วัคซีนโควิด-19 : อภ. เปิดปฏิทินนำเข้าโมเดอร์นา พร้อมแจงเหตุเซ็นสัญญาสั่งซื้อล่าช้า

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เปิดจดหมายสนทนากับบริษัทเจ้าของวัคซีนโมเดอร์นา ชี้แจงเหตุผลที่การนำเข้าวัคซีนล่าช้า เพราะรอ รพ. เอกชนส่งเงินมัดจำและยอดจองซื้อวัคซีนแท้จริง โดยล็อตแรกมาเร็วสุดไตรมาส 4 ของปีนี้
ผู้บริหาร 2 หน่วยงานภายในกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตั้งโต๊ะแถลงความคืบหน้าในการจัดหาวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ได้ดีกว่าวัคซีนหลักที่ไทยใช้อยู่ หลังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งในและนอก สธ. คาดการณ์ตรงกันว่าไวรัสสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) จะเข้ามาแทนที่สายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) ในเร็ววันนี้
ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนบางส่วนได้ร่วมลงชื่อในแคมเปญ "เรียกร้องการนำเข้าวัคซีน mRNA สำหรับโรคโควิด-19 เป็นกรณีเร่งด่วน" เพราะกังวลว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโควิดในไทยอาจจะแย่ลง และวัคซีนที่มีอยู่ไม่รองรับสายพันธุ์เดลตา
รัฐบาลไทยประกาศแผนนำเข้าวัคซีน mRNA ทั้ง 2 ยี่ห้อ ทั้งวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งคิดค้นและพัฒนาโดยบริษัท ไฟเซอร์ ของประเทศสหรัฐฯ ร่วมกับบริษัท ไบโอเอ็นเท็ค ของประเทศเยอรมนี เพื่อเป็นวัคซีนพื้นฐานฉีดให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีลงมา และวัคซีนโมเดอร์นา ของบริษัทเทคโนโลนีชีวภาพและเวชภัณฑ์ ประเทศสหรัฐฯ เพื่อเป็นวัคซีนทางเลือก ให้ รพ. เอกชนนำไปฉีดให้แก่ประชาชนผู้มีกำลังทรัพย์ ทว่าวัคซีนทั้ง 2 ยี่ห้อยังเดินทางมาไม่ถึงเมืองไทยในปัจจุบัน
ในระหว่างการแถลงข่าววันนี้ (3 ก.ค.) นพ. วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้ร่ายปฏิทินการจัดหาวัคซีนโมเดอร์นาของไทย พร้อมยืนยันว่า "มีการทำงานเชิงรุก" โดยติดต่อกับโมเดอร์นาของสหรัฐฯ โดยตรงตั้งแต่ 25 ก.พ. ก่อนการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ เพื่อแสดงความจำนงและประสานในการจองวัคซีนให้เข้ามาช่วงกลางเดือน มิ.ย. อย่างไรก็ตาม อภ. ได้รับแจ้งจากโมเดอร์นาว่าอยู่ระหว่างเจรจากับบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด จะไม่พูดคุยกับใครอื่น

ที่มาของภาพ, Reuters
"ดังนั้นวัคซีนโมเดอร์นา ผู้นำเข้าคือซิลลิคฯ และเป็นผู้ทรงสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของทะเบียน วัคซีนตัวนี้ไม่ใช่ขององค์การเภสัชฯ เราติดต่อในฐานะตัวแทนภาครัฐเพื่อนำมาขายต่อให้เอกชน" นพ. วิฑูรย์กล่าว
อภ. แจงซื้อโมเดอร์นาช้า เพราะรอ รพ. เอกชนส่งงบ-ยอดจอง
สำหรับความล่าช้าที่เกิดขึ้น ผอ.อภ. ชี้แจงว่าเป็นเพราะวัคซีนตัวนี้ไม่ได้รับการจัดสรรงบจากรัฐ แต่ใช้งบของเอกชน จึงต้องเตรียมงบ และให้ รพ. เอกชน 300 แห่งทั่วประเทศรวบรวมความต้องการส่งให้สมาคม รพ.เอกชน ซึ่งมีการเสนอเข้ามาเบื้องต้น 9 ล้านโดส แต่ อภ. สนองตอบได้ในไตรมาส 4 จำนวน 4 ล้านโดส และอีก 1 ล้านโดส ในต้นปี 2565
"ถามว่าทำไมองค์การเภสัชกรรมยังไม่ยอมเซ็นสัญญาสักที ผมต้องมีเวลาให้สมาคม รพ. เอกชนได้รวบรวมงบมาก่อน รวบรวมเงินมาก่อน เอาเงินมาให้ผม แล้วผมถึงเซ็นสัญญาได้ ถ้าผมไปเซ็นก่อนเลยโดยที่ความต้องการไม่มีอยู่จริง องค์การเภสัชกรรมคงรับผิดชอบไม่ไหว เนื่องจากเป็นวัคซีนราคาแพงและจำนวนมากด้วย" นพ. วิฑูรย์กล่าว

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ผอ.อภ. กล่าวด้วยว่า ได้ตกลงกับบริษัทซิลลิคฯ ให้รวบรวมเงินมัดจำส่งให้ อภ. จากนั้นจะเซ็นสัญญากันในช่วงต้นเดือนหน้า ซึ่งขณะนี้เอกสารต่าง ๆ ได้ยกร่างไว้หมดแล้ว และได้ส่งหนังสือหารือไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ให้ตรวจสอบสัญญาการจัดซื้อ และบางเรื่องต้องนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะเป็นเรื่องสิทธิประโยชน์ และอยู่นอกเหนืออำนาจของ อภ. ทั้งหมดนี้เพื่อให้เกิดความรอบคอบ
หากร่างสัญญาผ่านความเห็นชอบของ อสส. และ ครม. เรียบร้อย นพ. วิฑูรย์ระบุว่าทางโมเดอร์นาของสหรัฐฯ บอกว่าข้อเสนอที่ดีสุดในการส่งมอบวัคซีน น่าจะเป็นไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
"อาจจะ 1 ต.ค. หรือ 31 ธ.ค. ก็ได้ เขาตอบได้กว้าง ๆ เท่านี้" ผอ.อภ. กล่าว
ปฏิทินเจรจาจองโมเดอร์นาฉบับ อภ.
ในระหว่างการแถลงข่าว นพ. วิฑูรย์ได้นำจดหมายอิเล็คทรอนิสก์ (อีเมล) ที่ติดต่อกับโมเดอร์นา มาแสดงให้สาธารณชนได้รับชมเนื้อหา โดยสรุปปฏิทินเจรจาได้ ดังนี้
- 25 ก.พ. อภ. ติดต่อตรงไปที่โมเดอร์นา เพื่อแสดงความจำนงสั่งจองวัคซีนจำนวน 5 ล้านโดส โดยให้เข้ามาช่วงกลางเดือน มิ.ย.
- 28 ก.พ. โมเดอร์นาตอบกลับมาว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะจัดส่งได้ทันในปีนี้ เนื่องจากทั่วโลกมีความต้องการวัคซีนในระดับสูงมาก ทำให้สามารถส่งได้เร็วสุดในไตรมาสแรกของปี 2565

ที่มาของภาพ, GPO
- 1 เม.ย. อภ. สอบถามโมเดอร์นาว่าได้ตั้งบริษัทใดเป็นตัวแทนจำหน่ายวัคซีนหรือไม่ เนื่องจากมีเอกชน 2 รายอ้างว่าสามารถนำเข้าวัคซีนได้รวดเร็ว
- 2 เม.ย. โมเดอร์นาแจ้งว่าอยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทซิลลิคฯ ผู้เดียว และหวังว่าจะสรุปสัญญากับซิลลิคฯ ให้เร็วที่สุด
- 15 พ.ค. บริษัทซิลลิคฯ แถลงว่าการจัดซื้อวัคซีนของโมเดอร์นา ต้องจัดซื้อผ่านตัวแทนภาครัฐเท่านั้น ซึ่งหมายถึง อภ. เนื่องจากเป็นข้อกำหนดของบริษัทผู้ผลิตวัคซีนเพื่อใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ที่มาของภาพ, GPO
- 2 ก.ค. อภ. ได้รับเอกสารจากบริษัทซิลลิคฯ ในช่วงเช้า จากนั้น อภ. ได้ส่งหนังสือหารือไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ให้ตรวจสอบสัญญาการจัดซื้อวัคซีน ในช่วงเที่ยงทันที
- ก.ค. รอบริษัทซิลลิคฯ รวบรวมเงินมัดจำจากสมาคม รพ.เอกชน ส่งมอบให้ อภ.
- ต้นเดือน ส.ค. อภ. เซ็นสัญญาสั่งซื้อวัคซีนโมเดอร์นากับบริษัทซิลลิคฯ ได้
- ภายในไตรมาส 4 ได้รับวัคซีนจากโมเดอร์นา 4 ล้านโดส
- ภายในไตรมาส 1 ของปี 2565 ได้รับวัคซีนโมเดอร์นา 1 ล้านโดส
ที่มา: บีบีซีไทยสรุปจากคำแถลงของผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เมื่อ 3 ก.ค. 2564

ที่มาของภาพ, EPA
นพ. วิฑูรย์ยังยกข้อมูลจากองค์การยูนิเซฟที่ระบุว่า ทั่วโลกมีความต้องการวัคซีนอยู่ 1.1 หมื่นล้านโดส แต่สามารถผลิตและจัดส่งได้ 9 พันล้านโดส และย้ำว่า อภ. ไม่ได้ย่อท้อในการจัดหาวัคซีน ทุกเรื่องที่ถูกปฏิเสธ ก็ได้พยายามต่อรอง และพูดคุยกันทุดสัปดาห์ ขอร้องเขา บางครั้งก็เรียนหน่วยเหนือ ซึ่งรัฐบาลและผู้บังคับบัญชาก็ให้ความช่วยเหลือติดต่อสถานทูตให้ด้วย แม้แต่เวลามีข่าวว่าเขาจะริบวัคซีนที่ลงนามไม่ได้ อภ. ก็รีบสอบถามว่าจัดมาให้ไทยได้หรือไม่ แต่คำตอบก็ยังเหมือนเดิม
"ขณะนี้ข้าศึกไม่ได้มาประชิดบ้านเรา พวกเรากำลังตะลุมบอนอยู่ ก็ขอความเห็นใจ เอาความจริงมาพูด ทำดีที่สุดในสถานการณ์ที่มีข้อจำกัด" ผอ.อภ. กล่าวทิ้งท้าย
ส่งสัญญาจองไฟเซอร์ให้ ครม. เคาะขั้นสุดท้าย 6 ก.ค.
ด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้แจงความคืบหน้าในการเจรจาซื้อวัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส มาใช้เป็นวัคซีนพื้นฐานเพื่อฉีดให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี โดยระบุว่าได้เจรจากับไฟเซอร์ ตั้งแต่ก่อนได้รับการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 24 มิ.ย.
รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกกล่าวว่า ขณะนี้ทั้ง 2 ฝ่ายได้ลงนามเอกสารแล้ว 2 ฉบับคือ Confidential Disclosure Agreement (ข้อตกลงเรื่องการเก็บรักษาข้อมูลเป็นความลับ) เมื่อ 29 เม.ย. และ Binding Term Sheet (เอกสารเงื่อนไขเบื้องต้นว่าด้วยการจองซื้อวัคซีน) เมื่อ 10 มิ.ย. จึงเหลือเอกสารฉบับที่ 3 คือสัญญาซื้อ ซึ่งต้องมีความรอบคอบ ขณะนี้ อสส. อยู่ระหว่างการตรวจสัญญา และให้กรมควบคุมโรคไปรับคืนได้ในวันที่ 5 ก.ค. จากนั้นจะเสนอให้ ครม. เห็นชอบในวันที่ 6 ก.ค. หากผ่านขั้นตอนทั้งหมดนี้ ก็จะลงนามสั่งซื้อได้
หมอด่านหน้า-ประชาชนร่วมหนุนนำเข้าวัคซีน mRNA ด่วน
ขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนบางส่วนได้ร่วมลงชื่อในแคมเปญ "เรียกร้องการนำเข้าวัคซีน mRNA สำหรับโรคโควิด-19 เป็นกรณีเร่งด่วน" เพราะกังวลว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโควิดในไทยอาจจะแย่ลง และวัคซีนที่มีอยู่ไม่รองรับสายพันธุ์เดลตา
แคมเปญนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ 29 มิ.ย. โดยกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า "ภาคีบุคลากรสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า" ก่อนนำรายชื่อประชาชนไปส่งมอบที่รัฐสภาต่อไป ซึ่งสื่ออย่างน้อย 2 สำนักคือ มติชน และข่าวสด รายงานว่ามีผู้ร่วมลงชื่อในแคมเปญทะลุแสนรายแล้ว
แถลงการณ์ของบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าระบุตอนหนึ่งว่า ในมุมมองทางการแพทย์ ในขณะนี้ประเทศไทยจำนวนบุคลากรจำกัด วัสดุอุปกรณ์รวมถึงสถานที่จำเป็นในการรองรับผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ป่วยวิกฤตมีความจำกัด บุคลากรทางการแพทย์ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเร่งการนำเข้า mRNA วัคซีน ซึ่งในทางการแพทย์ถือว่าเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูง จะมีประโยชน์อย่างยิ่งในแง่การป้องการเสียชีวิต การป้องกันการแพร่ระบาดได้สูง ซึ่งจะนำมาซึ่งประโยชน์ต่อการควบคุมโรคโควิด-19
ทางกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าขอเรียกร้องให้รัฐบาล รวมถึงองค์การเภสัชกรรม (อภ.) นำเข้าวัคซีน mRNA (ไฟเซอร์ และโมเดอร์นา) เป็นการเร่งด่วน เพื่อทำการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนต่อไป












