สำนักงานการแพทย์ยุโรประบุวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า "ได้ผลดี" ไม่เกี่ยวกับการเกิดลิ่มเลือด

A medical worker fills a syringe from a vial of the British-Swedish AstraZeneca/Oxford vaccine

ที่มาของภาพ, Getty Images

สำนักงานด้านการแพทย์ของยุโรป หรืออีเอ็มเอ แถลงเมื่อ 18 มี.ค. ว่า วัคซีนโรคโควิด-19 ที่คิดค้นโดยมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดและบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า "ปลอดภัยและได้ผลดี" หลังจากแถลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า วัคซีนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดลิ่มเลือดตามหลอดเลือดต่าง ๆ

อีเอ็มเอเข้าตรวจสอบวัคซีนนี้หลัง 13 ชาติในสหภาพยุโรป ระงับการใช้วัคซีนเนื่องจากความกังวลเรื่องการเกิดลิ่มเลือด และยืนยันว่าการเกิดลิ่มเลือดในผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าไม่ได้มากไปกว่าในคนปกติทั่วไป ขณะที่องค์การอนามัยโลกชี้ไม่มีเหตุผลหยุดใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า

ก่อนหน้านี้ เมื่อ 12 มี.ค. อีเอ็มเอ ออกแถลงการณ์ชี้แจงเรื่องนี้หลังจากหลายชาติ อาทิ เดนมาร์ก และนอร์เวย์ ชะลอการฉีดวัคซีนดังกล่าวไว้ก่อน หลังจากมีรายงานว่ามีคนจำนวนเล็กน้อยมีอาการลิ่มเลือดหลังได้รับวัคซีน นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าชายชาวอิตาเลียนวัย 50 ปี เสียชีวิตหลังเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำหลังจากได้รับวัคซีน 1 โดส

"ขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการได้รับวัคซีนทำให้เกิดอาการดังกล่าว ซึ่งไม่ได้ระบุอยู่ในรายชื่ออาการข้างเคียงที่เกิดจากวัคซีน" สำนักงานด้านการแพทย์ของยุโรป ชี้แจง และระบุด้วยว่า "ประโยชน์ที่ได้รับจากวัคซีนยังคงมีมากกว่าความเสี่ยงเหล่านั้น และยังสามารถฉีดวัคซีนได้ต่อไปในระหว่างที่รอผลการตรวจสอบในรายละเอียดเกี่ยวกับการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน"

A woman is vaccinated against Covid-19 with the AstraZeneca vaccine in Genoa, Italy, 10 March 2021.

ที่มาของภาพ, EPA

อีเอ็มเอให้ข้อมูลว่าในปัจจุบันมีการเกิด "ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน" 30 ราย จากประชากรในยุโรป 5 ล้านคนที่ได้รับวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า

ขณะที่ล่าสุดองค์การอนามัยโลกระบุว่า ไม่มีเหตุผลที่จะระงับการใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เพราะยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าวัคซีนชนิดนี้ทำให้เกิดลิ่มเลือด พร้อมชี้ว่าเป็น "วัคซีนที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม" และควรใช้ต่อไป อย่างไรก็ตาม อนามัยโลกจะสอบสวนรายงานการเสียชีวิตที่เกิดขึ้น

ด้านโฆษกของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้ายืนยันว่าได้มีการศึกษาทดลองทางคลินิกในแง่ความปลอดภัยของวัคซีนอย่างครอบคลุม "หน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่งกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนอย่างเข้มงวดก่อนจะอนุมัติให้ใช้ยาใด ๆ ก็ตาม"

ในสหราชอาณาจักร สำนักงานตรวจสอบผลิตภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (เอ็มเอชอาร์เอ) ระบุว่าไม่มีหลักฐานใด ๆ บ่งชี้ว่าวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า ก่อให้เกิดปัญหา และประชาชนยังควรไปฉีดวัคซีนหากได้รับแจ้งให้ไปรับการฉีด

"ลิ่มเลือดเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้เองและไม่ใช่สิ่งผิดปกติ ขณะนี้มีการฉีดวัคซีนโรคโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าแล้ว 11 ล้านโดส ทั่วสหราชอาณาจักร" ฟิล ไบรอัน ผู้อำนวยการเอ็มเอชอาร์เอ กล่าว

The AstraZeneca vaccines are stored and prepared for vaccination at the Region Hovedstaden"s Vaccine Center in Bella Center in Copenhagen, Denmark, 11 February 2021

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, เดนมาร์ก นอร์เวย์ และไอซ์แลนด์ ชะลอการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า หลังมีรายงานว่ามีคนจำนวนเล็กน้อยมีอาการลิ่มเลือดหลังได้รับวัคซีน

การตัดสินใจของชาติต่าง ๆ ในการชะลอการฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าถือเป็นผลเสียต่อโครงการฉีดวัคซีนในยุโรปที่ประสบปัญหาชะงักงันจากความล่าช้าในการจัดส่งวัคซีน

อย่างไรก็ดี ล่าสุดอีเอ็มเอได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนโรคโควิด-19 ที่ผลิตโดยบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (เจแอนด์เจ) แล้ว โดยมีรายงานว่าวัคซีนอาจจะได้รับการจัดส่งมาถึงยุโรปในเดือนเม.ย. เป็นต้นไป

นอกจากนี้ยังมีรายงานการศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิผลของวัคซีนโนแวกซ์ ของสหรัฐฯ ที่พบว่ามีประสิทธิผล 96% ในการป้องกันเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดิมที่ทำให้เกิดโรคโควิด และมีประสิทธิผลราว 86% ในการป้องกันเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่พบในอังกฤษ สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าคาดว่าบริษัทโนวาแวกซ์จะยื่นเรื่องขออนุมัติให้ใช้วัคซีนนี้ในสหราชอาณาจักรในช่วงไตรมาสที่สองของปีนี้

มีชาติใดบ้างที่ไม่ใช้วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า

เดนมาร์ก นอร์เวย์ และไอซ์แลนด์ ชะลอการฉีดวัคซีนนี้ไว้ก่อน ส่วนอิตาลี ออสเตรีย ยกเลิกการฉีดวัคซีนเฉพาะล็อตที่เป็นประเด็น ตามมาตรการป้องกันไว้ก่อน โดยวัคซีนที่อิตาลี และออสเตรียไม่ฉีดนี้เป็นคนละล็อตกัน

เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย และลักเซมเบิร์ก ก็ชะลอการใช้วัคซีนในล็อตเดียวกับที่มีการจัดส่งให้ออสเตรีย ส่วนโรมาเนียชะลอการฉีดวัคซีนจำนวน 4,200 โดส ที่เป็นวัคซีนในล็อตเดียวกันกับของอิตาลี

ก่อนหน้านี้สำนักงานด้านการแพทย์ของยุโรป ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า การตัดสินใจของเดนมาร์กถือเป็น "มาตรการป้องกันไว้ก่อน ในระหว่างที่รอรายงานผลการตรวจสอบเกี่ยวกับการเกิดลิ่มเลือดในคนที่ได้รับวัคซีน ซึ่งรวมถึงกรณีที่มีผู้เสียชีวิตคนหนึ่งในเดนมาร์กด้วย"

อิตาลี สำนักงานกำกับดูแลยาของอิตาลี เปิดเผยว่าการตัดสินใจของอิตาลีเป็น "มาตรการป้องกันไว้ก่อน" และเสริมว่ายังไม่มีข้อมูลที่ชี้ให้เห็นถึงการเชื่อมโยงกันระหว่างวัคซีนและ "ผลเสียร้ายแรง" ที่เกิดตามมา

อย่างไรก็ดี มีรายงานว่าชาวอิตาเลียนสองคนเสียชีวิตหลังได้รับการฉีดวัคซีน และแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยนามบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่าการเสียชีวิตของคนทั้งสองทำให้อิตาลีชะลอการฉีดวัคซีนดังกล่าวไว้ชั่วคราว

ออสเตรีย ตัดสินใจไม่ใช้วัคซีนล็อตที่เป็นประเด็น หลังจากผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิตหลังจากได้รับวัคซีนไปแล้ว 10 วัน เพราะ "ปัญหาลิ่มเลือดแข็งตัวรุนแรง" โดยวัคซีนของออสเตรียเป็นส่วนหนึ่งของวัคซีนจำนวน 1 ล้านโดส หมายเลขกำกับ ABV5300 ที่มีการจัดส่งไปยังประเทศต่าง ๆ ในยุโรปจำนวน 17 ประเทศ

สำนักงานด้านการแพทย์ของยุโรประบุว่าคณะกรรมการดูแลความปลอดภัยได้ทบทวนรายละเอียดกรณีที่เกิดขึ้นในออสเตรีย และตัดสินใจอย่างชัดเจนว่า "ไม่มีข้อมูลบ่งชี้ว่าวัคซีนก่อให้เกิดอาการดังกล่าว"

เดนมาร์ก ไม่มีรายงานเรื่องการเสียชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขเปิดเผยว่าได้ระงับการใช้วัคซีนไว้เป็นเวลา 14 วัน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าเป็น "มาตรการป้องกันไว้ก่อน" แม้ว่าจะยังไม่มีความเชื่อมโยงใด ๆ ระหว่างวัคซีนและผลเสียที่เกิดขึ้น

"เรากำลังรอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อดูว่ามีความเชื่อมโยงของวัคซีนและการเกิดลิ่มเลือดหรือไม่" นายแกร์ บุกโฮล์ม แห่งสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติระบุ

ไอซ์แลนด์ เป็นอีกประเทศที่ชะลอการใช้วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าไว้ก่อน โดยผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา บอกกับสถานีโทรทัศน์ Ruv ว่า เป็น "มาตรการป้องกันไว้ก่อน"

ฝรั่งเศส และเยอรมนี ยืนยันว่าจะยังคงใช้วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าต่อไป โดยนายโอลิวิเย แวรอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า "ประโยชน์ที่ได้รับ…มีมากกว่าความเสี่ยง"

ควรมีความกังวลแค่ไหน

มิเชล โรเบิร์ตส์ บรรณาธิการข่าวสาธารณสุขของบีบีซี รายงานว่าเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขหลายคนบอกว่าได้รับรายงานว่ามีคนจำนวนเล็กน้อยที่ได้รับวัคซีนของออกซ์ฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า แล้วเสียชีวิต หรือมีอาการลิ่มเลือดที่อาจทำให้เสียชีวิต นั่นอาจทำให้เกิดความกังวลได้ แต่ ณ ขณะนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าสองสิ่งนี้มีความเกี่ยวโยงกันหรือไม่

ขณะนี้กำลังมีการตรวจสอบอย่างละเอียดเกี่ยวกับคุณภาพของวัคซีนในล็อตที่เป็นประเด็น แต่มีแนวโน้มว่าน่าจะไม่พบข้อบกพร่องใด ๆ

โดยรวม ๆ แล้ว พบมีผู้มีอาการลิ่มเลือดแข็งตัว 30 กรณี จากจำนวนผู้ได้รับวัคซีนที่ผลิตโดยแอสตร้าเซนเนก้า 5 ล้านคนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจยุโรป

การอนุมัติให้ใช้วิธีรักษาใด ๆ รวมทั้งการใช้วัคซีนย่อมมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการข้างเคียงในคนบางกลุ่ม แต่ส่วนใหญ่มีอาการเพียงเล็กน้อย ส่วนผู้ที่มีอาการข้างเคียงรุนแรงนั้นน้อยมาก ขณะที่อาการลิ่มเลือดนั้นเกิดขึ้นได้เอง และไม่ใช่เรื่องผิดปกติ และทุก ๆ ปีในสหราชอาณาจักร มีคนราว 1 ใน 1,000 คน มีอาการนี้

ทยอยกลับมาฉีด

หลังประกาศของอีเอ็มเอว่า "ปลอดภัย" เป็นสิทธิของรัฐบาลแต่ละประเทศในสหภาพยุโรปว่าจะตัดสินใจอย่างไร

รัฐบาลอิตาลีประกาศว่าจะกลับมาฉีดวัคซีนตัวนี้ให้ประชาชนตั้งแต่วันศุกร์ ส่วนสวีเดน บอกว่า ขอเวลาตัดสินใจ "อีก 2-3 วัน"