ชีวิตที่เปลี่ยนไปเพราะโควิดของนางโชว์ทิฟฟานี-นักร้อง-เจ้าของบาร์เบียร์

บีบี ดาวคะนอง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, บีผันตัวเองจากการเป็นนักแสดงของทิฟฟานี่โชว์มาขายข้าวมันไก่เพื่อสร้างรายได้ขณะที่ทิฟฟานี่โชว์ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้
    • Author, ชัยยศ ยงค์เจริญชัย
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

เริ่มต้นปีที่ 3 ของการต่อสู้กับโรคระบาดโควิด-19 ในปี 2565 หลายคนอาจยังอ่อนแรงจากการดิ้นรนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่หลายคนอาจเริ่มตั้งหลักได้กับชีวิตที่ไม่เหมือนเดิม

ไม่มีใครบอกได้แน่ชัดว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรในปี 2565 เศรษฐกิจจะดีขึ้นหรือแย่ลง จะมีคนตกงานเพิ่มอีกแค่ไหน มาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลจะได้ผลหรือเปล่า

พนักงานบริการตามสถานบันเทิงสำหรับนักท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในอาชีพที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในช่วงโควิดระบาด ทั้งจากการถูกเลิกจ้างงานแบบเฉียบพลับ และการสั่งปิดกิจการเพราะถูกนิยามว่า "เสี่ยงสูง" ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทำให้การกลับไปทำงานในอาชีพเดิมอาจจะเป็นไปไม่ได้ในเร็ววันนี้ จนทำให้หลาย ๆ คนต้องปรับตัวเองและเปลี่ยนอาชีพเพื่อความอยู่รอด

จากนางโชว์บนเวทีทิฟฟานี่อันหรูหรามาอยู่หน้ารถเข็นข้าวมันไก่ จากนักร้องคิวแน่นมาขายเมี่ยงปลาเผา จากเจ้าของบาร์เบียร์มาเปิดร้านขายกาแฟ...

บีบีซีไทยพาไปดูชีวิตของคนพนักงานในธุรกิจสถานบันเทิงที่ยังคงต่อสู้ในทุกสถานการณ์ อย่างที่พวกเขาและเธอสู้มาตลอด 2 ปี

Tiffany Show

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ความฝันอันสูงสุดของบีคือการได้มาเป็นนักแสดงที่ทิฟฟานี่โชว์ แต่ตอนนี้เธอต้องหันไปขายอาหารจนกว่าจะกลับไปแสดงได้เหมือนเดิม

จากนางฟ้าทิฟฟานี่สู่แม่ค้าตลาด

หลังจากที่ทำงานเป็นนักแสดงของโชว์สาวประเภทสองอันถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองพัทยาอย่างทิฟฟานี่โชว์มากว่า 11 ปี นี่เป็นครั้งแรกที่ บี หรือ "บีบี ดาวคะนอง" ไม่ได้วาดลวดลายอันอ่อนช้อยบนเวทีท่ามกลางแสงไฟ ขนนก กากเพชร และผู้ชมนับพัน

บีเป็นชาวพัทยาโดยกำเนิด เธอเป็นสาวประเภทสองผู้มีความฝันที่จะเข้ามาเป็นหนึ่งในนักแสดงของทิฟฟานี่โชว์ และเธอก็ฝึกฝน ฝ่าฟันจนได้รับคัดเลือกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ "เวทีอันทรงเกียรติ" แห่งนี้ในฐานะนักแสดง หรือ "นางโชว์" ได้สำเร็จ

เธอหมั่นฝึกซ้อมและตั้งใจทำงานนี้มาตลอด ทุกเย็นเธอจะเข้ามาฝึกซ้อม ก่อนขึ้นแสดง เมื่อโชว์จบลง เธอก็จะต้องทำหน้าที่ส่งแขก ซึ่งส่วนมากเป็นชาวต่างชาติ นี่คือกิจวัตรประจำวันที่บีทำมาตลอด 11 ปี จนกระทั่งเกิดการระบาดของโควิด-19 เมื่อต้นปี 2563

บีจำได้ดีว่าวันหนึ่งของเดือน มี.ค. ปีนั้น ทางบริษัทประกาศให้พนักงานทุกคน "พักไปก่อน" เพราะการมารวมตัวกันในโรงมหรสพมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

บีบี ดาวคะนอง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

"ตอนแรกไม่ได้คิดว่ามันจะหนักขนาดนี้...คิดว่าเขาจะให้หยุดแค่อาทิตย์เดียว" บีเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการพักงานยาวแบบไม่ทันตั้งตัว

"เราก็ยังชิลอยู่แพราะว่าทิฟฟานี่เปิดมา 30-40 ปี ไม่เคยปิดแม้แต่วันเดียว แต่มาโควิด มันก็ต้องปิดลง...คือใจหายมากค่ะ มันทำให้เราคิดว่าเราขาดรายได้มาสองสามเดือนแล้วนะ ตัวหนูเองก็ยังพอมีเงินเก็บแต่มันก็ลดลงมาเรื่อย ๆ ก็เลยคิดว่าจะต้องทำยังไงดีเพื่อให้มีรายได้เข้ามาในช่วงโควิด"

เธอตัดสินใจหันมาช่วยแฟนขายข้าวมันไก่ ซึ่งเปิดร้านมานานแล้ว บีเรียนรู้งานในร้านทั้งหมดตั้งแต่เตรียมวัตถุดิบ สับไก่ หุงข้าว ล้างจาน และจัดเตรียมตั้งร้านขายในแต่ละวัน

"งานต่างกันมากค่ะ ช่วงแรกก็มีท้อบ้างแบบว่าทำไมมันเหนื่อยแบบนี้ ทำไมเราต้องมาล้างจาน ยกหม้อ ยกอะไรใหญ่ ๆ จากที่หนูแค่ใส่ชุดโชว์สวย ๆ แต่ก็ต้องสู้เพราะมันทำให้เรามีรายได้" บีบรรยายความรู้สึก

"รายได้ก็ต่างกันสิ้นเชิงเลยค่ะเพราะว่าแต่ก่อนหนูหารายได้ที่มาจากการส่งแขกและถ่ายรูปกับแขกได้วันหนึ่ง 2,000-3,000 บาท แต่ขายข้าวมันไก่เราไม่ได้เงินทุกวันอย่างนั้น เช่นลงทุนไป 2,000 บาท วันนึงเราขายได้ 2,100 บาท เราก็คือได้กลับบ้าน 100 บาท เราได้แค่นั้นจริง ๆ แต่เราก็ต้องทำใจเพราะว่ามันมีสถานการณ์โควิด เราก็ต้องสู้"

บีบี ดาวคะนอง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

สิ้นเดือน ธ.ค. 2564 แล้ว ทิฟฟานี่โชว์ก็ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะกลับมาเปิดเร็ว ๆ นี้ แต่ก็มีเรื่องให้ดีใจเมื่อบริษัทเรียกนางโชว์บางส่วนกลับไปฝึกซ้อมเพื่อรับงานโชว์ที่มีผู้ว่าจ้างมาเป็นครั้ง ๆ ทำให้บีมีรายได้เพิ่มขึ้นบ้าง และที่สำคัญคือได้กลับไปแต่งตัวสวย ๆ ได้กลับไปทำงานที่เธอรักอีกครั้ง

ถึงแม้ว่างานหลักของเธอในช่วงนี้ยังคงเป็นแม่ค้าข้าวมันไก่ในตลาด แต่บีก็ยังแต่งตัวและแต่งหน้าแบบจัดเต็ม เพราะนี่คือสิ่งที่ย้ำว่าเธอยังมี "ความเป็นทิฟฟานี่" อยู่

"...คิดถึงมากค่ะ คิดถึงแขกต่างชาติ เวลาที่เขาเห็นเราแล้วเขาว้าว แบบว่าอยากถ่ายรูปกับเราจังเลย ถ้าสถานการณ์กลับมาเหมือนเดิม หนูก็อยากจะทำตามฝันหนูต่อไปค่ะ" บีทิ้งท้ายอย่างมีความหวัง

ข้าม YouTube โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์

ชาวทิฟฟานี่ต้องรอด

คณะผู้บริหารของทิฟฟานี่รู้ดีถึงความยากลำบากของหลายชีวิตในครอบครัวทิฟฟานี่ที่ต้องหยุดการแสดงมานานเกือบ 2 ปีเต็ม พวกเขาจึงได้พยายามหาทางช่วยเหลือพนักงานด้วยการฝึกสอนอาชีพ เผื่อเป็นอาชีพเสริมในการหารายได้

นิวัตร ยศเจริญ หรือที่รู้จักกันในนามว่า "แม่ติ๋ม" นักแสดงทิฟฟานี่รุ่นที่สองของการก่อตั้งที่เริ่มเข้ามาทำงานที่ทิฟฟานี่โชว์ตั้งแต่ปี 2522 ตั้งแต่เธออายุได้ 18 ปี ในวันนี้เธอมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการการแสดงและเวที ดูแลนักแสดงทุกคนเหมือนเป็นลูก ๆ ของเธอ

"ทิฟฟานี่ปิดยาวมาตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. 2563 เพราะสถานการณ์รุนแรงหลายระลอก พอมาตอนนี้(กลางเดือน ธ.ค. 2564) สถานการณ์ดีขึ้นบ้างแล้ว ทางทิฟฟานี่ก็เรียกพนักงานบางส่วนกลับเข้ามาทำงาน แต่เนื่องจากว่าเรายังไม่สามารถเปิดการแสดงได้ ก็จะเลือกพนักงานเป็นกลุ่ม ๆ ไป" แม่ติ๋มอธิบาย

Tiffany Show

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ทิฟฟานี่โชว์เริ่มสอนให้นักแสดงและพนักงานฝ่ายอื่น ๆ ที่สนใจมาเรียนตัดเย็บเสื้อผ้าเพื่อเป็นทักษะเสริมติดตัว

"กลุ่มหนึ่งก็จะมีเรื่องของการซ้อมเพื่อรับงานนอก กลุ่มหนึ่งไปช่วยงานส่วนอื่น ๆ อีกกลุ่มหนึ่งเราให้ครูเข้ามาสอนเรื่องการตัดเย็บชุดราตรี กางเกง ชุดต่าง ๆ เป็นการสร้างพื้นฐานอาชีพให้พนักงาน ขณะที่ช่วยงานเราได้ด้วย เพราะมันมีบางชุดที่เราต้องซ่อมแซมสำหรับการรับงานนอก"

ถึงแม้ว่าโรงละครทิฟฟานี่โชว์จะยังไม่สามารถกลับมาเป็นได้ตามปกติ แต่แม่ติ๋มและทีมงานเริ่มกลับมาวางแผนการแสดงใหม่แล้ว โดยจะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าคนไทยมากขึ้น แต่จะยังคงเอกลักษณ์ความเป็นโชว์สาวประเภทสองอันตระการตาในแบบของทิฟฟานี่เอาไว้

จากนักร้องสู่แม่ค้าขายอาหาร

Gewalin Wattanaprachanukit

ที่มาของภาพ, Gewalin Wattanaprachanukit/Facebook

คำบรรยายภาพ, เกวลินย้ายเข้ามาอยู่ที่ จ.ภูเก็ต เพื่อมาทำอาชีพนักร้องตามโรงแรม ผับ บาร์ และร้านอาหารต่าง ๆ แต่เส้นทางอาชีพของเธอต้องหยุดชงักไปเพราะโควิด-19 ทำให้เธอไม่สามารถร้องเพลงตามสถานที่ต่าง ๆ ได้

เกวลิน วัฒนาประชานุกิจ มาทำงานที่ จ.ภูเก็ต ตั้งแต่ปี 2545 เธอเป็นนักร้องตามร้านอาหาร ผับ บาร์ และโรงแรมต่าง ๆ

เกวลินยึดอาชีพร้องเพลงในช่วงกลางคืนเป็นหลัก และอาชีพนี้ทำให้เธอมีรายได้มากกว่าเดือนละ 60,000 บาทในช่วงฤดูการท่องเที่ยว แม้ในช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว เธอก็ยังมีรายได้จากการร้องเพลงพอเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวและยังมีเงินเหลือเก็บอีกด้วย

แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ทางการปิดประเทศ ไร้เงานักท่องเที่ยว ผู้คนก็พากันเก็บตัวอยูในบ้าน รัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว ฯลฯ รายได้ของเธอก็หายไปในพริบตาตั้งแต่เดือน เม.ย. 2563 เพราะสถานบริการภาคกลางคืนที่เธอเคยร้องเพลงทุกที่ต้องปิดการให้บริการ

เธอรอดูสถานการณ์อยู่ในช่วงแรก 6 เดือนผ่านไป เงินเก็บที่มีก็ร่อยหรอลงทุกวัน ๆ โดยไม่มีรายได้เข้ามาเพิ่ม

"ตอนนั้นเริ่มคิดแล้วว่าต้องหาอะไรทำ ไม่อย่างนั้นเงินเก็บหมดแน่ ๆ ก็เลยนำเงินก้อนหนึ่งที่เหลืออยู่มาลงทุนตั้งร้านขายหอยลวกแถวบ้าน" เกวลินกล่าว

restaurant

ที่มาของภาพ, Gewalin Wattanaprachanukit/Facebook

คำบรรยายภาพ, เกวลินหันมาเปิดร้านขายอาหารจากเงินสะสมก้อนสุดท้าย จนมาพบว่าการขายอาหารทำให้เธอมีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ

"ช่วงนั้นมีใครจ้างให้ไปทำอะไรก็ไปหมด ทั้งเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกฝรั่ง ทำอาหารในร้านอาหารรัสเซีย แล้วก็ขายหอยลวก"

หลังจากเริ่มมีรายได้เข้ามาบ้างจากการรับงานทุกชนิด เธอก็นำเงินที่ได้มาเปิดร้านขายเมี่ยงปลาเผาและอาหารอีสาน กิจการเป็นไปได้ด้วยดี เธอเริ่มมีรายได้เข้ามาวันละหลายพันบาท

มาถึงวันนี้ เกวลินบอกว่าถึงแม้ว่าสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ นักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาเหมือนเดิม ร้านอาหาร ผับ บาร์ โรงแรมกลับมาเปิดใหม่ แต่เธอก็คิดว่าจะไม่กลับไปทำงานเป็นนักร้องอีกแล้ว เพราะเริ่มรักการขายอาหาร อีกทั้งยังดูจะมีรายได้มั่นคงกว่าอาชีพนักร้องกลางคืน และเธอตั้งใจจะทำกิจการขายอาหารต่อไปเรื่อย ๆ

จากเจ้าของบาร์เบียร์สู่ร้านกาแฟ

เมื่อพูดถึงพัทยา นอกจากการท่องเที่ยวไปตามเกาะต่าง ๆ อาบแดดบนชายหาด และกิจกรรมทางน้ำแล้ว อีกหนึ่งอย่างที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินึกถึงเมื่อมาเที่ยวพัทยาคือการไปนั่งตามบาร์เบียร์ต่าง ๆ ที่มีอยู่นับพันแห่งทั่วพื้นที่เมืองพัทยา

เฌอพัชญา เกศวพิทักษ์

ที่มาของภาพ, เฌอพัชญา เกศวพิทักษ์

คำบรรยายภาพ, เฌอพัชญาเป็นเจ้าของบาร์เบียร์ 3 แห่งบนถนนคนเดินหรือวอล์คกิงสตรีทอันเลื่องชื่อของพัทยา เธอมองเห็นว่าธุรกิจของเธอไปต่อไม่ได้เพราะภาคธุรกิจของเธอยังไม่สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ แม้ว่านักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะเริ่มเข้ามาแล้วก็ตาม

เฌอพัชญา เกศวพิทักษ์ อายุ 27 ปี เป็นเจ้าของบาร์เบียร์ 3 แห่งบนถนนคนเดินหรือวอล์คกิงสตรีทอันเลื่องชื่อของพัทยา เธอบอกกับบีบีซีไทยว่าครอบครัวของเธอทำธุรกิจบาร์เบียร์ในพัทยามา 3 รุ่นแล้ว และเธอก็รับช่วงกิจการต่อมาจากครอบครัว

ย่านท่องเที่ยว-แหล่งสถานบันเทิงของพัทยาได้รับผลกระทบหนักจากโควิดมาตั้งแต่การระบาดระลอกแรกช่วงต้นปี 2563 ธุรกิจภาคกลางคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานบริการที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสถานที่ที่ถูกสั่งปิดตั้งแต่แรก แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการบ้างในภายหลัง แต่ก็เป็นเพียงระยะสั้น ๆ และยังมีข้อจำกัดมากมาย

"เมื่อก่อนนี้วอล์คกิงสตรีทนี่แทบจะไม่มีที่เดินเลยนะคะ คนเยอะมากทุกคืน ร้านเราก็มีคนเข้าอยู่ตลอดทุกวันตลอดทั้งปี แต่ตอนนี้ร้านถูกปิดทั้งหมด" เฌอพัชญาอธิบาย

"ทางเราก็ต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด ตอนนี้เราปิดบาร์ไปถาวรเลยหนึ่งแห่ง เพราะไม่สามารถแบกรับค่าเช่าหลายแสนได้ แต่ยังเหลืออีกสองแห่งเอาไว้ที่เจ้าของที่ช่วยเราโดยการลดค่าเช่าให้ส่วนหนึ่ง นอกจากเรื่องค่าเช่าแล้ว เราก็ยังแบกรับค่าใช้จ่ายให้พนักงานที่เรายังคงดูแลอยู่"

Pattaya Walking Street

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, วอล์คกิงสตรีทจากที่เคยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในภาคกลางคืนชื่อดังของพัทยา แต่ในวันนี้แทบไม่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนเลย เพราะธุรกิจต่าง ๆ ส่วนใหญ่บนถนนเส้นนี้ยังไม่กลับมาเปิดให้บริการ

หลังจากที่สถานการณ์ยังไม่แน่นอน ทำให้เธอไม่สามารถกลับมาทำธุรกิจได้เหมือนเดิม เฌอพัชญาจึงเริ่มหันไปมองตลาดนักท่องเที่ยวไทย โดยตัดสินในเปิดร้านกาแฟที่หาดจอมเทียน

"เราก็ลังเลมานานว่าจะเปิดเมื่อไหร่ดี พอคิดจะเปิด การระบาดระลอกใหม่ก็มาเรื่อย ๆ จนเพิ่งตัดสินใจมาเปิดคาเฟ่ได้ไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งก็ถือว่าไปได้ค่อนข้างดีค่ะ"

"การเปิดประเทศที่ผ่านมาถึงแม้จะมีนักท่องเที่ยวเข้าไทยมาบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมาพัทยา ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าสถานการณ์จะกลับมาปกติเร็ว ๆ" นักธุรกิจสาวบอก

Pattaya beach

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, แม้ว่าพัทยาจะเป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว แต่สถานการณ์ที่พัทยาก็ยังซบเซาอยู่ โดยจะเห็นว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติยังไม่กลับมาเที่ยวเหมือนที่เคยเป็นมา