ศบค. อนุมัติซื้อซิโนแวคเพิ่มอีก 12 ล้านโดส คงล็อกดาวน์-เคอร์ฟิว 29 จังหวัดต่อถึงสิ้นเดือน ส.ค.

ที่มาของภาพ, Thai News pix
ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบค.) ประชุมประเมินสถานการณ์หลังขยายพื้นที่ล็อกดาวน์เพิ่มเป็น 29 จังหวัดผ่านไป 14 วัน พบคุมการระบาดได้ราว 20% มีมติให้คงมาตรการต่อเนื่องถึง 31 ส.ค. พร้อมกับเห็นชอบในหลักการให้จัดหาวัคซีนซิโนแวคมาเพิ่มอีก 12 ล้านโดส
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็นประธานการประชุมในวันนี้ (16 ส.ค.) ซึ่งมีวาระสำคัญคือการประเมินสถานการณ์หลังครบ 14 วันของการประกาศล็อกดาวน์ใน 29 จังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.
- โควิด-19: ศบค. เห็นชอบขยายพื้นที่สีแดงเข้มเป็น 29 จังหวัด เตรียมล็อกดาวน์เพิ่มอีก 14 วัน
- ศบค. คาดเดือน ก.ย. ผู้ป่วยรายใหม่ถึง 4.5 หมื่นรายต่อวัน ด้าน “ไทยสร้างไทย” ฟ้องนายกฯ จัดการโควิดล้มเหลว
- ลำดับเหตุการณ์โควิด-19 ในไทย
- โควิด-19: นักกฎหมายค้านออก พ.ร.ก. นิรโทษกรรมโควิด ชี้มีกฎหมายคุ้มครองบุคลากรทางแพทย์อยู่แล้ว
- โควิด-19: เมื่อเสียงร้องไห้ของครอบครัว “อัพ VGB” กลายเป็นคดีความเรียกค่าชดเชยจากการแก้ปัญหาของรัฐ
ศบค. ประกาศ "ล็อกดาวน์" ซึ่งรวมถึงการประกาศเคอร์ฟิวระหว่างเวลา 21.00-04.00 น. ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดหรือพื้นที่สีแดงเข้ม 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑลและจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. ก่อนจะยกระดับเป็นการ "ล็อกดาวน์ขั้นสูงสุด" และเพิ่มพื้นที่สีแดงเข้มเป็น 13 จังหวัดในวันที่ 20 ก.ค.
ผ่านไป 2 สัปดาห์สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตรายวันสูงทำลายสถิติอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังพบว่าจำนวนผู้ป่วยในต่างจังหวัดก็สูงขึ้นอย่างน่ากังวล ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ผู้ติดเชื้อเดินทางกลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนาเพราะหาที่รักษาไม่ได้ในกรุงเทพฯ ทำให้รัฐบาลประกาศเพิ่มพื้นที่สีแดงเข้มเป็น 29 จังหวัด และขยายมาตรการล็อกดาวน์ต่อไปอีกตั้งแต่วันที่ 3-31 ส.ค.
แต่การเพิ่มจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มและขยายมาตรการล็อกดาวน์ก็ยังดูเหมือนไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเท่าไหร่ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันเกิน 2 หมื่นรายเป็นครั้งแรกเมื่อ 4 ส.ค. และหลังจากนั้นก็ไม่ต่ำกว่า 19,000 รายอีกเลย จนกระทั่งล่าสุดวันนี้ ศบค. รายงานว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 24 ชม. อยู่ที่ 21,157 ราย และมีผู้เสียชีวิต 182 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่เดือน ม.ค. 2563 อยู่ที่ 7,734 ราย
ศบค. จึงได้ประชุมประเมินสถานการณ์หลังการล็อกดาวน์ 29 จังหวัดมาครบ 2 สัปดาห์ในวันนี้ ซึ่งที่ประชุมรับทราบและมีมติสำคัญดังนี้
- การล็อกดาวน์ได้ผลประมาณ 20% ในการควบคุมการระบาด และคาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอีก 1-2 เดือน โดยจะเพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วงเดือน ต.ค. แต่หากล็อกดาวน์ได้มีประสิทธิภาพถึง 25% จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นสูงสุดและเริ่มลดลงช่วงกลางเดือน ก.ย.
- เห็นชอบให้ขยายมาตรการตามเดิมไปจนถึงสิ้นเดือน ส.ค.
- เพิ่มมาตรการจัดการองค์กรรัฐและเอกชน โดยเฉพาะการสนับสนุนให้มีการตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจแอนติเจนแบบรู้ผลเร็ว (ATK) ในทุกสัปดาห์ รัฐบาลสนับสนุนการจัดหาชุดตรวจที่ราคาถูกและหาซื้อง่ายให้ประชาชน องค์กร สถานประกอบการที่สามารถตรวจหาเชื้อได้ด้วยตนเอง โดยจะมีระบบรองรับหลังพบเชื้อ
- ผ่อนปรนให้ธนาคาร สถาบันการเงิน ในห้างสรรพสินค้ากลับมาเปิดให้บริการตามปกติ เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนและธุรกิจ
- เห็นชอบในหลักการจัดหาวัคซีนในช่วงเดือน ส.ค. ถึง ก.ย. ได้แก่ 1) จองซื้อไฟเซอร์เพิ่มเติม 10 ล้านโดส 2) ให้องค์การเภสัชกรรมจัดหาซิโนแวคเพิ่มเติมอีก 12 ล้านโดส และ 3) เจรจาวัคซีนอื่น ๆ เพิ่มเติม 10 ล้านโดส
- เตรียม "Company Isolation" สำหรับสถานที่ทำงานที่มีพนักงานเกิน 50 คน
- โรงงานหรือสถานประกอบการที่มีพนักงงานเกิน 100 คน ต้องจัดทำมาตรการ "บับเบิลแอนด์ซีล"เต็มรูปแบบ
- ตลาดต้องมีการคัดกรองผู้ค้าขายและแรงงานด้วยการตรวจ ATK ทุกสัปดาห์
- เร่งฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมกลุ่มเปราะบางอย่างน้อย 80% ในกรุงเทพ ฯ และ 70%ใน 12 จังหวัด รวมถึง 50% ในพื้นที่อื่น ๆ
- เพิ่มอัตรการหมุนเวียนในการรับผู้ป่วยสีเหลือง สีแดง ลดผู้ป่วยอาการหนักที่ต้องคอยเตียง และเร่งจ่ายยาฟิวิพิราเวียร์
- จัดทำ Thai Covid Pass เป็นการประโยชน์จากเอกสารการฉีดวัคซีน เพื่อเข้าสถานที่ต่าง ๆ เพื่อรองรับการเปิดประเทศ
- รับความช่วยเหลือต่างชาติ ได้แก่ การแลกเปลี่ยนวัคซีนแอสตราเซเนก้ากับรัฐบาลภูฏานจำนวนกว่า 150,000 โดส และรับบริจาคยารักษาผู้ป่วยหนักที่ชื่อว่า Monoclonal Antibody จากกรรัฐบาลเยอรมันจำนวน 1,000 - 2,000 ชุด
- เปิดพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยวจากภูเก็ตที่อยู่ในภูเก็ตครบ 7 วัน ให้สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงคือ สุราษฎร์ธานี กระบี่และพังงา อีก 7 วัน แทนที่จะต้องอยู่ในภูเก็ตตลอด 14 วัน เริ่มวันที่ 16 ส.ค.นี้
- อนุญาตให้มีการผ่อนผันจัดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร การประชุมร่วมกันของรัฐสภา และอนุญาตผ่อนผันกรณีที่มีการประชุมในช่วงเวลาเคอร์ฟิว
มธ. บังคับใช้ประกาศให้นำเข้าวัคซีน-ยาได้
วันเดียวกันนี้ มีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาจากสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ที่ประกาศใช้ข้อบังคับเกี่ยวกับการนำเข้ายา วัคซีน และเวชภัณฑ์เพื่อรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ซึ่งอนุญาตให้หน่วยงานของมหาวิทยาลัยที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข เสนอต่ออธิการบดีให้จัดหา ผลิต จำหน่าย นำเข้า หรือขออนุญาตและออกใบอนุญาตการขึ้นทะเบียนยา วัคซีน เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ได้
ประกาศฉบับนี้ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค. เป็นต้นไประบุว่า มธ. มีโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติและคณะวิชาทางวิทยาศาสตร์สุขภาพจำนวนมาก ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงในการให้บริการแก่สังคมในเรื่องการป้องกัน การแก้ไขปัญหาและการรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
ดังนั้น สภามหาวิทยาลัยจึงกำหนดให้หน่วยงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข สามารถเสนอต่ออธิการบดีให้สามารถจัดหา ผลิต จำหน่าย นำเข้า หรือขออนุญาตและออกใบอนุญาต การขึ้นทะเบียนยา วัคซีน เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และสิ่งอื่นที่จำเป็นหรือเกี่ยวข้อง ทั้งที่ดำเนินการในประเทศและกับต่างประเทศได้
เจ้ากรมแพทย์ ทอ. "ยืนยันด้วยเกียรติยศ" ไม่มีวีไอพีได้วัคซีนไฟเซอร์
เจ้ากรมแพทย์ทหารกาศและผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพลร่วมกันแถลงข่าววันนี้ (16 ส.ค.) ชี้แจงกรณีบุคลากรการแพทย์ด่านหน้าของ รพ. ออกมาร้องเรียนถึงความไม่โปร่งใสของบัญชีรายชื่อผู้ได้รับวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์
รพ. ภูมิพลเป็นสถานพยาบาลแห่งล่าสุดที่มีปัญหาเกี่ยวกับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ที่รัฐบาลสหรัฐฯ บริจาคให้ โดยบุคลากรการแพทย์ด่านหน้ากลุ่มหนึ่งของ รพ. ที่ไม่มีชื่อได้รับวัคซีนไฟเซอร์ ได้นำเอกสารรายชื่อผู้ได้รับวัคซีนมาแสดง โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสเพราะมีรายชื่อซ้ำ คำนำหน้าชื่อไม่ตรง บางคนมีเพียงตัวเลขแทนชื่อ หรือมีหน้าที่ที่ไม่ต้องพบปะผู้ป่วย ขณะที่แพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่มีความเสี่ยงสูงกลับไม่มีชื่อ

พล.อ.ท. ธนวิตต สกุลแสงประภา เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ ซึ่งกำกับดูแล รพ.ภูมิพล ยืนยันว่าไม่มีการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ให้คนที่ไม่เข้าเกณฑ์หรือบุคคลระดับ "วีไอพี" และย้ำว่าบุคลากรด่านหน้าจะต้องได้รับวัคซีนครบถ้วนก่อน
"ต้องให้ลูกน้องตัวเองได้วัคซีนครบก่อน จะกักวัคซีนแล้วนำไปฉีดให้วีไอพี เป็นไปไม่ได้ ถ้าลูกน้องตัวเองกินข้าวไม่อิ่มหรือยังไม่ได้วัคซีน มันเป็นเรื่องที่คนทำก็โง่เต็มทนแล้วถ้าจะทำแบบนั้น...ไม่มีเหตุผลที่เราจะไปกักวัคซีนเพื่อไปฉีดให้วีไอพี ยืนยันด้วยเกียรติยศของพวกเราครับว่า ไม่มีหรอกครับ แล้วผู้ใหญ่ก็ไม่มีใครโผล่มาขอด้วยว่าจะขอฉีดไฟเซอร์" พล.อ.ท. ธนวิตตกล่าว
เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศคาดว่าภายในสัปดาห์นี้บุคลากรด่านหน้าของ รพ. ที่เข้าเกณฑ์จะได้รับวัคซีนโควิดอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการฉีดเข็มแรก เข็มสอง หรือเป็นบูสเตอร์โดส
ด้าน พล.อ.ต.หญิงอิศรญา สุขเจริญ ผอ. รพ. ภูมิพล ชี้แจงว่าเอกสารบัญชีรายชื่อที่นำมาสู่การร้องเรียนนั้นมีความซ้ำซ้อนของข้อมูลเนื่องจากยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบและไม่ใช่รายชื่อสำหรับการเข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์จริง
"ทุกคนที่ส่งชื่อไปจะได้รับการฉีดวัคซีนแน่นอน" ผอ. รพ. ภูมิพลกล่าวและระบุว่าขณะนี้ทาง รพ. ได้รับวัคซีนมาครบตามจำนวนที่ขอไปแล้ว แบ่งเป็นล็อตแรก 1,800 โดส และล็อตสอง 1,900 โดส











