โควิด: พบ "คลัสเตอร์สถานศึกษา" หลายจังหวัด หลังกลับมาเรียนออนไซต์ได้ไม่ถึง 1 เดือน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) พบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนในสถานศึกษาเพิ่มขึ้นในอย่างน้อย 4 จังหวัด หลังจากกลับมาเปิดเรียนแบบออนไซต์ได้ไม่นาน แต่แนะนำว่าหากพบการติดเชื้อ ไม่จำเป็นต้องปิดโรงเรียน แต่ให้ปิดเฉพาะห้องหรือชั้นเรียนที่พบผู้ติดเชื้อ
พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค ระบุในการแถลงข่าวของ ศบค. วันนี้ (24 พ.ย.) ว่า ในรอบ 24 ขั่วโมงที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อรายใหม่จาก "คลัสเตอร์สถานศึกษา" ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ จ.อุบลราชธานี 11 ราย จ.สระแก้ว 8 ราย จ.แม่ฮ่องสอน 7 ราย และ จ.สุราษฎร์ธานี 4 ราย
พญ. สุมนีกล่าวว่า นับตั้งแต่สถานศึกษาต่าง ๆ เริ่มกลับมาทำการเรียนการสอนที่โรงเรียนตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. มีรายงานพบผู้ติดเชื้อในโรงเรียนและสถานศึกษาต่าง ๆ มาเป็นระยะ ซึ่งในกรณีที่พบผู้ติดเชื้อ กรมควบคุมโรคแนะนำว่าไม่จำเป็นต้องปิดทั้งโรงเรียน แต่ให้เร่งสอบสวนโรคและสั่งปิดเฉพาะชั้นเรียนหรือห้องเรียนที่พบผู้ติดเชื้อตามการสอบสวนโรค
ก่อนหน้านี้ มีโรงเรียนบางแห่งในกรุงเทพฯ จ.นครราชสีมา จ.ลำปาง และ จ.ร้อยเอ็ด ประกาศปิดโรงเรียนทั้งที่เพิ่งเปิดเรียนออนไซต์ได้เพียงไม่กี่วันเพราะพบนักเรียนติดโควิด-19
โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ในเขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ผู้บริหารประกาศปิดโรงเรียนเป็นเวลา 7 วันทำการจนถึงวันที่ 28 พ.ย. โดยให้นักเรียนกลับไปเรียนออนไลน์ตามเดิม
เกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียน?
นายสุริยันต์ เหล่ามะลึก ผู้อำนวยการโรงเรียนตัดสินใจประกาศปิดโรงเรียน 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย. เนื่องจากมีเด็กนักเรียนคนหนึ่งติดโควิด-19 ทั้งที่โรงเรียนเพิ่งกลับมาเปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียนหรือที่เรียกว่า "ออนไซต์" เมื่อวันที่ 8 พ.ย.
"เรามีความตั้งใจและความพร้อมที่จะเปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียน และเราอยากให้เด็กนักเรียนได้เข้ามาเรียนในสถานศึกษา เพราะเด็ก ม.1 รุ่นนี้ซึ่งเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามา ไม่เคยได้มาที่โรงเรียน ไม่เคยได้เจอเพื่อน ๆ และคุณครูเลย เขาเรียนออนไลน์กันมาตลอด ผมก็พิจารณากันดีแล้วว่าเรามีมาตรการป้องกันโรค มีการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ควบคู่ออนไซต์ ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อ" นายสุริยันต์กล่าวถึงการดำเนินการของโรงเรียนมีตั้งแต่ชั้น ม.1- ม.6
"แต่เมื่อมีนักเรียนติดเชื้อ ผมเกรงว่านักเรียนและครูจะมีความเสี่ยง จึงตัดสินใจประกาศปิดสถานศึกษา"
โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคมมีนักเรียนทั้งหมด 1,443 คน และครู 85 คน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นายสุริยันต์เล่าเหตุการณ์ที่นำมาสู่การประกาศปิดโรงเรียนอย่างกะทันหันให้บีบีซีไทยฟังว่า วันที่ 16 พ.ย. เป็นวันแรกที่โรงเรียนเปิดให้นักเรียนชั้นมัธยมต้นกลับมาเรียนที่โรงเรียน หลังจากการเรียนออนไซต์ของนักเรียนชั้นมัธยมปลายตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย. ไม่พบปัญหาใด ๆ โดยแต่ละห้องจะแบ่งนักเรียนเป็น 2 กลุ่ม สลับกันมาเรียนที่โรงเรียนส่วนที่เหลือเรียนออนไลน์จากที่บ้าน เพื่อลดความแออัดในห้องเรียน
เด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.1 ผู้ติดเชื้ออยู่ในกลุ่มที่ต้องมาโรงเรียนในวันแรก เธอไม่มีอาการป่วยใด ๆ เย็นวันนั้นเอง ทางโรงเรียนได้รับแจ้งจากผู้ปกครองของนักเรียนหญิงคนนี้ว่ามีสมาชิกในบ้านติดเชื้อโควิด จึงได้พาเด็กไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลและให้หยุดเรียนในวันรุ่งขึ้น หลังจากผลตรวจออกมาในวันที่ 17 พ.ย. ว่าเด็กติดเชื้อ ผู้บริหารโรงเรียนจึงได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัดสินใจประกาศปิดสถานศึกษาทันทีตั้งแต่วันที่ 17-28 พ.ย.
จากนั้น นายสุริยันต์ได้ให้นักเรียนและครูทุกคนที่มาโรงเรียนในวันที่ 16 พ.ย. ตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ ATK และยังได้จัดส่งชุดตรวจไปให้ผู้ปกครองของนักเรียนที่เรียนห้องเดียวกับเด็กหญิงคนดังกล่าว ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนที่ผลตรวจเป็นบวก

ที่มาของภาพ, School Handout
นักเรียนฉีดวัคซีนแล้ว 95%
นายสุริยันต์ให้ข้อมูลว่า 95% ของนักเรียนทั้งหมดกว่า 1,400 คนได้รับวัคซีนไฟเซอร์ครบ 2 เข็มแล้ว รวมทั้งเด็กหญิงที่เป็นผู้ติดเชื้อด้วย ส่วนที่ยังไม่ได้ฉีดเป็นนักเรียนที่ผู้ปกครองไม่ยินยอมเพราะกลัวผลข้างเคียงหรืออยู่ระหว่างรอวัคซีนยี่ห้ออื่น ส่วนครูได้รับวัคซีนครบทุกคนแล้วเช่นกัน
ครอบครัวของเด็กหญิงคนดังกล่าวก็ให้ข้อมูลว่าสมาชิกในบ้านได้รับวัคซีนแล้วเช่นกัน ผอ.โรงเรียนระบุ
จากเหตุการณ์นี้ นายสุริยันต์มองว่าความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิดของเด็กนักเรียนน่าจะอยู่ที่บ้านมากกว่าที่โรงเรียน เนื่องจากทางโรงเรียนมาตรการที่เข้มงวดมากในการป้องกันโรค และการจัดการเรียนการสอนก็มีการเว้นระยะห่าง ลดจำนวนนักเรียนต่อห้องลงครึ่งหนึ่งเหลือเพียง 25 คน สลับวันมาโรงเรียนเป็นคู่และวันคี่เพื่อลดความแออัด กำชับเรื่องการรักษาอนามัยส่วนบุคคล และมีการพ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้ออยู่เสมอ
ผอ.โรงเรียนสุวรรณารามฯ กล่าวถึงภาพรวมการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ซึ่งเป็นวันแรกที่กระทรวงศึกษาธิการอนุญาตให้โรงเรียนที่ผ่านเกณฑ์การควบคุมโรคกลับมาสอนออนไซต์ได้ว่า แม้จะมีความท้าทายอยู่มาก โดยเฉพาะคุณครูที่ต้องสอนนักเรียนทั้งในห้องและนักเรียนที่เรียนออนไลน์จากทางบ้านไปพร้อมกัน แต่ครูทุกคนก็ทำงานเต็มที่เพราะเห็นว่าการเรียนในห้องเรียนจะดีต่อนักเรียนมากกว่า
นายสุริยันต์กล่าวว่าด้วยระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการที่ให้อำนาจผู้อำนวยการสั่งปิดสถานศึกษาได้ไม่เกิน 7 วันทำการในสถานการณ์พิเศษ เขาจึงต้องพิจารณาอีกครั้งว่าจะทำเรื่องขอขยายเวลาการปิดต่อหรือไม่
เปิดแล้วก็ปิด
จ.ลำปาง
วันที่ 16 พ.ย. โรงเรียนอัสสัมชัญลำปางประกาศหยุดการเรียนการสอนที่โรงเรียนสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 หลังพบนักเรียน 2 ราย ซึ่งอยู่คนละระดับชั้นกันติดเชื้อ การสอบสวนโรคพบว่าติดเชื้อจากการสัมผัสคนในครอบครัว
เบื้องต้น โรงเรียนได้ทำการตรวจหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยง และคาดว่าจะเริ่มกลับมาสอนในระบบออนไลน์ในวันที่ 22-30 พ.ย.
นอกจากนี้ยังมีวิทยาลัยอาชีวศึกษาเถินเทคโนโลยีที่พบนักศึกษาในหอพักติดโควิดแล้ว 10 ราย ทำให้ต้องประกาศปิดวิทยาลัย 1 เดือน รวมถึง รร.อนุบาลลำปาง (เขลางค์รัตน์อนุสรณ์) และ รร.อนุบาลเกาะคา ที่ปิดสถานศึกษาและกลับมาสอนออนไลน์ในบางระดับชั้น

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
จ.ร้อยเอ็ด
โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งใน อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด ที่นำร่องเปิดการเรียนการสอนออนไซต์ตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ต.ค. แต่ก็ต้องกลับมาหาออนไลน์อีกครั้งหลังจากมีผู้ติดเชื้อ 7 รายในโรงเรียน
จ.นครราชสีมา
เมื่อวันที่ 11 พ.ย. รร.สุขานารี ออกประกาศแจ้งปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนแบบออนไซต์ ไปเป็นระบบออนไลน์สำหรับระดับชั้น ป.1-3 หลังพบเด็กนักเรียน 3 ราย ผลตรวจยืนยันติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนที่เป็นเครือญาติกันทั้งหมด
สำหรับกรุงเทพฯ น.ส.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีโรงเรียนสังกัด กทม. ที่ต้องปิดสถานศึกษา และหากพบการติดเชื้อผู้บริหารโรงเรียนก็สามารถสั่งปิดได้ตามความเหมาะสม ซึ่งสำนักอนามัยได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในทุกพื้นที่









