โควิด-19 : เชียงใหม่ลุ้น ศบค. อนุมัติวัคซีนล็อตใหญ่ เพื่อเปิด“แซนด์บ็อกซ์” 4 อำเภอ 1 ส.ค.

ที่มาของภาพ, Getty Images
คณะทำงานของจังหวัดเชียงใหม่จัดเตรียมแผนเปิดรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ผ่านโครงการ CHARMING Chiang Mai Sand Box หวัง ศบค. เห็นด้วยและเร่งจัดหาวัคซีนให้กระจายฉีดเข็มแรก ให้ประชาชน 70% ใน 4 อำเภอนำร่องภายใน ก.ค.
นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า การระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 กระทบต่อภาคธุรกิจบริการ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจรวมของจังหวัดอย่างหนัก ในฐานะที่เขาได้รับมอบหมาย ให้ประสานทุกหน่วยงาน เพื่อวางแผน ฟื้นฟู จึงได้ระดมแนวคิดจากภาครัฐเอกชนทุกภาคส่วนเพื่อช่วยกันหาแนวทางผ่อนคลายผลกระทบที่เกิดขึ้น
การท่องเที่ยวถูกยกมาเป็นประเด็นขับเคลื่อนหลักว่าจะทำอย่างไรให้เชียงใหม่พร้อมเดินหน้าเปิดรับนักท่องเที่ยวหลังจากจังหวัดภูเก็ต ให้เริ่มดำเนินการนำร่องใน 3 อำเภอได้ตั้งแต่ 1 ส.ค. และตั้งเป้าให้พร้อมทั้งจังหวัดภายในกลางเดือนตุลาคม
ทางจังหวัดได้ตั้งคณะทำงานเพื่อเดินหน้าทันที สิ่งแรกคือการสำรวจความพร้อมของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยพบเงื่อนไขสำคัญ คือ การรับวัคซีนที่ต้องไม่น้อยกว่า 70% ของประชาชนในพื้นที่ เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันหมู่

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
นายรัฐพลกล่าวว่า ทุกอย่างจะเป็นไปได้ก็ขึ้นกับการได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ชุดใหญ่ (ศบค.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานจะเห็นชอบหลังจากปักธงเรื่องนี้ที่ภูเก็ตและชาวเชียงใหม่ได้วัคซีนเพื่อโครงการแซนด์บ็อกซ์ มากระจายฉีดให้ประชาชนทันตามแผนหรือไม่ ซึ่งล่าสุดกำลังประสานในเรื่องนี้ เพื่อให้พื้นที่เป้าหมายได้วัคซีน 70% ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม
ทั้งนี้จากการติดตามความพร้อมทั้ง 4 พื้นที่นำร่องทุกส่วนทำงานล่วงหน้าและพร้อมทันทีหากถึงกำหนดปัจจัยสำคัญคือวัคซีนที่จะได้รับมานั่นหมายถึงต้นเดือนกรกฎาคม 4 อำเภอประชาชน 70%ต้องได้รับเข็มแรก ตอนนี้แผนที่ทำไปคือ ได้เสนอแผนเร่งด่วนย้ายคิวฉีดวัคซีนราว 152,000 โดส จากเดือน ก.ย.2564 มาฉีดตั้งแต่เดือน มิ.ย.ในพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ทั้ง 4 อำเภอ ซึ่งต้องรอ ศบค.นำเข้าที่ประชุมเท่านั้น
ข้อมูลจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ชี้ว่า เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในประชากรเชียงใหม่ จะต้องมีผู้ได้รับวัคซีน 1.2 ล้านคน แต่จนถึง 25 มิ.ย. 2564 มีผู้ไดรับวัคซีนไปแล้ว 121,753 คน ในจำนวนนี้มีผู้ที่ได้ครบ 2 เข็มแล้ว 48,621 คน

ที่มาของภาพ, Reuters
"CHARMING"
ด้านนายณรงค์ ตนานุวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิยุทธศาสตร์พัฒนาเชียงใหม่ กล่าวว่า เชียงใหม่เป็นหัวเมืองใหญ่ เป็นศูนย์กลางการพัฒนาและความเจริญในภาคเหนือและเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจของประเทศมาต่อเนื่อง มีเอกลักษณ์และมนต์เสน่ห์แห่งล้านนาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก คณะทำงานจึงนำจุดแข็งของจังหวัดมาเป็นโครงการ CHARMING Chiang Mai Sand Box
CHARMING ประกอบด้วย วัฒนธรรม (Culture & Craft), สุขภาพ (Healthy & Wellness), การผจญภัย (Adventure), ความหวานซึ้ง (Romance), การแพทย์ (Medical), ความเข้มข้นและนานาชาติ (Intensive & International), ธรรมชาติ (Nature), และอาหารการกิน (Gastronomy)

ที่มาของภาพ, STR/BBC thai
นายณรงค์ ซึ่งดำรงตำแหน่ง รองประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเหนือหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เชียงใหม่ตั้งเป้าพื้นที่นำร่องรับนำท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ตั้งแต่ 1ส.ค. ใน 4 อำเภอก่อน คือ ดอยเต่า แม่ริม แม่แตงและเมืองเชียงใหม่ โดยตั้งเป้าหมายให้ 70% ของประชาชนใน 4 อำเภอ หรือ 286,383 คน ได้รับวัคซีน ระหว่าง 7 มิ.ย. ถึง 15 ก.ค.
แผนการเปิดเชียงใหม่ ระยะที่ 2 คือ การเปิดการท่องเที่ยวทั้งจังหวัดภายใน 15 ต.ค. ซึ่งต้องมีการฉีดวัคซีน 70% ของประชาชนในทั้งหมด 21 อำเภอ หรือ 854,211 คน
จากการสอบถามผู้เกี่ยวข้องล่าสุด บีบีซีไทย เข้าใจว่าแผนการนี้ อาจต้องพักไว้ก่อน เนื่องจาก การส่งมอบวัคซีนที่ยังล่าช้า และปัญหาการระบาดใน กทม. และปริมณฑล ในขณะนี้

ที่มาของภาพ, ณรงค์ ตนานุวัฒน์

ที่มาของภาพ, สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่

ที่มาของภาพ, สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่









