โควิด-19 : ฝรั่งเศสเปลี่ยนท่าทียอมฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าให้คนอายุ 65 ปีขึ้นไป

ที่มาของภาพ, EPA
รัฐบาลฝรั่งเศสอนุมัติให้กลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวสามารถรับวัคซีนต้านโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าได้แล้ว หลังจากเมื่อเดือนที่แล้วได้อนุมัติการใช้วัคซีนชนิดนี้เฉพาะในคนอายุต่ำกว่า 65 ปีเท่านั้น โดยอ้างว่ายังไม่มีข้อมูลการให้วัคซีนแก่กลุ่มผู้สูงอายุเพียงพอ จึงทำให้เกิดความกังวลถึงผลข้างเคียงรุนแรง ส่วนในไทย นายกฯ เผยกำลังรอการขึ้นทะเบียนรับรองจาก อย. ก่อนจึงได้รับวัคซีนชนิดนี้
นายโอลิวิแยร์ เวรอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส กล่าวว่า "ผู้มีภาวะโรคร่วมสามารถรับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าได้แล้ว ซึ่งรวมถึงกลุ่มคนอายุ 65 - 74 ปี"
เขาระบุว่า ผู้มีภาวะโรคร่วม เช่น ความดันโลหิตสูงหรือโรคเบาหวานสามารถรับวัคซีนชนิดนี้ได้จากคลินิกแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป โรงพยาบาล รวมถึงจะสามารถรับการฉีดได้ที่ร้านขายยาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ส่วนผู้มีอายุเกิน 75 ปีขึ้นไปจะยังคงได้รับวัคซีนที่พัฒนาโดยบริษัทไฟเซอร์ หรือบริษัทโมเดอร์นา ที่ศูนย์ฉีดวัคซีน
การเปลี่ยนท่าทีของทางการฝรั่งเศสครั้งนี้มีขึ้นหลังจากเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ระบุว่า วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า "ดูเหมือนจะไม่มีประสิทธิภาพ" สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ คำกล่าวอ้างนี้ถูกต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่สหราชอาณาจักร
แต่หลังจากเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา นายมาครงระบุว่า "หากนี่คือวัคซีนที่เสนอให้แก่ผม ผมก็จะรับอย่างแน่นอน"

ที่มาของภาพ, CHRISTOPHE ARCHAMBAULT
วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าใช้กันกว้างขวางแค่ไหน
วัคซีนต้านโควิด-19 ที่พัฒนาร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดและบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า มีการใช้อย่างแพร่หลายในสหราชอาณาจักร แต่หลายประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งรวมถึงเยอรมนี ยังคงจำกัดการใช้ไว้เฉพาะกลุ่มคนอายุต่ำกว่า 65 ปี
แม้หน่วยงานกำกับดูแลด้านยาของอียูได้อนุมัติการใช้วัคซีนชนิดนี้กับคนทุกกลุ่มวัย แต่ก็ขึ้นอยู่กับทางการชาติสมาชิกแต่ละประเทศที่จะกำหนดนโยบายการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนของตน
ขณะที่คณะกรรมการที่กำกับดูแลด้านการฉีดวัคซีนของแคนาดาได้ออกคำแนะนำเมื่อวานนี้ (1 มี.ค.) ไม่ให้ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าแก่คนอายุ 65 ปีขึ้นไป โดยระบุว่า ข้อมูลการทดลองทางคลินิกสำหรับคนกลุ่มนี้ยังมีไม่เพียงพอ
ในฝรั่งเศสนั้น หลังจากปรากฏข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัคซีนชนิดนี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต่างพยายามสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่าวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ามีความปลอดภัยและประสิทธิภาพไม่ต่างจากวัคซีนต้านโควิด-19 ชนิดอื่น ๆ
โดยปัจจุบันมีคนในฝรั่งเศสได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 โดสแรกไปแล้วประมาณ 3 ล้านคน ขณะที่สหราชอาณาจักร ซึ่งมีจำนวนประชากรใกล้เคียงกันนั้น มีผู้รับวัคซีนโดสแรกแล้วกว่า 20 ล้านคน
ทางการสหราชอาณาจักรให้เหตุผลว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าที่จะฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงให้ได้มากและรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยข้อมูลล่าจากโครงการนี้บ่งชี้ว่า วัคซีนต้านโควิด-19 ช่วยลดโอกาสที่คนอายุ 80 ปีขึ้นไปจะมีอาการป่วยรุนแรงจากโรคโควิด-19 และต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้กว่า 80% หลังจากได้รับวัคซีนโดสแรกไปแล้ว 2-3 สัปดาห์

ที่มาของภาพ, Reuters
สถานการณ์ในไทย
ส่วนในประเทศไทยนั้น ในวันนี้ (2 มี.ค.) บัญชีเฟซบุ๊กภายใต้ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยระบุว่า "ตอนนี้ประเทศไทยเริ่มฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 แล้ว มีการกระจายวัคซีนไปใน 13 จังหวัดที่เป็นพื้นที่เสี่ยงก่อน เพื่อฉีดให้กับหมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานแนวหน้า ประชาชนกลุ่มเสี่ยงตามแผนฉีดวัคซีนของเราครับ เดือนนี้ และเดือนต่อ ๆ ไปเราจะได้วัคซีนเข้ามาทุกเดือน จนถึงสิ้นปีรวม 63 ล้านโดสกระจายไปได้ทั่วประเทศ และฉีดได้ครอบคลุมมากขึ้น"
พล.อ.ประยุทธ์ เผยว่าได้รับรายงานว่า ทุกคนที่ฉีดไปแล้ว สบายดี ยังไม่มีใครแพ้หรือมีผลข้างเคียง "นอกจาก 63 ล้านโดสที่จองซื้อไปแล้วและกำลังทยอยมา เรากำลังหาวัคซีนมาเพิ่ม เพื่อฉีดให้ได้ทุกคน หรือครอบคลุมให้ได้มากที่สุด อาจจะเป็นวัคซีนตัวเดียวกันหรือวัคซีนใหม่ที่ผ่านการรับรองแล้ว เราดูทุกตัวโดยพิจารณาความเหมาะสมทุก ๆ ด้าน"
"วัคซีนที่เราฉีดกันอยู่ตอนนี้คือ ซิโนแวค จากจีน ซึ่งหลาย ๆ ประเทศก็ได้ฉีดไปแล้วเช่นกัน วัคซีนตัวนี้เป็นวัคซีนที่ยังไม่มีผลการทดลองที่มากพอในกลุ่มคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เราจึงได้รับคำแนะนำว่า อย่าเพิ่งฉีดให้คนที่มีอายุเกิน 60 ปี รอผลการทดลองอีกสักหน่อย ซึ่งไม่ใช่เรื่องปลอดภัยหรือไม่นะครับ วัคซีนทุกตัวที่ใช้ได้รับการรับรองความปลอดภัย และรับรองว่าได้ผลครับ"
"...ส่วนผมนั้น คุณหมอแนะนำให้ฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้า ซึ่งครอบคลุมทุกกลุ่มอายุ แต่แอสตร้าเซเนก้า ที่เราได้มา 1.1 แสนโดส ยังอยู่ในขั้นตอนการขึ้นทะเบียนรับรองจาก อย. ก็ต้องรอก่อน ซึ่งคาดว่าอีกไม่นานก็จะเรียบร้อย ผมจะไปฉีดก่อนก็ไม่ได้นะครับ ทั้งคนสั่งให้ฉีด และคนฉีดให้ก็จะผิดกฎหมาย" นายกรัฐมนตรีกล่าว











