วัคซีนโควิด: "อนุทิน" นำ 3 รัฐมนตรีอายุไม่เกิน 60 ปี ฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรก

ที่มาของภาพ, Facebook/อนุทิน ชาญวีรกูล
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นบุคคลแรกที่เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค ไบโอเทค บริษัทเวชภัณฑ์สัญชาติจีน โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเดินทางมาให้กำลังใจ
พิธีฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรกในประเทศไทยจัดขึ้นวันที่ (28 ก.พ.) ที่สถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี มีขึ้น 4 วันหลังจากที่ซิโนแวคจัดส่งวัคซีน "โคโรนาแวค" ล็อตแรกจำนวน 2 แสนโดสถึงไทยเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ตามคำสั่งซื้อของรัฐบาลไทย และผ่านการตรวจรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว สธ. จึงได้เริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กลุ่มเป้าหมายกลุ่มแรกตามแผนจัดการวัคซีนของคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
เวลา 7.45 น. ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ทำการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรกให้นายอนุทิน จากนั้นนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช. สธ. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช. ศึกษาธิการ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. และ นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นผู้รับวัคซีนในลำดับต่อ ๆ มา
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่านายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว. เกษตรและสหกรณ์ เป็นรัฐมนตรีอีกคนที่สมัครใจเข้ารับวัคซีนเข็มแรกวันนี้ แต่ผลการตรวจวัดความดันก่อนฉีดวัคซีนพบว่าความดันสูง แพทย์จึงแนะนำให้เลื่อนการฉีดออกไปก่อน
การฉีดวัคซีนแต่ละคนใช้เวลาประมาณ 1 นาที จากนั้นผู้ที่ได้รับวัคซีนจะต้องพักดูอาการเป็นเวลา 30 นาทีหลังฉีด และทำการบันทึกข้อมูลพร้อมกับรับใบนัดหมายการฉีดวัคซีนโดสที่ 2 ต่อไป รวมขั้นตอนตั้งแต่การลงทะเบียนจนเสร็จสิ้นประมาณ 37 นาทีต่อคน
"ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์วันหนึ่งเหมือนกันกับการฉีดวัคซีนยี่ห้อนี้" นายกฯ บรรยายขณะที่รัฐมนตรีและผู้บริหาร สธ. เข้าคิวรับวัคซีน พร้อมกับอธิบายสาเหตุที่เขาไม่ได้รับวัคซีนนายกฯ กล่าวว่าเนื่องจากเขามีอายุเกิน 60 ปี จึงไม่ได้รับการฉีดวัคซีนซึ่งเป็นไปตามข้อบ่งชี้และการพิจารณาของแพทย์
ทั้งนี้คณะกรรมการด้านการแพทย์เห็นว่านายกรัฐมนตรีอยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่สมควรได้รับวัคซีนเนื่องจากมีอายุมากกว่า 60 ปี โดยวัคซีนที่เหมาะสมที่จะฉีดคือวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพ คาดว่าจะสามารถฉีดให้กับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปได้ภายในเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตามการฉีดวัคซีนจะต้องอยู่ภายใต้ดุลพินิจของแพทย์ในการสั่งฉีดและความสมัครใจของผู้ที่รับการฉีดด้วย

ที่มาของภาพ, ทำเนียบรัฐบาล

ที่มาของภาพ, ทำเนียบรัฐบาล
พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่าขั้นตอนและผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไม่น่าแตกต่างจากวัคซีนชนิดอื่น ๆ ที่เคยมีการฉีดในไทย เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่เขาได้รับเป็นประจำ พร้อมกับให้ความมั่นใจว่าประชาชนไทยทุกคนจะได้รับวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานด้านสาธารณสุข
"แล้ววันหน้าเมื่อแพทย์ให้ฉีด (วัคซีนโควิด-19) ผมก็พร้อมเสมอ ผมก็ชินกับการฉีดยาอยู่แล้ว" นายกฯ กล่าว
นอกจากที่สถาบันบำราศนราดูรแล้ว จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของโควิด-19 ระลอกสองในประเทศไทย เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีการฉีดวัคซีนให้ประชากรกลุ่มแรกจำนวน 159 ราย ซึ่งมีทั้งบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ทำงานเกี่ยวกับการควบคุมโรค และประชาชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย โดยบุคคลที่เข้ารับการฉีดวัคซีนทั้งหมดจะต้องลงนามในเอกสารแสดงความยินยอมรับวัคซีนโดยสมัครใจ
นพ. เกียรติภูมิ ปลัด สธ. กล่าวว่าวัคซีนโคโรนาแวคของของ บ.ซิโนแวค ล็อตแรกเป็นการนำเข้าเพื่อฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนในเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อเพื่อการควบคุมการระบาดเป็นลำดับแรก จากนั้นจึงเป็นการฉีดเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เฉพาะกลุ่มในบางพื้นที่เท่านั้น
ปลัด สธ.อธิบายต่อว่าองค์การเภสัชกรรมซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการกระจายวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค ได้จัดส่งวัคซีนให้แก่ 4 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลสมุทรสาคร (20,040 โดส) โรงพยาบาลชลบุรี (4,720 โดส) โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า (3,000 โดส) สถาบันบำราศนราดูร (3,000 โดส)
ทั้งนี้ วัคซีน 2 แสนโดสล็อตแรกของซิโนแวคจะถูกกระจายไปใน 13 จังหวัดที่ ศบค. ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สมุทรสาคร) พื้นที่ควบคุม (กทม.ฝั่งตะวันตก, ปทุมธานี, นนทบุรี, สมุทรปราการ, อ.แม่สอด จ.ตาก, นครปฐม, สมุทรสงคราม และราชบุรี) และพื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม (ชลบุรี, ภูเก็ต, เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และ เชียงใหม่) โดยให้อำนาจกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเป็นผู้พิจารณาผู้ที่เหมาะสมในการฉีด
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้ติดต่อผู้ที่เข้าเกณฑ์และอยู่ในกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้มารับวัคซีน โดยกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่มแรกที่จะได้รับวัคซีน ประกอบด้วย
- บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง, โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคไตเรื้อรังระยะ 5 ขึ้นไป, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคมะเร็งทุกชนิดที่อยู่ระหว่างเคมีบำบัด, โรคเบาหวาน, โรคอ้วนที่มีน้ำหนักมากกว่า 100 กก. ขึ้นไป
- ผู้มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
- เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด-19 ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย
อนุทินแจงเรื่องวัคซีนโควิดล็อตแรกของแอสตร้าเซนเนก้า
วัคซีนโคโรนาแวคของ บ.ซิโนแวคจำนวน 2 แสนโดสที่ สธ. เริ่มดำเนินการฉีดให้กลุ่มเป้าหมายวันนี้นั้นเดินทางมาถึงประเทศไทยในวันเดียวกับวัคซีนของ บ.แอสตร้าเซนเนก้าล็อตแรกจำนวน 117,000 โดส แต่ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดว่าวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าซึ่งนำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้ จะเริ่มฉีดให้ประชาชนได้เมื่อไหร่
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนวันนี้ว่าเนื่องจากวัคซีนของ บ.แอสตร้าเซนเนก้าที่นำเข้ามานั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของ บ.แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ทางรัฐบาลจึงไม่สามารถทำอะไรได้ และต้องรอจนกว่าทางบริษัทจะดำเนินตามกระบวนการภายในเสร็จสิ้น
"ไม่ได้มีความล่าช้า แต่อยู่ที่กระบวนการจัดการสินค้าของเขา ไม่เหมือน (วัคซีน) ซิโนแวค ซึ่งกรรมสิทธิ์ของสินค้าเป็นของรัฐบาลเพราะเราเป็นคนสั่งซื้อ ส่วนแอสตร้าเซนเนก้า คนที่นำเข้ามาคือแอสตร้าเซนเนก้า ไทยแลนด์ เขาก็ต้องมีการตรวจมาตรฐานภายในของเขาก่อน เขาถึงจะส่งมอบ ณ วันนี้กรรมสิทธิ์ยังเป็นของเขาอยู่ เราไปทำอะไรไม่ได้" นายอนุทินกล่าว












