โควิด-19: ภาคท่องเที่ยวหวั่นฉีดวัคซีนช้ากระทบความสามารถในการแข่งขันและเศรษฐกิจ

ที่มาของภาพ, Reuters
- Author, วัชชิรานนท์ ทองเทพ
- Role, บีบีซีไทย
นักธุรกิจในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยววิตกว่าแผนการฉีดวัคซีนที่ล่าช้า จะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการท่องเที่ยวย่ำแย่ลง ในขณะที่ประเทศคู่แข่งเร่งฉีดวัคซีน บางประเทศใช้การฉีดวัคซีนเป็นจุดขายหนึ่งดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ
กลุ่มนักธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหารโรงแรมเห็นพ้องว่ากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาที่ต้องปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและการจ้างงานในอุตสาหกรรมอย่างมาก
"วิธีเดียวที่จะฟื้นท่องเที่ยวได้ คือต้องเอานักท่องเที่ยวกลับมาให้เร็วที่สุด โดยไม่ต้องกักตัว" นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทยบอกกับบีบีซีไทย
นอกจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวถือว่าเป็นเส้นเลือดเลี้ยงชีวิตผู้ประกอบการและแรงงานหลายล้านคนแล้ว รายได้ที่เกิดขึ้นจากภาคธุรกิจนี้ก็เป็นเครื่องค้ำจุนเศรษฐกิจไทยที่สำคัญโดยคิดเป็นสัดส่วนราว 16-17% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ หรือ จีดีพี
แบงก์ชาติปรับลดจีดีพี เหตุท่องเที่ยวยังซบเซา
ทว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในปีนี้ก็ยังไม่สดใสเท่าที่ควร ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศปรับลดการขยายตัวของจีดีพีของปีนี้ ลดลงมาอยู่ระดับ 3% จากประมาณการเดิมในเดือน ธ.ค. ปีที่แล้วคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 3.2% ส่วนในปี 2565 ปรับจาก 4.8% มาอยู่ที่ 4.7%
Please activate Javascript to see the graphic
นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. และในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อธิบายถึงสาเหตุของการปรับลดครั้งนี้ว่า มาจากจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่ง ธปท. ก็ได้ปรับการคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวในปีนี้ลดลงเช่นกันจากเดิม 5.5 ล้านคน มาอยู่ที่ 3 ล้านคน ส่วนในปี 2565 ก็ถูกปรับลดลงมาที่ 21.5 ล้านคน จากเดิม 23 ล้านคน
Please activate Javascript to see the graphic
ธปท. ยอมรับว่าเรื่องวัคซีนและการระบาดของโรคโควิด-19 ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และคาดว่าอาจจะต้องใช้เวลาถึง 2 ปีครึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กับมาอยู่ในระดับเดียวกันกับช่วงก่อนที่จะเกิดการระบาดของโรคโควิด-19
ภาคโรงแรม-ร้านอาหาร ชี้ไทยฉีดวัคซีนล่าช้า
"การฉีดวัคซีนที่ล่าช้า และทางเลือกในการฉีดวัคซีนที่น้อย" คือ ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในเวทีเสวนา "Thai Hotel Leaders Roundtable" เมื่อวันที่ 22 มี.ค. โดยผู้บริหารระดับสูงในกลุ่มธุรกิจโรงแรมแสดงความกังวลว่าจะมีผลต่อการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างไม่เต็มศักยภาพ นอกจากนี้ความล่าช้ายังมีผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจของภาคเอกชนท่องเที่ยวด้วย
นายธีรยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา บอกกับบีบีซีไทยว่า ที่่ผ่านมาภาคธุรกิจได้ส่งสัญญาณดังกล่าวไปยังรัฐบาลแล้ว และอยากให้รัฐบาลมองภาพรวมทางเศรษฐกิจไปกับการควบคุมโรคด้วย

ที่มาของภาพ, Delivering Asia Communications
"บางอย่างถ้ามีความคิดแนวคอนเซอร์เวทีฟ (อนุรักษนิยม) เกินไป หลาย ๆ ธุรกิจอาจจะตายก่อน จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องดูให้ดี เราในฐานะภาคเอกชนก็ได้ส่งสัญญาณว่า เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเรื่องธุรกิจโดยภาพรวม เพราะคนจะล้มหายตายจากไปเยอะ และคนตกงานเยอะมาก" เขาอธิบาย
การฉีดวัคซีนให้กลุ่มผู้ที่อยู่ในธุรกิจโรงแรม สายการบิน ร้านอาหาร ซึ่งนับว่าเป็น "ด่านหน้า" ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญเช่นกัน หากมีแผนจะเปิดประเทศ และต้องคำนึงถึงธรรมชาติของการทำธุรกิจด้วย เพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาส

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
"เวลาเราพูดถึงนักท่องเที่ยวต่างประเทศ อย่างในฝั่งยุโรป หากเขาจะจองแพกเกจท่องเที่ยวเข้ามา ต้องทำล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน โดยอย่างล่าช้าสุดคือช่วงเดือน ต.ค. หากว่ารัฐบาลตัดสินใจช้าก็จะมีผลต่อการเลือกมาท่องเที่ยวในไทย" ผู้บริหารโรงแรมรายนี้กล่าว
ไทยอยู่ในกลุ่มรั้งท้ายฉีดวัคซีนช้าในอาเซียน
จากข้อมูลเว็บไซต์ Our World In Data เมื่อเปรียบเทียบประเทศไทยกับประเทศในอาเซียน ยังถือจัดอยู่กลุ่มที่มีการฉีดวัคซีนได้น้อยเมื่อเทียบกับประชากรทั้งหมด
Please activate Javascript to see the graphic
สิงคโปร์ถือเป็นชาติที่เร่งการฉีดวัคซีนสูงสุดในอาเซียน คือ 18.96% ของประชากรทั้งหมด ตามมาด้วยอินโดนีเซีย (3.56%) กัมพูชา ( 1.17%) มาเลเซีย (1.49%) ลาว (0.56%) ฟิลิปปินส์ (0.46%) ไทย (0.15%) และเวียดนาม (0.04%) ส่วนบรูไนไม่มีข้อมูล
ตามแผนการกระจายวัคซีนของไทยตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายในสิ้นปี 2564 จะต้องครอบคลุม 50% ของประชากร โดยในแผนดังกล่าวมีวัคซีนเพียง 2 ยี่ห้อ คือ แอสตร้าเซนเนก้าทั้งที่นำเข้าและผลิตเองในประเทศโดย บ.สยามไบโอไซเอนซ์ และอาจจะมีบางส่วนจากบริษัทในประเทศที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาและผลิต และล่าสุดองค์การอาหารและยาได้อนุมัติขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 ของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันแล้ว
ต่างชาติเร่งฉีด เพื่อช่วงชิงโอกาส
นายวิลเลียม อี ไฮเน็ค ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัทไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ผู้บริหารโรมแรมในเครือไมเนอร์ โฮเทล และธุรกิจร้านอาหาร บอกกับบีบีซีไทยว่า ในประเทศที่ต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลายแห่งก็เร่งฉีดวัคซีน และบางแห่งก็เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้ว
เขายกตัวอย่างประเทศมัลดีฟส์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งบริษัทของเขาดำเนินธุรกิจอยู่ในขณะนี้
นายไฮเน็คกล่าวว่ารัฐบาลมัลดีฟส์เห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ จึงเร่งการฉีดวัคซีน โดยหวังว่าจะสามารถฉีดให้ประชากรและผู้อาศัยในประเทศราว 5.4 แสนคน ให้ครบภายในเดือน มิ.ย. เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 15 ก.ค.

ที่มาของภาพ, Reuters
ส่วนที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั้นก็ใช้ความพยายามในการเร่งฉีดวัคซีนแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศเช่นกัน จากข้อมูลของเว็บไซต์ Our World In Data ซึ่งรวบรวมข้อมูลการฉีดวัคซีนในแต่ละประเทศทั่วโลกระบุว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นประเทศที่มีการฉีดวัคซีนที่คืบหน้าที่สุดอันดับ 2 ของโลก ในแง่ของจำนวนโดสที่ฉีดต่อ 100 คน รองจากอิสราเอล
"แน่นอนว่าการฉีดวัคซีนที่ล่าช้าย่อมมีผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันในต่างประเทศ เพราะประเทศใดพร้อมกว่าจะก็เดินหน้าเปิดรับนักท่องเที่ยวได้เร็วกว่า" นักธุรกิจชาวอเมริกันสัญชาติไทยรายนี้เล่าให้ฟัง
Vaccine Tourism
การครอบครองและกระจายวัคซีนได้เพียงพอ ไม่ได้หมายถึงการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนเพียงเท่านั้น แต่ในแง่การแข่งขันทางธุรกิจอาจจะมีความหมายกว่านั้น
นายไฮเน็คเล่าให้ฟังว่า ขณะนี้เมืองท่องเที่ยวหลายแห่งเริ่มใช้วัคซีนต้านโควิด-19 มาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ผ่านการนำเสนอแพกเกจการท่องเที่ยวที่จะจัดให้มีการฉีดวัคซีนให้ด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายหลัก ๆ คือ นักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพและกระเป๋าหนัก เช่นในนครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ที่มาของภาพ, Delivering Asia Communications
นอกจากนครดูไบแล้ว เว็บไซต์นิตรสารฟอร์บส์ รายงานเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า มีเอเยนซี่ด้านการท่องเที่ยวในอิสราเอล สหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และคิวบา ได้ออกแพกเกจเพื่อดึงดูดกลุ่มเศรษฐีที่ต้องการท่องเที่ยวในประเทศนั้น ๆ รับวัคซีนได้ฟรี

ที่มาของภาพ, EPA
ในรายงานดังกล่าวระบุว่าผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ ได้ลงนามคำสั่งเกี่ยวกับการลำดับความสำคัญของการฉีดวัคซีนสำหรับกลุ่มอายุเกิน 65 ปี โดยไม่ได้ระบุว่าบุคคลนั้นจะต้องอาศัยอยู่ในรัฐนั้น ผลทำให้มีเศรษฐีชาวอเมริกันหลายคนบินตรงมาที่รัฐฟลอริดาเพื่อเข้าคิวรับวัคซีน หนึ่งในนั้นคือประธานเจ้าหน้าที่บริหารของวอลต์ ดิสนีย์ สื่อท้องถิ่นยังรายงานว่ามีนักท่องเที่ยวจากบราซิลและอาร์เจนตินาก็บินมารับวัคซีนในรัฐนี้ด้วย
โมเดลวัคซีนเพื่อการท่องเที่ยว
นายกสมาคมโรงแรมไทย บอกกับบีบีซีไทยว่า ผู้ประกอบการในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก ๆ เช่น ภูเก็ต สมุย พังงา พัทยา และหาดใหญ่ กำลังพัฒนาโมเดลของตัวเอง เพื่อนำเสนอรัฐบาลช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้พร้อมสำหรับการเปิดประเทศโดยไม่ต้องกักตัว
หนึ่งในโมเดลเหล่านั้นคือ "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" ซึ่งนำเสนอโดยสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้นำเสนอต่อรัฐบาลแล้ว โดยคาดหวังว่าจะได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลให้เป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาของภาคธุรกิจการท่องเที่ยว

ที่มาของภาพ, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต
นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" ว่า เป็นข้อเสนอที่ต้องการให้รัฐบาลอนุมัติให้จัดหาวัคซีนทั้งจากซิโนแวคและแอสตร้าเซนเนก้าจำนวน 933,174 โดส สำหรับประชากรบนเกาะภูเก็ตจำนวน 466,587 คน โดยแบ่งตามกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ เช่น ประชากรที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป แรงงานในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มิได้ย้ายทะเบียนบ้าน แรงงานในธุรกิจอื่น และรวมถึงแรงงานต่างด้าว
"หากสามารถทำได้จะทำให้การเปิดประเทศแบบไม่ต้องกักตัวจะสามารถเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 ก.ค. โดยจะต้องมีการฉีดวัคซีนชุดแรกจากซิโนแวคในวันที่ 15 เม.ย. จำนวน 3 แสนโดส ตามมาด้วยในเข็มที่สองในวันที่ 15 พ.ค. ก่อนที่จะฉีดอีกครั้งจากวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าในวันที่ 1 มิ.ย." เขาอธิบาย

ที่มาของภาพ, Reuters
ส่วนผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ประเมินว่าหากสามารถเปิดประเทศได้ในเดือน ก.ค. ภายในสิ้นปีจะทำให้มีรายได้ทางการท่องเที่ยวราว 8.4 หมื่นล้านบาท จากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพซึ่งได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว เช่น จีน สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิสราเอลและรัสเซีย
หากยึดตามแผนการเปิดประเทศของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ใน เดือนต.ค. และได้รับการอนุมัติวัคซีนตามที่เสนอ ก็จะทำให้มีผลทางเศรษฐกิจมีรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างน้อย 5.4 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม แผนและข้อเสนอดังกล่าวจะได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลหรือไม่ ต้องรอการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรีในวันที่ 30 มี.ค. นี้











