่น ในฐานะผู้ว่าฯ กทม. ก่อน

พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

แต่ภายหลัง พล.ต.อ. จักรทิพย์ประกาศถอนตัว พล.ต.อ. อัศวินจึงหันไปจับมือกับกลุ่มรักษ์กรุงเทพ ทำงานการเมืองด้วยกัน

โดยรายการเจาะลึกทั่วไทยฯ ถึงขนาดบอกว่า กลุ่มการเมืองนี้จะเป็น "อาวุธลับ" ของ พล.ต.อ. อัศวิน

จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังโดยบีบีซีไทยพบว่า ก่อน พล.ต.อ. จักรทิพย์จะถอนตัวจากการลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. "ด้วยเหตุผลบางประการ" ช่วงปลายปี 2564 เขาเริ่มส่งสัญญาณว่าจะลงการเมืองสนาม กทม. ด้วยการแจกจ่าย ส.ค.ส. ไปตามบ้านเรือนผู้อยู่อาศัยใน กทม. ตอนปลายปี 2563 และเริ่มเปิดแคมเปญ "จักรทิพย์คนทำงาน" ก่อนเทศกาลสงกรานต์ปี 2564 ใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่กลุ่ม รักษ์กรุงเทพ เปิดเพจเฟซบุ๊ก ที่ระบุวัตถุประสงค์ "รับฟังปัญหาข้อเสนอแนะจากประชาชนชาวกรุงเทพฯ ส่งตรงถึง พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง" อันแสดงให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ของทั้ง 3 ฝ่าย

ขณะที่ พล.ต.อ. อัศวิน (อดีตนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น - นรต. รุ่น 30) บอกว่า ในปี 2564 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ในฐานะนายตำรวจรุ่นน้อง (นรต. รุ่น 36) เคยรับราชการอยู่ด้วยกันที่กองปราบปราม เคยมาปรึกษาเรื่องการลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. อยู่หลายครั้ง

ตอนที่ถอนตัว พล.ต.อ. จักรทิพย์ ยังพูดกับ พล.ต.อ. อัศวินว่า "ผมหลีกทางให้พี่ดีกว่า"

นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า การจับมือกันระหว่าง พล.ต.อ. อัศวินที่ยังไม่มีฐานการเมืองระดับชุมชนสนับสนุน กับกลุ่มรักษ์กรุงเทพ ที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. รายเดิมถอนตัวไป จึงถือเป็นสถานการณ์ที่ "วิน-วิน" ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย

รักษ์กรุงเทพ เป็นใครมาจากไหน

คำอธิบายที่ พล.ต.อ. อัศวินพูดต่อสาธารณชนเกี่ยวกับ กลุ่มรักษ์กรุงเทพ ก็คือกลุ่มจิตอาสาที่มาช่วยงาน กทม. ซึ่งเดิมใช้ชื่อว่า "ชมรมคนรักคลองฝั่งธน" ที่ชักชวนเขาไปดูปัญหาคูคลองต่าง ๆ เพราะเห็นว่าสนใจงานด้านนี้ ตอนหลังคนฝั่งพระนครก็บอกว่า ตัวเองก็รักคลองด้วยเหมือนกัน จึงเปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น "ชมรมคนรักคลอง" (ตัดคำว่า ฝั่งธน ออกไป) และกลายมาเป็น "กลุ่มรักษ์กรุงเทพ" ในท้ายสุด

กลุ่มรักกรุงเทพ

ที่มาของภาพ, Facebook/รักษ์กรุงเทพ

โดยเขาอ้างว่า กลุ่มรักษ์กรุงเทพมีสมาชิกนับหมื่นคน

ตัวละครสำคัญของกลุ่มรักษ์กรุงเทพ ก็คือ นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ หรือ "ต่าย" ผู้กว้างขวางในพื้นที่คลองเตย ซึ่งมีตำแหน่งเป็นเลขาธิการของกลุ่มที่จะทำงานร่วมกับประธานกลุ่มประจำเขตต่าง ๆ ใน กทม.รวม 30 เขต

เมื่อ เม.ย. 2564 พล.ต.อ. อัศวินได้เซ็นคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ 966/2564 แต่งตั้งให้สุชัยเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเวลาเปิดตัวกลุ่มรักษ์กรุงเทพ

ที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงวิกฤตโควิด-19 กลุ่มรักษ์กรุงเทพถือเป็นมือไม้คนทำงานช่วยรับแจ้งและแก้ไขปัญหาให้กับคนใน กทม. โดยเฉพาะแคมเปญ "เจอ แจ้ง จบ" ที่นายสุชัยเข้าไปช่วยดำเนินการ พร้อมประกาศสนับสนุนให้ พล.ต.อ. อัศวินได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. ต่ออีกสมัย

นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ หรือ "ต่าย" ผู้กว้างขวางในพื้นที่คลองเตย

ที่มาของภาพ, Facebook/สุชัย พงษ์เพียรชอบ

คำบรรยายภาพ, นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ หรือ "ต่าย" ผู้กว้างขวางในพื้นที่คลองเตย

แต่บทบาทของนายสุชัย ก็ถูกนำไปผูกโยงกับนักการเมืองระดับชาติคนสำคัญที่ตกเป็นข่าวบ่อยครั้งในระยะเวลาหลังอย่าง คือ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ยกทีม ส.ส. 20 คนเข้าไปร่วมก่อตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย หลังถูกขับออกจาก พปชร. ซึ่งแหล่งข่าวภายใน กทม. บอกกับบีบีซีไทยว่า นายสุชัยมีบทบาทและความสำคัญ ระดับ "มือขวา" ร.อ. ธรรมนัส

ไม่เพียงเท่านั้น พี่ชายของนายสุชัย คือ นายสุธีร์ พงษ์เพียรชอบ หรือ "หมู" ก็เป็นเลขานุการส่วนตัวของ ร.อ. ธรรมนัสมายาวนาน มีหน้าที่ดูแลนัดหมายงานทางการเมืองและประสานงานกับสื่อ เวลาที่จะขอสัมภาษณ์อดีตรัฐมนตรีชื่อดังรายนี้

เมื่อบิดาของหมูและต่ายเสียชีวิตในปี 2563 ร.อ. ธรรมนัสขอเป็นเจ้าภาพการสวดพระอภิธรรมทั้ง 7 วัน และยังไปเป็นประธานในพิธีฌาปนกิจ

ความสัมพันธ์นี้ นำมาซึ่งความสงสัยของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางคนว่า หรือ ร.อ. ธรรมนัสจะสนับสนุน พล.ต.อ. อัศวินผ่านกลุ่มรักษ์กรุงเทพ ที่มีคนในครอบครัว "พงษ์เพียรชอบ" คอยดูแล

"เพื่อนตาย" ที่รู้จักกันมาตั้งแต่อายุ 18

หลังถูกขับออกจาก พปชร. พร้อม ส.ส.อีก 20 คน ร.อ. ธรรมนัสก็ไปก่อตั้งพรรคเศรษฐกิจใหม่พร้อมกับเปิดตัวพรรคเป็นครั้งแรกในพื้นที่คลองเตย เมื่อ 1 มี.ค.2565 ที่ผ่านมา

ระหว่างลงพื้นที่คลองเตยครั้งนั้น ร.อ. ธรรมนัสพูดถึงสุชัย ไว้ว่า เป็นเพื่อนกันคบกันมาตั้งแต่ยังไม่มีอะไร สร้างทุกอย่างมาด้วยกันถือเป็นเพื่อนตาย ครอบครัวของเขากับนายสุชัยถือเป็นครอบครัวเดียวกัน ระหว่างที่เขาไปทำการเมืองใหญ่ ต่ายก็ทำการเมืองท้องถิ่น อยู่ในพื้นที่คลองเตยตลอด

ความไว้วางใจของ ร.อ. ธรรมนัสต่อสุชัย ยังผูกโยงไปถึงเรื่องธุรกิจ เมื่อเขาให้ "เพื่อนตาย" รายนี้มาร่วมเป็นกรรมการบริษัทที่เป็นแหล่งรายได้หลัก คือ บริษัท ตลาดคลองเตย (2561) จำกัด ซึ่งได้รับสิทธิบริหารตลาดคลองเตย รวมถึงเป็นยี่ปั๊วขายสลากกินแบ่งรัฐบาลรายใหญ่ ตั้งแต่สมัยยังใช้ชื่อ บริษัท ลีเกิ้ล โปรเฟสชันแนล จำกัด ระหว่างปี 2552 - ปัจจุบัน

เมื่อ เม.ย. 2564 พล.ต.อ. อัศวินได้เซ็นคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ 966/2564 แต่งตั้งให้สุชัยเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเวลาเปิดตัวกลุ่มรักษ์กรุงเทพ

ที่มาของภาพ, Facebook/สุชัย พงษ์เพียรชอบ

คำบรรยายภาพ, เมื่อ เม.ย. 2564 พล.ต.อ. อัศวินได้เซ็นคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ 966/2564 แต่งตั้งให้สุชัยเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเวลาเปิดตัวกลุ่มรักษ์กรุงเทพ

ตอนที่ ร.อ. ธรรมนัสลาออกจากบริษัทนี้เพื่อไปรับตำแหน่งรัฐมนตรี เมื่อปี 2562 และให้ภรรยา (อริสรา พรหมเผ่า) หรือทีมงานมาเป็นผู้ถือหุ้นแทน เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรี-ส.ส. คนที่คอยดูแลบริษัทนี้ให้อยู่ก็คือสุชัย ทั้งในฐานะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้น

ด้านนายสุชัยให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทย ไม่ปฏิเสธสายสัมพันธ์กับ ร.อ. ธรรมนัสว่า รู้จักกันตั้งแต่อายุ 18 ปี โตมาด้วยกัน ทำธุรกิจด้วยกัน แต่ยืนยันว่าสายสัมพันธ์ของทั้งคู่ "ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมือง"

นายสุชัยซึ่งลงสมัคร ส.ก. เขตคลองเตย ในชื่อกลุ่มรักษ์กรุงเทพด้วย ยังกล่าวว่า เหตุที่เขามาลงสมัคร ส.ก. เพราะอยากพัฒนาท้องถิ่นให้ดีขึ้นเท่านั้น หาก ร.อ. ธรรมนัสอยู่เบื้องหลังกลุ่มรักษ์กรุงเทพผ่านเขาจริง เหตุใดไม่ดึงไปเล่นการเมืองระดับชาติไปเลย ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ของ พปชร. ตอนเลือกตั้งปี 2562 หรือเข้าไปเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคเศรษฐกิจใหม่

"ผมไม่คิดจะไปเล่นการเมืองระดับชาติ ต้องการทำการเมืองท้องถิ่น เพื่อพัฒนาพื้นที่ย่านคลองเตย และที่ผ่านมาคุณธรรมนัสก็ไม่เคยลงมาช่วยเดินหาเสียงเลยสักครั้ง" เลขาธิการกลุ่มรักษ์กรุงเทพกล่าว

นายสุชัยให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทย ไม่ปฏิเสธสายสัมพันธ์กับ ร.อ.ธรรมนัสว่า รู้จักกันตั้งแต่อายุ 18 ปี โตมาด้วยกัน ทำธุรกิจด้วยกัน แต่ยืนยันว่าสายสัมพันธ์ของทั้งคู่ "ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมือง"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายสุชัยให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทย ไม่ปฏิเสธสายสัมพันธ์กับ ร.อ. ธรรมนัสว่า รู้จักกันตั้งแต่อายุ 18 ปี โตมาด้วยกัน ทำธุรกิจด้วยกัน แต่ยืนยันว่าสายสัมพันธ์ของทั้งคู่ "ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมือง"

การลงสมัคร ส.ก.เขตคลองเตยของนายสุชัย ได้รับการสนับสนุนจากแกนนำชุมชนคลองเตยหลายคน โดยเฉพาะจากครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดวงประทีป ที่บอกว่า เหตุที่เลือกสนับสนุนนายสุชัย เพราะตลอด 6 ปีที่มาทำงานในพื้นที่ไม่เคยปฏิเสธความช่วยเหลือ โดยเฉพาะช่วงวิกฤตโควิด-19 ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ที่ทั้งช่วยหาวัคซีน หาเตียง และหาสิ่งของสนับสนุนชาวคลองเตย

ขณะที่ พล.ต.อ. อัศวินที่ปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่า ร.อ. ธรรมนัสไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มรักษ์กรุงเทพหรือการหาเสียงเป็นผู้ว่าฯ กทม. ของเขา เนื่องจาก ร.อ. ธรรมนัสเป็น ส.ส.พะเยา ไม่เชี่ยวชาญการเมืองในพื้นที่ กทม. ส่วนแหล่งทุนที่ใช้ในการหาเสียง ทั้งของเขาและกลุ่มรักษ์กรุงเทพ ก็มาจากผู้สนับสนุนรายอื่น ที่ไม่ใช่จากอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายนี้

โอกาสชนะเลือกตั้งของผู้ว่าฯ หน้าเดิม

พล.ต.อ. อัศวินอยู่ในลำดับที่ 5 ในผลสำรวจความนิยมเบื้องต้นในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ โพลธรรมศาสตร์ ที่เผยแพร่ช่วงต้นเดือน เม.ย. 2565 และอยู่ในลำดับที่ 3 จากการสำรวจโดยศูนย์สำรวจความคิดเห็น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หรือ "นิด้าโพล" ที่เผยแพร่ช่วงต้นเดือน มี.ค.2565

ทว่าตัว พล.ต.อ. อัศวินและทีมงานก็ยังมั่นใจว่าจะมีโอกาสคว้าชัยชนะได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. อีกสมัยได้ เพราะคะแนนนิยมที่ได้รับจากทั้ง 2 โพลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ (จาก 5.7% เป็น 9.3% ของโพลธรรมศาสตร์ และจาก 10.3% มาเป็น 11.7% ของนิด้าโพล)

poster

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

นักวิเคราะห์การเมืองบางคนระบุว่า ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ แม้หลายคนมองว่า ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ น่าจะมีคะแนนนำในฝั่งอนุรักษ์นิยม แต่แท้จริงแล้ว พล.ต.อ. อัศวินอาจน่ากลัวกว่าด้วยซ้ำ จากการทำงานเป็นผู้ว่าฯ กทม. ตลอด 5 ปีเศษที่ผ่านมา ที่ทั้งอาศัยกลไกราชการซึ่งวางคนเอาไว้แล้ว และการส่งคนไปฝังตัวในชุมชนอย่างยาวนาน

ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ของ พล.ต.อ. อัศวิน รวมถึงการเลือกตั้ง ส.ก. ที่กลุ่มรักษ์กรุงเทพ ส่งคนลงสมัครถึง 46 เขต ที่จะมีการลงคะแนนในวันที่ 22 พ.ค. 2565 นี้ จึงน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

เช่นเดียวกับคำถามที่ว่า ร.อ. ธรรมนัส พล.ต.อ. อัศวิน และกลุ่มรักษ์กรุงเทพ เกี่ยวพันกันอย่างไร

และความเกี่ยวพันนี้จะส่งผลไปถึงการเมืองภาพใหญ่ ที่จะมีศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ และจะมีการเลือกตั้ง ส.ส. เกิดขึ้นในระยะเวลาไม่ถึงปีข้างหน้า หรือไม่ และมากน้อยเพียงใด