ม.112 : ศาลอาญากรุงเทพใต้อนุญาตให้ รวิสรา เอกสกุล จำเลยคดีหมิ่นฯ ไปเรียนต่อเยอรมนี

ศาลอาญากรุงเทพใต้ ไต่สวนคำร้องของ น.ส.รวิสรา เอกสกุล จำเลย ในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการอ่านแถลงการณ์ภาษาเยอรมันในการชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี เมื่อปี 2563 และอนุญาตให้เดินทางไปเรียนต่อในเยอรมนีได้ตามที่ร้องขอ

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเปิดเผยว่า คำสั่งของศาลในวันนี้ (1 เม.ย.) สรุปได้ว่า จำเลยไม่เคยผิดเงื่อนไขการประกันตัว พยายามสอบจนได้ทุนไปศึกษาต่อ อย่างไรก็ดี มีการ กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม และห้ามเข้าร่วมการชุมนุมที่เสื่อมเสียต่อสถาบันฯ และให้ส่งผลการเรียนให้ศาลทราบในแต่ละภาคการศึกษา และตั้งผู้กำกับดูแล 3 คน พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งให้เพิกถอนหนังสือห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

น.ส. รวิสรา เป็นหนึ่งในผู้ที่อาสาออกไปอ่านแถลงการณ์ของกลุ่ม "ราษฎร" เป็นภาษาเยอรมัน ระหว่างการชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2563 โดยแถลงการณ์มีเนื้อหาเรียกร้องให้รัฐบาลเยอรมนีตรวจสอบการใช้อำนาจของกษัตริย์รัชกาลที่ 10 ในประเทศเยอรมนี

น.ส. รวิสรา ยื่นคำร้องขอเดินทางออกนอกประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ก.พ. จนถึงวันนี้ (1 เม.ย.) เธอได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้รวมทั้งสิ้น 7 ครั้ง เพื่อขอเดินทางออกจากราชอาณาจักรภายหลังได้รับทุนการศึกษาต่อระดับปริญญาโทจากศูนย์บริการแลกเปลี่ยนทางวิชาการเยอรมนี (DAAD) เมื่อต้นเดือน ก.พ.

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่าวันนี้ น.ส. รวิสรา แถลงต่อศาลว่า หากไปเรียนไม่ทันตามกำหนดในวันที่ 4 เม.ย. เธออาจถูกตัดสิทธิในทุนนี้ และไม่สามารถสอบชิงทุนนี้ได้อีกในปีหน้าแล้ว

การยื่นคำร้องครั้งล่าสุด น.ส.รวิสรา ได้ยื่นให้พี่สาวเป็นผู้กำกับดูแลที่เยอรมนี และเปลี่ยนตัวอาจารย์ที่เป็นนายประกัน

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ตั้งข้อสังเกตก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการยกคำร้องหลายครั้งที่ผ่านมา ซึ่งศาลระบุถึงเงื่อนไขประเด็นการรับรองเอกสารจากสถานทูตและการตั้งผู้กำกับดูแลจำเลย ทั้งในไทยและเยอรมนี โดยเปรียบเทียบกับจำเลยในคดีทางการเมืองของอดีตรัฐมนตรีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความจากศูนย์ทนายฯ ชี้ว่า กรณีของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และอดีตแกนนำคณะบุคคลที่เรียกตัวเองว่า "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" (กปปส.) ถูกศาลอาญาชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก จำคุก 6 ปี 16 เดือน จากคดี กปปส. และอยู่ระหว่างอุทธรณ์ แต่ปรากฏภาพอยู่ที่ต่างประเทศกับครอบครัว ขณะที่ คดีของ น.ส.รวิสรา "อยู่ระหว่างนัดสืบพยานในปี 2566 ศาลยังไม่มีคำพิพากษาว่าเธอผิดหรือถูก"

ผู้อาสาอ่านแถลงการณ์ถูกดำเนินคดี 112 และ 116

การชุมนุมที่หน้าสถานทูตเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2563 ซึ่งผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนจากแยกสามย่านเดินไปถึงหน้าสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีบนถนนสาทร หลังจากไปถึงในช่วงค่ำ ตัวแทนผู้ชุมนุมได้ยื่นจดหมายถึงสถานทูต และมีการอ่านแถลงการณ์ เรียกร้องให้สหพันธรัฐเยอรมนีตรวจสอบการใช้อำนาจของกษัตริย์รัชกาลที่ 10 ขณะพำนักอยู่ที่แคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยุบสภา

ผู้ร่วมชุมนุมที่มิใช่แกนนำได้ร่วมอาสาอ่านแถลงการณ์เป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาเยอรมัน

ต่อมาในช่วงปลายปี 2563 แกนนำและผู้อ่านแถลงการณ์ทั้งหมดซึ่งเป็นประชาชนทั่วไป นักศึกษา นักกิจกรรมทั้งสิ้น 13 คน ถูกตั้งข้อหาร้ายแรงตามมาตรา 112 ข้อหาหมิ่นสถาบันกษัตริย์ และมาตรา 116 ยุงปลุกปั่นกระด้างกระเดื่อง

อัยการสั่งฟ้องคดีนี้ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2564 และศาลอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยทั้งหมด โดยมีเงื่อนไขประการหนึ่ง คือห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรก่อนได้รับอนุญาตจากศาล

คำร้อง 7 ครั้ง กับเงื่อนไขประกันตัวคดี ม. 112

น.ส. รวิสรา ได้รับทุนจากศูนย์บริการแลกเปลี่ยนทางวิชาการเยอรมัน (DAAD) สำหรับโปรแกรมเฮลมุต-ชมิดท์ ในระดับชั้นปริญญาโท หลักสูตรมหาบัณฑิตด้านการจัดการในองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ณ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ออสนาบรีค สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งเป็นทุนให้เปล่า เมื่อต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา

ในเดือนเดียวกัน นายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมนี ได้ส่งหนังสือถึงรวิสรา เพื่อแสดงความยินดีที่ได้รับมอบทุนการศึกษาดังกล่าว หนังสือแสดงความยินดียังระบุด้วยว่า เอกอัครราชทูต เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การไปศึกษาต่อ ณ สหพันธรัฐเยอรมนีในครั้งนี้จะไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์กับตัวผู้ได้รับทุนเท่านั้น แต่จะยังเป็น การนำประโยชน์กลับมาสู่ประเทศของผู้รับทุนด้วยเช่นกัน

การยกคำร้องครั้งที่ 1 ศาลมีคำสั่งว่า การที่จำเลยขออนุญาตเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยอ้างว่าได้รับทุนในการศึกษาต่อเป็นการขอเดินทางในระยะที่ยาวนาน และกระทบกับวันนัดสืบพยานของศาลที่นัดไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงเห็นควรไม่อนุญาต

คำสั่งยกคำร้องครั้งที่ 2 ศาลชี้ว่า รวิสรา ยังไม่ผ่านการคัดเลือกว่าจะได้รับทุนหรือไม่ ส่วนการยื่นให้นายประกัน และบิดาเป็นผู้กำกับดูแลตามเงื่อนไข ศาลระบุว่า ทั้ง 2 คนอยู่ในไทย จึงเป็นการยากที่จะกำกับดูแลให้จำเลยปฏิบัติตามเงื่อนไขได้

ในการระบุเงื่อนไขที่ยกคำร้องในครั้งถัดมา จนถึงครั้งที่ 6 ศาลได้ระบุเกี่ยวกับการตั้งผู้กำกับดูแลจำเลย ในเยอรมนีและในไทยเพิ่มเติม และการรับรองเอกสารจากสถานทูตเยอรมนี ประเด็นผู้กำกับดูแลไม่เป็นไปตามระเบียบของศาลยุติธรรม จึงทำให้ น.ส.รวิสราต้องยื่นคำร้องต่อศาลหลายครั้ง โดยวันนี้ (1 เม.ย.) เป็นการไต่สวนคำร้องของเธอที่ยื่นเป็นครั้งที่ 7 ที่ยื่นเมื่อวันที่ 31 มี.ค.