โควิด-19: จากแทงม้าตัวเดียวถึงวัคซีนเต็มแขน สรุป 9 เหตุการณ์เด่นวัคซีนโควิดในรอบปี 2564

getty

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, วัชชิรานนท์ ทองเทพ/ ธันยพร บัวทอง
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ตลอดปี 2564 ประเด็นการจัดหาวัคซีน แผนการกระจายและการฉีดวัคซีน เป็นประเด็นที่ได้รับการพูดถึงต่อเนื่องยาวนานสุดตั้งแต่เดือนแรกจนเดือนสุดท้ายของปี ท่ามกลางวิกฤตการระบาดระลอกใหญ่ของเชื้อโควิด-19 ที่คร่าชีวิตคนไทยไปแล้วกว่า 2.1 หมื่นรายในช่วงเวลา 2 ปีนับตั้งแต่เกิดการระบาด

รัฐบาลและศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) ภายใต้การควบคุมของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ถูกตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าประเมินสถานการณ์ได้แม่นยำและรับมือกับโรคระบาดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

บีบีซีไทยรวบรวม 9 เหตุการณ์เด่นเกี่ยวกับวัคซีนโควิดในรอบปี 2564 ที่สะท้อนถึงความอลหม่านของแผนบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 และเป็นที่มาของคำถามต่อการบริหารจัดการวัคซีนของรัฐบาลและ ศบค.

1. แทงม้าตัวเดียว

เริ่มต้นปี 2564 ได้เพียงไม่กี่วัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าก็เปิดฉากวิพากษ์แผนการจัดหาวัคซีนของรัฐบาล ด้วยการแถลงข่าวทางเฟซบุ๊กไลฟ์ในหัวข้อ "วัคซีนพระราชทาน: ใครได้ใครเสีย?" ในวันที่ 18 ม.ค. ธนาธรตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับแผนการจัดหาวัคซีนของไทยว่าเป็นไปอย่างล่าช้าและมีทางเลือกจำกัดหรือที่เขาเรียกว่า "แทงม้าตัวเดียว" โดยหวังพึ่งพาเพียงวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งเป็นกลุ่มวัคซีนชนิดไวรัลเวกเตอร์เพียงชนิดเดียว แทนที่จะเปิดเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนรายอื่น ๆ ที่ผลิตวัคซีนด้วยเทคโนโลยีอื่น ๆ โดยเฉพาะที่ทันสมัยอย่าง mRNA

ประธานคณะก้าวหน้ามองว่า นี่เป็นการผูกขาดวัคซีน ซึ่งย่อมไม่สามารถนำไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ได้ พร้อมกับตั้งข้อสังเกตถึงการมีบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในพระปรมาภิไธยที่มีในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาดวัคซีน ในฐานะผู้รับจ้างผลิตวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้า

ในวันถัดมา ทุกองคาพยพจากฟากรัฐบาลต้องออกมาตอบโต้ พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า "วัคซีนพระราชทาน" เป็นการบิดเบือน ส่วนประเด็นเรื่องการแทงม้าตัวเดียวหรือกล่าวหาว่ารัฐบาลฉวยโอกาสจากโควิด กอบกู้ความนิยมช่วงที่มีการเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ก็ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

ทำเนียบรัฐบาล

ที่มาของภาพ, ทำเนียบรัฐบาล

คำบรรยายภาพ, ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ อธิบดีกรมควบคุมโรค และผู้บริหารบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ลงนามในสัญญาจองล่วงหน้าและจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ที่ทำเนียบรัฐบาล

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. สธ. บอกว่านายธนาธร "ไม่รู้จักสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ" ของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อการสาธารณสุขไทย และปฏิเสธว่า "ไม่ได้แทงม้าตัวเดียว"

ด้านผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขก็ออกมาตั้งโต๊ะแถลงตอบโต้เช่นกัน พร้อมระบุว่า คำวิพากษ์วิจารณ์ของนายธนาธรทำให้ "สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อนด้วยข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย"

คำชี้แจงจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูเหมือนจะไม่สามารถลบความคลางแคลงใจของคนไทยเกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนโควิดไปได้ เมื่อมีคำถามถึงประสิทธิภาพ ราคา ความปลอดภัย และความล่าช้าในการส่งมอบถาโถมเข้ามา

2. วิกฤตโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา

การระบาดของเชื้อโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลตา ซึ่งเริ่มต้นในเดือน เม.ย. นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสถานการณ์โควิดในไทย และทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมในการระบาดระลอกที่ 3 นี้แซงหน้าจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมจากการระบาด 2 ระลอกก่อนหน้าโดยใช้เวลาไม่ถึง 1 เดือน

แม้ว่าจะมีการเริ่มฉีดวัคซีนซิโนแวคไปแล้วตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ซึ่งเป็นวันแรกของการฉีดวัคซีนโควิดในไทย แต่ก็ยังไม่เพียงพอและไม่ทันต่อการรับมือกับความรุนแรงของสายพันธุ์เดลตา

ท่ามกลางความต้องการวัคซีนที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกจากการระบาดของสายพันธุ์เดลตา แต่กลับมีข่าวร้ายสำหรับผู้ที่จองวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า เนื่องจากการส่งมอบวัคซีนใน สหภาพยุโรป และในอินเดียต้องเผชิญกับความล่าช้า ซึ่งบริษัทระบุว่าเกิดจากปัญหาทางด้านเทคนิคในการผลิต

แม้ว่าวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตโดย บ.สยามไบโอไซเอนซ์ในไทยจะส่งมอบล็อตแรกได้ตามกำหนดในวันที่ 2 มิ.ย. เพื่อเริ่มปฏิบัติการปูพรมตามโรดแมปของรัฐบาลในวันที่ 7 มิ.ย. แต่ปัญหาความล่าช้าจากโรงงานที่ผลิตวัคซีนในไทยก็ปรากฏชัดเจนขึ้นในการส่งมอบล็อตถัดมา

สื่อต่างชาติรายงานข่าวโดยอ้างการให้สัมภาษณ์ของทางการมาเลเซีย ฟิลิปปินส์และไต้หวัน ที่ระบุว่าการจัดส่งวัคซีนที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ล่าช้ากว่ากำหนด

GETTY IMAGES

ที่มาของภาพ, Getty Images

สัปดาห์ที่สองของการปูพรมฉีดวัคซีนของไทยกลายเป็นความโกลาหล เมื่อประชาชนจำนวนมากถูกเลื่อนฉีดวัคซีนออกไป แม้จะอยู่ในพื้นที่ระบาดหนักหรือ "พื้นที่สีแดง" เนื่องจากวัคซีนไม่เพียงพอ เหตุการณ์นี้ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนไม่น้อยที่เฝ้ารอคอยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งเป็นวัคซีนหลักของประเทศที่นายอนุทินเคยเปรียบเทียบว่าคือ "การแทงม้าเต็ง" และภายในไตรมาสที่ 3 คนไทยจะมีวัคซีนเต็มแขน

รัฐบาลแก้เกมนี้โดยที่ พล.อ. ประยุทธ์ ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจในวันที่ 16 มิ.ย. เกี่ยวกับแผนการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมจากผู้ผลิตรายอื่น พร้อมกับตั้งเป้าเปิดประเทศใน 120 วัน และแผนเร่งฉีดวัคซีนให้ได้ครบโดสอย่างน้อย 50 ล้านคนภายในสิ้นปี

3. ซิโนแวค จากวัคซีนขัดตาทัพสู่วัคซีนหลัก

แทนที่วัคซีน "ม้าเต็ง" อย่างแอสตร้าเซนเนก้าจะเป็นตัวเอกในการต่อสู้กับโควิด-19 ของไทยในการระบาดระลอกเดือน เม.ย. แต่พระเอกตัวจริงในช่วงครึ่งปีแรก กลับเป็นวัคซีนนอกแผนจากจีนอย่าง ซิโนแวค

ในการชี้แจงเกี่ยวกับการบริการจัดการวัคซีนระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเมื่อวันที่ 17 ก.พ. นายอนุทินยอมรับว่าซิโนแวคไม่ได้อยู่ในโรดแมปของรัฐบาล

"วัคซีนจากจีนไม่ได้อยู่ในโรดแมปของเราเลยนะครับ...ด้วยความสามารถของบุคลากรด้านสาธารณสุขที่ควบคุมสถานการณ์โควิดเป็นอย่างดี ทำให้เราสามารถติดต่อกับบริษัทที่ประเทศจีนเพื่อขอวัคซีนมารองรับกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นก่อน" เขากล่าว

ตั้งแต่เริ่มนำวัคซีนซิโนแวคเข้ามา วัคซีนชนิดนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง โดยมักถูกเปรียบเทียบด้านประสิทธิภาพกับวัคซีนประเภทอื่น โดยเฉพาะหลังจากการระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตา ที่มีผลทำให้ประสิทธิผลของวัคซีนต่าง ๆ ลดลง จนถูกมองว่าเป็น "การด้อยค่าซิโนแวค"

แม้จะถูกวิจารณ์และตั้งคำถาม แต่ซิโนแวคก็ยังอยู่ในแผนการจัดหาวัคซีนของไทยอย่างเหนียวแน่น พร้อมการรับประกันประสิทธิภาพจาก สธ. และนายแพทย์ใหญ่บางคนเป็นระยะ ๆ

วันนี้วัคซีนซิโนแวคถูกใช้เป็นหนึ่งในการฉีดวัคซีนสูตรไขว้ (ซิโนแวค-แอสตร้าเซนเนก้า) ของ สธ. และกลายเป็นหนึ่งในวัคซีนหลักของไทยไปแล้ว ขณะที่ยอดการรับวัคซีนโดยรวมในปีนี้ วัคซีนซิโนแวคก็เป็นชนิดวัคซีนที่ฉีดไปแล้วมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากแอสตร้าเซนเนก้า

4. วัคซีนทางเลือก-ทางหลัก

ภายใต้เงื่อนไขการซื้อและใช้วัคซีนในสถานการณ์ฉุกเฉินจากโรคระบาด ผู้ผลิตวัคซีนในต่างประเทศจึงประสงค์ขายวัคซีนให้กับรัฐบาลเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกฟ้องร้อง หากเกิดปัญหาขึ้น

หลังจากถูกวิจารณ์หนักว่าการจัดหาวัคซีนเป็นไปอย่างล่าช้า และถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงมีการจัดหาวัคซีนเพียงวัคซีนแค่ 2 ยี่ห้อคือซิโนแวคและแอสตร้าเซนเนก้า ขณะที่ภาคเอกชนก็แสดงความพร้อมที่จะซื้อวัคซีนมาฉีดให้แรงงานและพนักงานของตัวเอง รัฐบาลจึงได้เชิญภาคเอกชนและสมาคมโรงพยาบาลเอกชนมาหารือเรื่องการบริหารจัดการวัคซีนเมื่อวันที่ 9 เม.ย. ว่าด้วยการจัดหา "วัคซีนทางเลือก"

การหารือในครั้งนั้นได้ข้อสรุปว่า องค์การเภสัชกรรม (อภ.) จะเป็นตัวแทนนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ในส่วนของ รพ. เอกชน และแต่งตั้งให้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธานคณะกรรมการเพื่อเป็นคณะทำงานจัดหาวัคซีนร่วมกับ สธ. และ รพ.เอกชน ในการจัดหาวัคซีนทางเลือก

แต่ความพยายามในการจัดหาวัคซีนทางเลือกโดยภาคเอกชนก็ชะงักลงไม่นานหลังจากนั้น เมื่อรัฐบาลประกาศว่าได้จัดสรรงบประมาณสั่งซื้อวัคซีนเข้ามาเพิ่มเติมอีก 35 ล้านโดส รวมเป็น 100 ล้านโดสแล้ว เพียงพอสำหรับ 70% ของประชากรทั้งหมดเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ โดยจะเร่งฉีดให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2564

ถึงอย่างนั้น การส่งมอบวัคซีนที่ล่าช้าในบางช่วง ก็ยังส่งผลกระทบต่อการฉีดวัคซีนตามจุดให้บริการบางแห่ง

"ปัญหาไม่ใช่ความสามารถในการฉีด แต่ปัญหาคือ ไม่มีวัคซีนให้ฉีด" นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอจะนะ จ.สงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท บอกกับบีบีซีไทยเมื่อวันที่ 4 ก.ค. ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงกลางปี

THAI NEWS PIX

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

ขณะที่ภาคเอกชนและประชาชนจำนวนไม่น้อยเฝ้ารอวัคซีนทางเลือกที่ อภ.จะเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการนำเข้าให้ รพ.เอกชน ในวันที่ 26 พ.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั้งระบบสาธารณสุข ประกาศฉบับนี้ให้อำนาจราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (รจภ.) ในการให้บริการทางการแพทย์ในสถานการณ์โควิด-19 และสถานการณ์ฉุุกเฉินอื่น ๆ โดยนำเข้าวัคซีน-ยา-เวชภัณฑ์-อุปกรณ์ทางการแพทย์ และอื่น ๆ ที่จำเป็นได้ สรุปง่าย ๆ ก็คือ รจภ.สามารถนำเข้าวัคซีนและยารักษาโรคโควิด-19 ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ประกาศฉบับนี้นำมาสู่การนำเข้าวัคซีนทางเลือกอย่าง "ซิโนฟาร์ม" โดย รจภ. ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงเดือนหลังจากนั้น นำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์มล็อตจำนวน 1 ล้านโดสเข้าไทยในวันที่ 20 มิ.ย.

ความสำเร็จของ รจภ. ในการนำเข้าวัคซีนทางเลือกซิโนฟาร์มได้อย่างรวดเร็ว กลายเป็นแรงกดดันไปยัง อภ.และสมาคมโรงพยาบาลเอกชนในการนำเข้าวัคซีนโมเดอร์นาที่เริ่มต้นมาก่อนหน้า แต่ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าใดนัก

วันที่ 5 ก.ค. อภ. ก็ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าในการนำเข้าวัคซีนโมเดอร์นาว่ามียอดสั่งจองอย่างไม่เป็นทางการจากโรงพยาบาลเอกชนเข้ามาแล้ว 9 ล้านโดส ซึ่งเกินกว่าจำนวน 5 ล้านโดสที่คาดว่าจะได้รับจาก บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ตัวแทนจำหน่ายวัคซีนโมเดอร์นาในประเทศไทย ทำให้ประชาชนที่ประสงค์จะจ่ายเงินซื้อวัคซีนโมเดอร์นาต้องลุ้นไปตาม ๆ กันว่าจะได้ฉีดวัคซีน mRNA ชนิดนี้หรือไม่

ขณะที่ลุ้นก็ต้องพบกับความประหลาดใจไปด้วยเมื่อ นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.อภ. เปิดเผยว่ายอดสั่งซื้อวัคซีนโมเดอร์นา 5 ล้านโดสนั้น ซึ่งเป็นที่เข้าใจมาโดยตลอดว่าเป็นของสมาคม รพ.เอกชนทั้งหมด มีส่วนของสภากาชาดรวมอยู่ด้วย 1 ล้านโดส โดย ผอ.อภ. ชี้แจงในเดือน ก.ย. ถึงการจัดสรรว่า จะจัดสรรตามสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ของยอดโควตาที่มีการจองเข้ามาเป็นหลัก ทั้งในส่วนของโรงพยาบาลเอกชนและสภากาชาดไทย โดยจะมีการแจ้งให้โรงพยาบาลทราบล่วงหน้าเพื่อให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งกำหนดเวลาบริการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่สั่งจองต่อไป

5. มหากาพย์โมเดอร์นา

หลังจากรัฐบาลไฟเขียวให้ รพ. เอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนโมเดอร์นาร่วมกับ อภ. ได้ตั้งแต่เดือน เม.ย. และเริ่มมีการสำรวจความต้องการของประชาชนแล้ว ก็ดูเหมือนขั้นตอนจะมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 13 พ.ค. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันให้กับวัคซีนโมเดอร์นา ในฐานะประเภทยาควบคุมพิเศษ

ต่อมาสมาคมโรงพยาบาลเอกชนได้มีมติกำหนดราคากลางค่าบริการวัคซีนโมเดอร์นา รวม 2 โดส ที่ราคาเข็มละ 1,650 บาทหรือ 3,300 บาทต่อ 2 เข็ม แต่ปรากฏว่าโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่งได้เปิดจองวัคซีนโมเดอร์นาในราคาที่แตกต่างกันเล็กน้อยระหว่าง 1,500-1,700 บาท ซึ่งส่วนใหญ่จะมีผู้จองเต็มในเวลารวดเร็ว

แม้จะมีการเปิดปฏิทินนำเข้าโมเดอร์นา ตั้งราคากลาง จนถึงจ่ายเงินจองแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นเงาของวัคซีนทางเลือกที่หลายคนเฝ้ารอ

GETTY IMAGES

ที่มาของภาพ, Getty Images

วันที่ 2 ก.ค. นพ. บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์ แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาตั้งคำถามผ่านสื่อว่าเหตุใดการนำเข้าวัคซีนโมเดอร์นาและไฟเซอร์จึงล่าช้า พร้อมกล่าวหาว่า "รัฐบาลไทยไม่ยอมเซ็นสัญญา" ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย อย่าง ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ กลับได้รับวัคซีนดังกล่าวแล้ว

ความเคลื่อนไหวของ นพ.บุญ ทำให้ อภ. ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่าได้รับคำยืนยันจากบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ผู้นำเข้าวัคซีนโมเดอร์นา ที่จะนำเข้าวัคซีนในช่วงแรกในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และได้ส่งร่างสัญญาจัดหาสินค้า (Supply Agreement) ได้ส่งให้อัยการสูงสุดแล้วตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค.

แต่นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กลับให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในวันที่ 2 ก.ค. ว่ายังไม่ได้รับร่างสัญญาดังกล่าว แต่คาดว่าจะได้รับในวันที่ 5 ก.ค และใช้เวลาพิจารณาไม่นาน

หลังจากการทวงถาม วิจารณ์ ชี้แจงกันไปมาหลายรอบ ในที่สุด อภ. ก็ลงนามซื้อ-ขาย วัคซีนทางเลือกโมเดอร์นากับ บ.แซดพี เทอราพิวติกส์ ซิลลิค ฟาร์มา ประเทศไทย จำนวน 5 ล้านโดส ในวันที่ 23 ก.ค. แต่หลังจากนั้นอีกหลายเดือนกว่าที่วัคซีนล็อตแรกจำนวน 5.6 แสนโดสจะมาถึงในวันที่ 1 พ.ย. และ รพ.เอกชนเริ่มฉีดวัคซีนให้ผู้ที่จองไว้ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. เป็นต้นมา

6. ปมโคแวกซ์กับหลากเหตุผลที่ไทยยังไม่เข้าร่วม

ย้อนกลับไปเมื่อเดือน พ.ย. 2563 รัฐบาลไทยเปิดเผยว่ากำลังดำเนินการเจรจาผ่านช่องทางของหน่วยงาน Covax facility โดยคาดว่าจะคิดเป็นสัดส่วน 20% ของวัคซีนทั้งหมด

คำว่า "โคแวกซ์" กลับมาเป็นที่สนใจของสังคมอีกครั้ง หลังจากที่นายธนาธรวิพากษ์วิจารณ์แผนการจัดหาวัคซีนของรัฐบาลและตั้งคำถามว่าเหตุใดไทยจึงไม่เข้าร่วมโครงการนี้

นพ. ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชี้แจงว่าทางการไทยพยายามแสวงหาความร่วมมือด้านวัคซีนผ่านโคแวกซ์ แต่การทำสัญญาสั่งจองซื้อมีความยุ่งยากบางประการทำให้การได้มาของวัคซีนยังไม่แน่นอน และอาจจะเป็นไปได้ค่อนข้างยาก

ส่วนนายอนุทินชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ไทยได้เจรจากับโคแวกซ์มาตลอด แต่ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ได้รับวัคซีนฟรี เนื่องจากโคแวกซ์ให้สิทธิแก่ประเทศยากจนที่องค์การอนามัยโลกและองค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีน (Gavi)ให้การสนับสนุนจำนวน 92 ประเทศ

รองนายกฯ และรมว. สธ. อธิบายต่อว่าไทยเป็นประเทศฐานะปานกลาง หากจะร่วมกับโคแวกซ์ไทยต้องซื้อราคาแพงกว่า และไม่สามารถเลือกวัคซีนจากผู้ผลิตรายใดได้ มีความไม่แน่นอนทั้งชนิด จำนวน และราคา รวมทั้งต้องจ่ายเงินล่วงหน้า

การตัดสินใจไม่เข้าร่วมโคแวกซ์ของรัฐบาลครั้งนี้ทำให้ ไทยเป็นชาติเดียวในอาเซียนที่ได้ไม่ได้รับวัคซีนผ่านโครงการนี้ ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกมีการส่งมอบวัคซีนผ่านโคแวกซ์ในภูมิภาคอาเซียนราว 32.31 ล้านโดส

เส้นเทา

ครึ่งปีแรกชาติอาเซียนได้รับวัคซีนจากโคแวกซ์จำนวนเท่าไหร่

- เมียนมาได้รับ 4,224,000 โดส

- ลาว 564,000 โดส

- เวียดนาม 4,886,400 ล้านโดส

- กัมพูชา 1,296,000 ล้านโดส

- มาเลเซีย 1,624,800 ล้านโดส*

- สิงคโปร์ 288,000 ล้านโดส*

- อินโดนีเซีย 13,708,800 ล้านโดส

- บรูไน 100,800 ล้านโดส*

หมายเหตุ: * ประเทศที่สั่งซื้อวัคซีนด้วยงบประมาณของตัวเอง

ที่มา: กระทรวงการต่างประเทศแห่งสหภาพยุโรป

-------------------------------------

ด้วยความรุนแรงของการระบาดโควิด-19 ระลอกเดือน เม.ย. การส่งมอบวัคซีนเป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้ในที่สุดภาครัฐต้องออกมายอมรับความเป็นจริง โดย นพ. นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติได้กล่าวขอโทษประชาชนระหว่างการแถลงข่าวประจำวันของกระทรวงสาธารณสุขในวันที่ 21 ก.ค. โดยยอมรับว่าจัดหาวัคซีนไม่ได้ตามจำนวนที่คิดว่าควรจะได้และไม่ทันต่อสถานการณ์

"กราบขออภัยพี่น้องประชาชน ที่ทางสถาบันวัคซีนแห่งชาติ แม้ว่าจะพยายามเต็มที่แล้ว แต่ก็จัดหาวัคซีนได้ไม่เพียงพอต่อสถานการณ์...ทั้งหมดเป็นเรื่องของข้อจำกัดที่มี...เป็นสถานการณ์ที่เราไม่คาดคิด ไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน รวมทั้งสถานการณ์การกลายพันธุ์ของไวรัส ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะคาดหมายได้ล่วงหน้า ที่ทำให้การระบาดของโรครวดเร็วและรุนแรง" นพ. นครกล่าว

bbc

หลังจากนั้นสถาบันวัคซีนแห่งชาติก็หันกลับมาหาการพิจารณาเข้าร่วมกับโครงการโคแว็กซ์อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลก ณ วันที่ 24 ส.ค. ยังไม่ปรากฏรายชื่อประเทศไทยในบัญชีกลุ่มประเทศที่สั่งซื้อวัคซีนด้วยเงินทุนของประเทศตนเองผ่านโคแวกซ์ และในแผนการจัดซื้อวัคซีนสำหรับปี 2565 จำนวน 120 ล้านโดส มีเพียงวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 60 ล้านโดส วัคซีนไฟเซอร์ 30 ล้านโดส และที่เหลือจะเป็นวัคซีนชนิดโปรตีนซับยูนิต

7. วัคซีน "สูตรไขว้" ซิโนแวค-แอสตร้าเซนเนก้า ไทยใช้ที่แรกในโลก

กลางเดือน ก.ค. ท่ามกลางตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทยที่เพิ่มขึ้นวันหลายพันรายประกอบกับสถานการณ์วัคซีนที่มีอยู่เพียง 2 ชนิด คือ ซิโนแวค (เชื้อตาย) และแอสตร้าเซนเนก้า (ไวรัลเวคเตอร์) ที่เวลานั้นการส่งมอบจากโรงงานผลิตในไทยก็ยังไม่แน่นอนนัก ขณะที่สายพันธุ์เดลตาก็รุกหนัก ทำให้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติมีมติเมื่อวันที่ 12 ก.ค. ให้มีการฉีดวัคซีนต่างชนิดได้ในประเทศไทย หรือที่เรียกว่า "สูตรไขว้" คือ ผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวคเป็นเข็มที่ 1 ให้ฉีดเข็มที่ 2 เป็นวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ห่างกัน 3-4 สัปดาห์

เวลานั้น หลายประเทศเริ่มใช้วัซีนสลับชนิดกันบ้างแล้ว เนื่องจากความขาดแคลนวัคซีน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มต้นด้วยวัคซีนไวรัลเวคเตอร์ (แอสตร้าเซนเนก้า) ต่อด้วยวัคซีน mRNA จึงนับว่าสูตรซิโนแวค-แอสตร้าเซนเนก้านั้น ไทยเป็นประเทศแรกที่ใช้

กระทรวงสาธารณสุข

ที่มาของภาพ, กระทรวงสาธารณสุข

คำบรรยายภาพ, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายอนุทินแถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติว่า การฉีดวัคซีนสูตรไขว้นี้เป็นไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลตา โดยจะสร้างภูมิคุ้มกันให้อยู่ในระดับที่สูงให้เร็วมากยิ่งขึ้น

การฉีดวัคซีนสูตรไขว้นี้ได้รับการสนับสนุนจากนายแพทย์ใหญ่บางคนทั้งจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และศิริราชพยาบาล โดยยืนยันว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในไทยและมีผลการศึกษารองรับ

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยอมรับว่าสาเหตุที่ไทยนำแนวทางการฉีดวัคซีนโควิดสลับชนิดมาใช้เพื่อเพิ่มภูมิต้านทาน มาจากการที่ "ปริมาณวัคซีนในไทยมีจำกัด" ทำให้จำนวนประชาชนที่ได้รับวัคซีนแล้วมีน้อยกว่าเป้าหมายที่วางไว้ กล่าวคือนับตั้งแต่ไทยเริ่มฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่ในขณะนั้น ยังฉีดได้ไม่ถึง 13 ล้านโดส

8. รจภ. ฉีดซิโนฟาร์มในเด็กก่อน อย. อนุมัติ

20 ก.ย. นักเรียนอายุ 10-18 ปี กลุ่มแรกของประเทศไทยจำนวน 2,000 คน เข้ารับวัคซีนซิโนฟาร์มจากราชวิทยาจุฬาภรณ์ (รจภ.) ภายใต้โครงการ "VACC 2 School" ซึ่งตั้งเป้าว่าจะฉีดวัคซีนให้เด็กราว 108,000 คน

อย่างไรก็ตาม ในเวลานั้น วัคซีนที่ อย. อนุมัติให้ฉีดในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ได้มีเพียงไฟเซอร์และโมเดอร์นาเท่านั้น โดยให้ฉีดในเด็กอายุ 12-18 ปี ส่วนซิโนฟาร์ม อย. ยังให้ฉีดได้ในผู้มีอายุ 18 ปี ขึ้นไปเท่านั้น

ทว่าในวันเริ่มต้นฉีด ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการ รจภ. ให้ข้อมูลว่าเป็นการฉีดภายใต้ "โครงการศึกษาวิจัย" โดยทั้งหมดผ่านการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมในมนุษย์แล้ว

เขาระบุว่า ในต่างประเทศมีการศึกษาผลการฉีดซิโนฟาร์มในกลุ่มเด็กอายุ 10-18 ปีแล้ว แต่ประเทศไทยยังไม่มี ทาง รจภ. จึงทำโครงการวิจัยดังกล่าว

"เราจะได้ข้อมูลมาเพื่อช่วยตอบให้เขา (อย.) พิจารณาได้เร็วขึ้น แต่ถ้าเขาพิจารณาได้เร็วกว่านั้นก็ดี เพราะทั่วโลกก็ใช้กันเยอะแล้ว ใช้เป็นหลายล้านแล้ว ก็หวังว่าประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญหรือใครทั้งหลายใน อย. คงคิดออกว่ามันมีความสำคัญอย่างไร นอกเหนือจากทางการแพทย์ด้วย เพราะความปลอดภัยมันมีให้เห็นอยู่แล้ว" ศ.นพ.นิธิ กล่าว

ในเดือน ก.ย. แม้ข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มจะยังมีจำกัด และ อย.ยังไม่อนุมัติให้ใช้ เพราะยังรอข้อมูลด้านความปลอดภัยและประสิทธิผลเพิ่มเติมจากบริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด ผู้นำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์ม แต่ผู้ปกครองหลายคนก็ตัดสินใจให้ลูกหลานเข้ารับวัคซีนในฐานะ "อาสาสมัคร"

ประเด็นนี้ มีข้อสังเกตจาก นพ. วิชัย โชควิวัฒน ที่ปรึกษาอาวุโสสถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เกี่ยวกับการนำร่องฉีดเพื่อวิจัยกับเด็กจำนวน 1 แสนคน เขาให้ความเห็นกับบีบีซีไทยว่า การวิจัยที่ขนาดตัวอย่างเป็นหลักแสนไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะตามหลักของการวิจัย ต้องใช้จำนวนตัวอย่างเท่าที่จำเป็นและเพียงพอ และมีอำนาจทางสถิติที่จะสามารถให้คำตอบในการวิจัยได้

"ปกติแล้ว เราจะไม่ใช้มนุษย์มาเป็น subject (กลุ่มตัวอย่าง) มากเกินความจำเป็น" นพ. วิชัยกล่าว

ล่าสุด ณ วันที่ 22 ธ.ค. 2564 อย. ก็ยังไม่ได้อนุมัติการฉีดซิโนฟาร์มในเด็ก เนื่องจากได้มีการขยายกลุ่มอายุการฉีดไปถึงกลุ่มเด็กเล็กอายุ 3 ปี ซึ่งซิโนฟาร์มอยู่ระหว่างการยื่นข้อมูลเฟส 3 เกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน ขณะที่ซิโนแวค เป็นอีกยี่ห้อที่ส่งข้อมูลมาขออนุมัติในเด็กเล็กเช่นกัน และ อย. คาดว่าจะได้ข้อมูลครบถ้วนในเดือน ม.ค. 2565 ก่อนซิโนฟาร์ม

การฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือน ต.ค. หลังจากประเทศไทยเริ่มได้รับมอบวัคซีนไฟเซอร์ที่สั่งซื้อไว้ในไตรมาสสุดท้ายของปี บวกกับวัคซีนไฟเซอร์ล็อตที่ได้รับบริจาคจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา

ก่อนจะถึง "ดีเดย์" ฉีดไฟเซอร์ให้เด็กในวันที่ 4 ต.ค. ทั้ง สธ. กระทรวงศึกษาธิการต่างเร่งวางแผนและจัดระบบถามความยินยอมจากผู้ปกครองของนักเรียนกลุ่มเป้าหมายกว่า 5 ล้านคนทั่วประเทศ

ในสัปดาห์แรก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่ามีพ่อแม่ผู้ปกครองแสดงเจตจำนงให้บุตรหลานฉีดวัคซีนไฟเซอร์กว่า 3.6 ล้านราย แม้หลายคนจะกังวลเรื่องผลข้างเคียง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบที่มีรายงานว่าจะเกิดกับเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง

การฉีดไฟเซอร์ในนักเรียนก็มีปัญหาเรื่องการจัดสรรวัคซีนในแต่ละพื้นที่เช่นกัน ไม่กี่วันหลังจากคิกออฟ ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ทวีตข้อความเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นที่ทำให้ไม่ได้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ผ่านแฮชแท็ก "ไฟเซอร์นักเรียน" ตั้งแต่เด็กนักเรียนบางส่วนที่ไม่ประสงค์จะฉีดไฟเซอร์ และบางส่วนเล่าเรื่องโรงเรียนของตัวเองถูกเลื่อนให้รับวัคซีนออกไป อันเนื่องมาจากจำนวนโควตาวัคซีนที่ได้รับจัดสรรลงมาที่จังหวัดไม่ลงตัว

9. #ทวงคืนไฟเซอร์ให้ด่านหน้า

หนึ่งสัปดาห์ก่อนที่วัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ที่สหรัฐอเมริกาบริจาคให้ไทย 1.5 ล้านโดสจะมาถึงในวันที่ 29 ก.ค. เริ่มมีคำถามจากแพทย์บางคนถึงแนวทางการจัดสรรวัคซีนล็อตนี้ว่าเป็นไปอย่างเหมาะสม โปร่งใสหรือไม่ หลังจากมีข้อมูลว่ามีการปรับลดโควตาให้แพทย์ด่านหน้าลงเหลือแค่ 200,000 โดส

บีบีซีไทยได้เห็นข้อความในห้องสนทนาไลน์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือ ที่แจ้งข้อมูลกับบุคลากรว่าสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอาจได้รับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์มาในจำนวนน้อย เนื่องจากมีการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ให้กลุ่มแพทย์ด่านหน้าเพียง 2-3 แสนโดสเท่านั้น

GETTY IMAGES

ที่มาของภาพ, Getty Images

ในระหว่างนั้น ยังมีการเผยแพร่เกณฑ์ให้วัคซีนไฟเซอร์ที่ระบุว่าจัดสรรสำหรับเป็น "เข็มกระตุ้น" เท่านั้น และกลุ่มบุคลากรการแพทย์ที่ฉีดซิโนแวคหรือแอสตร้าเซนเนก้าไป 1 เข็ม ไม่เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับวัคซีนไฟเซอร์ จนนำมาสู่กระแสพูดคุยในโลกทวิตเตอร์ผ่านแฮชแท็ก #ทวงPfizerให้หน่วยด่านหน้า และ #วัคซีนไฟเซอร์ ในช่วงปลายเดือน ก.ค.

กระแสทวงวัคซีนไฟเซอร์ให้บุคลากรด่านหน้า ส่งผลให้ สธ. ปรับเกณฑ์การให้วัคซีนไฟเซอร์ใหม่แก่ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยให้ครอบคลุมเจ้าหน้าที่ด่านหน้าทุกคนที่ต้องสัมผัสผู้ป่วยโควิดจากการปฏิบัติงานทั่วประเทศ รวมถึงนักศึกษาแพทย์ อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเก็บศพ โดยปรับเกณฑ์สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยได้วัคซีนให้สามารถรับไฟเซอร์ได้ 2 เข็ม และสามารถฉีดเป็นวัคซีนเข็มที่ 2 ได้