โควิด-19 : มติ ศบค. เลื่อนเปิดสถานบันเทิง-ปรับทั้งประเทศเป็น “สีส้ม” ยกเว้น 8 จังหวัดนำร่องท่องเที่ยว

ข้าวสาร

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ฉีดพ่นฆ่าเชื้อไวรัส หลังพบผู้ไปเที่ยวบาร์ย่าน ถ.ข้าวสาร ในช่วงสิ้นปี ติดเชื้อโควิด-19

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) มีมติปรับระดับพื้นที่ทั้งประเทศไทยให้เป็น "สีส้ม" ยกเว้น 8 จังหวัดนำร่องการท่องเที่ยว พร้อมจำกัดเวลาให้ดื่มสุราในร้านอาหารที่อยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 21.00 น.

การปรับพื้นที่โซนสีของ 69 จังหวัด เป็นไปเพื่อกำหนดมาตรการสำหรับกิจการ/กิจกรรมต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยล่าสุด (7 ม.ค.) พบผู้ป่วยรายใหม่ 7,526 ราย และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 19 ราย

สำหรับพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) เดิมมีอยู่ 39 จังหวัด แต่ของใหม่จะมี 69 จังหวัด มีผลตั้งแต่ 9 ม.ค. นี้ โดยมีข้อปฏิบัติ อาทิ ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 500 คน, สามารถบริโภคอาหารในร้านได้ แต่ห้ามบริโภคสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน, ห้างสรรพสินค้า สถานเลี้ยงเด็ก ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ, ร้านสะดวกซื้อ เปิดได้ตามปกติ, สถานศึกษาเปิดการเรียนการสอนออนไซต์ได้ภายใต้มาตรการป้องกันโรค, ร้านเสริมสวย ร้านสัก สถานบริกรเพื่อสุขภาพ/สปา/ร้านนวด เปิดให้บริการได้ถึง 24.00 น.

ส่วนพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว (สีฟ้า) ยังคงเดิมที่ 8 จังหวัด ได้แก่ กทม., กาญจนบุรี, กระบี่, ชลบุรี, นนทบุรี, ปทุมธานี, พังงา และภูเก็ต อย่างไรก็ตามมีบางพื้นที่ของใน 18 จังหวัดที่ ศบค. กำหนดให้เป็นพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวด้วย และจะใช้มาตรการแบบเดียวกัน

ศบค. ไม่ได้จัดให้พื้นที่ใดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) และพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) นับจากกำหนดให้ทั้ง 2 สีกลายเป็นศูนย์ ตั้งแต่ 16 ธ.ค. 2564 เป็นต้นมา

ประชาชนเดินทางกลับเข้า กทม. ด้วยรถไฟ หลังหยุดยาวช่วงปีใหม่

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ประชาชนเดินทางกลับเข้า กทม. ด้วยรถไฟ หลังหยุดยาวช่วงปีใหม่

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพิ่งประกาศยกระดับเตือนภัยโควิด-19 จากระดับ 3 เป็นระดับ 4 หลังยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นนับจากผ่านเทศกาลปีใหม่

นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงภายหลังการประชุม ศบค. ว่า ถ้าปล่อยไว้ ปลายเดือน ม.ค. นี้ หรือต้นเดือน ก.พ. ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะขึ้นหลักหลายหมื่นต่อวัน จึงเป็นข้อห่วงใยของ ศบค. แต่ที่พอทำให้สบายใจได้คือตัวเลขผู้เสียชีวิตไม่ได้พุ่งสูงตามไปด้วย ทำให้รู้ว่าลักษณะโรคของไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอนไม่ได้รุนแรงเหมือนสายพันธุ์เดลตา

อย่างไรก็ตามโฆษก ศบค. ชี้แจงว่า ศบค. ยังไม่ได้มีมติให้ปิดกิจการ/กิจกรรมใด ๆ เพิ่มเติม และการเดินทางข้ามจังหวัดของประชาชนก็สามารถทำได้เหมือนเดิม แต่ขอให้ใช้คำแนะนำของ สธ. สำหรับผู้ที่ไม่มีความจำเป็น ก็ให้หลีกเลี่ยงการเดินทาง

วานนี้ (6 ม.ค.) สธ. ได้ออกคำแนะนำให้ประชาชนหลายข้อเพื่อให้สอดคล้องกับการยกระดับเตือนภัย อาทิ งดเดินทางไปต่างประเทศ, งดโดยสารระบบขนส่งสาธารณะโดยไม่จำเป็น และชะลอการเดินทางข้ามจังหวัด ซึ่ง นพ. ทวีศิลป์อธิบายว่า "เป็นข้อแนะนำที่เกิดจาก สธ. เพื่อเตือนภัยสำหรับบุคคล... แต่ข้อปฏิบัติ ต้องเป็น ศบค. เท่านั้นที่ออกข้อกำหนด คำสั่ง แล้วนำไปใช้กับทั้งประเทศ"

เลื่อนเปิดผับ-ยืดเวลา WFH

การประชุม ศบค. วันนี้ (7 ม.ค.) มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. เป็นประธาน โดยโฆษก ศบค. ได้สรุปมติสำคัญ ๆ ไว้ ดังนี้

  • ขยายเวลาการทำงานที่บ้าน (Work From Home - WFH) ออกไปจนถึง 31 ม.ค.
  • เลื่อนเปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ออกไปอย่างไม่มีกำหนด (จากเดิม ศบค. มีมติให้กลับมาเปิดได้ตั้งแต่ 16 ม.ค.) แต่ให้ปรับเปลี่ยนมาเปิดในรูปแบบร้านอาหารได้ โดยต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. ก่อน 15 ม.ค.
  • ในจังหวัด "สีฟ้า" ที่ให้บริโภคสุราภายในร้านอาหารได้นั้น ขอจำกัดเวลาไม่เกิน 21.00 น. และต้องเป็นร้านอาหารที่ผ่าน SHA+ หรือ Thai Stop COVID 2 Plus เท่านั้น
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานประชุม ศบค. นัดแรกของปี 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

คำบรรยายภาพ, พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานประชุม ศบค. นัดแรกของปี 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล

โฆษก ศบค. ให้เหตุผลในการยืดระยะเวลาเปิดสถานบันเทิงเอาไว้ว่า จากการสอบสวนโรค ปรากฏว่าหลายสถานบันเทิงที่ได้เปิดให้บริการ บ้างก็ปรับเป็นในรูปแบบร้านอาหาร แต่มีการจำหน่ายสุรา มีการทำไม่ถูกต้องเท่าไหร่นัก ทำให้เชื้อกระจายไปหลายแห่งทั่วประเทศ "การจะบอกให้มีสถานบันเทิงเปิดขึ้นในวันที่ 16 จึงมาทบทวนกันใหม่ จึงให้เลื่อนเวลาเปิดให้บริการออกไปก่อน"

"ร้านอาหารต้องการได้โอกาสในการเปิด ทาง ศบค. ก็ผ่อนปรน แล้วก็เปิดไปได้ แต่ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือประมาณหนึ่ง ในส่วนที่ยังทำผิด ทำไม่ถูกต้อง ขอให้ทำให้ถูกต้อง เพราะตอนนี้ท่าน (พล.อ. ประยุทธ์) ได้สั่งให้กรรมการโรคติดต่อจังหวัด ผู้ว่าฯ คุมเข้มเรื่องการเปิดให้บริการตรงนี้ หากทำไม่ถูกต้อง ขอให้ดำเนินคดี สั่งปิด สั่งพักใบอนุญาตต่าง ๆ อย่างจริงจัง นี่คือสิ่งที่ ผอ.ศบค. มอบหมายมา" นพ. ทวีศิลป์กล่าว

ระงับ Test & Go เพิ่มแซนด์บ็อกซ์ 3 จังหวัด

ศบค. ยังให้ระงับการลงทะเบียนขอเข้าประเทศไทยในรูปแบบเทสต์แอนด์โก (Test and Go) สำหรับผู้ได้รับอนุมัติแล้วราว 10,440 คน ให้เดินทางเข้าไทยก่อน 15 ม.ค. ซึ่งประเมินว่ายังพอดูแลแก้ปัญหากันได้ แต่หลังจากนั้น จะไม่มีการเข้ามาในรูปแบบนี้อีก

"เทสต์แอนด์โกยังเป็นช่องว่างที่จะนำเชื้อโรคจะเข้ามาได้ การตรวจหาเชื้อโดยวิธี RT-PCR ก่อนเดินทาง พอมาลงเครื่องแล้วออกไปได้ แต่เชื้อโอมิครอนหลบเลี่ยงการตรวจเชื้อแบบเดิม ๆ ดังนั้นเราขอระงับการลงทะเบียนแบบเทสต์แอนด์โกออกไปก่อน" นพ. ทวีศิลป์กล่าว

รัฐบาลนำระบบเข้าไทยโดยไม่ต้องกักตัว หรือเทสต์แอนด์โก มาใช้เพื่อรองรับแผนเปิดประเทศตั้งแต่ 1 พ.ย. 2564 โดยให้ทั้งชาวคนไทยและชาวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว และเดินทางจาก 63 ประเทศ/ดินแดน ลงทะเบียนในระบบ Thailand Pass โดยต้องแสดงผลตรวจโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR เป็นเวลา 72 ชม. ก่อนถึงไทย และเมื่อมาถึงสนามบิน ก็ต้องตรวจ RT-PCR อีกครั้ง และต้องอยู่ในห้องพักโรงแรม 1 คืนในระหว่างรอผลการตรวจโควิด หากออกมาเป็นลบ ก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้เลย อย่างไรก็ตามมีหลายกรณีที่ชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้าไทยด้วยรูปแบบนี้ กลายเป็นผู้ติดเชื้อโอมิครอนในเวลาหลายวันหลังจากนั้น ทำให้ สธ. และ ศบค. ต้องสั่งระงับการเข้าไทยด้วยรูปแบบนี้

เอทีเค

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

นอกจากนี้ ศบค. ยังเห็นชอบให้ปรับมาตรการการเดินทางเข้าราชอาณาจักรใหม่ ดังนี้

  • ยกเลิกการกำหนดให้ 8 ประเทศในทวีปแอฟริกาเป็นกลุ่มประเทศเสี่ยงในการเข้าราชอาณาจักร โดย นพ. ทวีศิลป์ให้เหตุผลว่า "ตอนนี้เชื้อมาจากทุกประเทศแล้ว"
  • เพิ่มพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) อีก 3 จังหวัด จากเดิมที่มีเฉพาะ จ.ภูเก็ต เพียงแห่งเดียว ทำให้ที่พัก เตียง และระบบสาธารณสุขไม่เพียงพอ สำหรับ 3 พื้นที่แซนด์บ็อกซ์ใหม่ ประกอบด้วย จ. สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า), จ. พังงา (ทั้งจังหวัด) และ จ.กระบี่ (ทั้งจังหวัด)
  • เลื่อนการเปิดพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวระยะ 3 ใน 5 จังหวัด ได้แก่ จ.ตราด (อ.คลองใหญ่), จ.สระแก้ว (อ.เมือง อรัญประเทศ), จ.มุกดาหาร (อ.เมือง), จ.บึงกาฬ, จ.นครพนม และ จ.อุบลราชธานี (อ.เมือง สิรินธร) ออกไปก่อน จากเดิมกำหนดว่าเปิดได้ 1 ม.ค. โดยให้รอประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

สำหรับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ B.1.1.529 ถูกค้นพบครั้งแรกที่ประเทศบอตสวานาในทวีปแอฟริกา ต่อมาองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดอันดับให้เป็นสายพันธุ์ที่ต้องกังวล และตั้งชื่อเรียกว่า "โอมิครอน"

ปัจจุบันมีรายงานการพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนในหลายประเทศทั่วโลก โดยทางการไทยยืนยันพบผู้ติดเชื้อโควิดกลายพันธุ์นี้รายแรกเมื่อ 6 ธ.ค. 2564 เป็นชายไทย สัญชาติอเมริกันที่เดินทางมาจากประเทศสเปน

เส้น

สถานการณ์ในรอบ 24 ชม.

สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในไทยในรอบ 24 ชม. จากการรายงานของ ศบค. มีข้อมูลสำคัญ ดังนี้

  • ผู้ป่วยรายใหม่ 7,526 ราย แบ่งเป็น ผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังฯ 6,706 ราย, ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 433 ราย, ผู้ป่วยภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 39 ราย และผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 348 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมนับจากปี 2563 อยู่ที่ 2,252,776 ราย หายป่วยแล้ว 2,188,397 ราย
  • ผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 19 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมนับจากปี 2563 อยู่ที่ 21,799 ราย คิดเป็น 0.97%
  • ผู้ป่วยรักษาตัวใน รพ./รพ. สนาม 42,580 ราย โดยมี 547 รายที่อาการหนัก และ 140 รายที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ
  • พื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้อหน้าใหม่สูงสุด 5 อันดับแรกของประเทศในวันนี้ ได้แก่ ชลบุรี 1,342 ราย, สมุทรปราการ 561 ราย, กทม. 456 ราย, อุบลราชธานี 431 ราย และขอนแก่น 305 ราย

ขณะที่สถานการณ์ทั่วโลก มีผู้ป่วยโควิด-19 สะสมทะลุ 300 ล้านราย และเสียชีวิตสะสม 5,489,717 ราย โดยไทยจัดอยู่ในอันดับที่ 25 ของโลก

ยอดฉีดวัคซีน และแผนปี 65

แพทย์ทั้งใน ศบค. และ สธ. ได้ประกาศเชิญชวนให้ประชาชนเร่งเข้ารับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทั้งในกลุ่มผู้ที่ยังไม่เคยฉีดเลยสักเข็ม และผู้ที่ฉีดครบ 2 เข็มแล้ว ให้เข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อลดความรุนแรงของโรคและลดอัตราการเสียชีวิต

ฉีดยา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ข้อมูล ณ 7 ม.ค. พบว่า มีการฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้เพิ่ม 874,435 โดส ทำให้ภาพยอดสะสมของประชาชนที่ได้รับวัคซีนอยู่ที่ 105,419,287 โดส

  • มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว 51,409,711 ราย คิดเป็น 71.4% ของประชากร
  • มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว 46,526,520 ราย คิดเป็น 64.6% ของประชากร
  • มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 แล้ว 7,483,056 ราย คิดเป็น 10.4% ของประชากร

กรมควบคุมโรค สธ. ได้เสนอแผนบริหารจัดการวัคซีนในปี 2565 ต่อ ศบค. ดังนี้ 1. ผู้ที่อายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปที่ยังไม่เคยรับการฉีดวัคซีน สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนแบบวอล์กอิน (walk-in) ได้ ตามสถานพยาบาลที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. กำหนดไว้ 2. ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ หรือผู้ที่เคยติดเชื้อทุกราย ให้เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น 3. กลุ่มเป้าหมายอายุ 5-12 ปี สามารถรับการฉีดวัคซีนได้ตามความสมัครใจของเด็กและผู้ปกครอง และ 4. บุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ให้เข้ารับฉีดวัคซีนเข็ม 4 ได้ตามดุลพินิจแพทย์และความสมัครใจ

"มีการออกสูตรมาเพื่อให้ท่านได้ศึกษา และสามารถเลือกได้เลย.. ขณะเดียวกันมีข้อเรียกร้องอยากได้ขนาดที่ไม่มาก ฉีดใต้ผิวหนังได้ไหม มีหมายเหตุว่าตามดุลพินิจแพทย์และผู้รับวัคซีนต้องความสมัครใจ" นพ. ทวีศิลป์กล่าวและว่า สำหรับเป้าหมายของแผนฉีดวัคซีน ในเดือน ม.ค. ตั้งเป้าไว้ประมาณ 9.3 ล้านคน

ศบค.

ที่มาของภาพ, ศบค.