โควิด-19: นศ.และเด็กจบใหม่ด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม ผู้ได้รับผลกระทบที่ถูกลืม

บรรยากาศการเรียนของนักศึกษาหลักสูตรสาขาวิชาการจัดการโรงแรม

ที่มาของภาพ, จิดาภา เกียรติศิริ

คำบรรยายภาพ, บรรยากาศการฝึกปฏิบัติของนักศึกษาหลักสูตรสาขาวิชาการจัดการโรงแรม
    • Author, สมิตานัน หยงสตาร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวพิเศษบีบีซีไทย

"สู้ ๆ ถ้าหางานไม่ได้ ก็ต้องหาอะไรทำให้ได้"

จิดาภา เกียรติศิริ หรือ "พริ้น" นักศึกษาชั้นปีที่ 4 หลักสูตรสาขาวิชาการจัดการโรงแรม วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร มักบอกตัวเองอย่างนี้เพราะรู้สึกว่าเส้นทางอาชีพของเธอดูไม่แน่นอนไปเสียหมด

นักศึกษาสาววัย 22 ปี ให้กำลังใจตัวเองมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน อย่างตอนปี 3 ซึ่งเป็นปีที่นักศึกษาด้านการโรงแรมทุกคนรอคอยเพราะจะได้ไปฝึกงานที่โรงแรมในต่างประเทศเป็นเวลานาน 4-5 เดือน แต่การระบาดของโควิด-19 ทำให้การฝึกงานต้องยกเลิกไป บ้างเป็นเพราะถูกปฏิเสธจากโรงแรมหรือรีสอร์ทในต่างประเทศซึ่งได้รับผลกระทบหนักจากโรคระบาด บ้างถูกขอร้องจากครอบครัวให้งดการเดินทางเพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์

ภาคธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโรคโควิด-19 การระบาดระลอกใหม่ ๆ ทำให้แผนการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบต้องถูกเลื่อนออกไปเป็นระยะ ๆ ขณะที่ภาครัฐบังคับใช้มาตรการห้ามทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานประกอบการต้องปิดชั่วคราวหรือไม่ก็ปิดกิจการถาวร

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่าในปี 2560 รายได้จากการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศมีมูลค่าคิดเป็น 18.25% ของจีดีพี และติดอันดับ 4 ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศมากที่สุดในโลก

แต่ไทยอาจจะไม่ได้เห็นตัวเลขนั้นในอีกเร็ว ๆ นี้เพราะการระบาดของโควิด-19 ที่ไทยต้องหันมาพึ่งพิงการท่องเที่ยวในประเทศซึ่งยังไม่สามารถอุดรายได้ที่หายไป

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานว่าระหว่างเดือน ม.ค-พ.ย. 2563 จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศหดตัว 49.17% และรายได้สะสมจากการท่องเที่ยวหดตัว 56.33% มาอยู่ที่ 4.3 แสนล้านบาท จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562

เก้าอี้ชายหาดที่ว่างเปล่าบนชายหาด

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ชายหาดแห่งหนึ่งในภูเก็ตที่ไร้นักท่องเที่ยวในช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 ภาพนี้ถ่ายเมื่อเดือน มี.ค. 2563

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เพียงกระทบผู้ประกอบการ แรงงานในภาคท่องเที่ยว แต่ยังกระทบกับบรรดานักศึกษาด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมที่รักและใฝ่ฝันอยากจะประกอบอาชีพในธุรกิจท่องเที่ยวด้วย

ขณะนี้มีมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชนไม่ต่ำกว่า 30 แห่งที่เปิดสอนสาขาวิชานี้เพื่อรองรับความนิยมที่มากขึ้น รวมทั้งความต้องการบุคลากรที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งทำรายได้มหาศาลให้ประเทศมาอย่างต่อเนื่อง

บีบีซีไทยชวนฟังเสียง "เด็กท่องเที่ยวและการโรงแรม" ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดทั้งเรื่องการเรียน การฝึกงานและอนาคตในการทำงาน รวมถึงวิธีการปรับตัวของอาจารย์ผู้สอนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของภาคการท่องเที่ยวในประเทศ

เสียโอกาสฝึกงานต่างประเทศ

"ไปไม่ถูกเลย" จิดาภาเล่าถึงความรู้สึกตอนที่รู้ว่าแผนการไปฝึกงานที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งสหรัฐอเมริกาต้องพังทลายลงเพราะโควิด-19

หลักสูตรที่เธอเรียนเปิดโอกาสให้นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ไปฝึกงานกับธุรกิจท่องเที่ยวในต่างประเทศเป็นเวลา 4-5 เดือน

จิดาภาติดต่อขอฝึกงานที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ รีสอร์ตตอบรับแล้ว เหลือเพียงการขอวีซ่า แต่สถานการณ์โควิดที่เลวร้ายลง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ทำให้ครอบครัวของเธอเป็นห่วงมากจนเธอต้องยอมยกเลิกการเดินทางไปฝึกงานตามคำขอร้องของครอบครัว

เพื่อนหลายคนก็อดไปฝึกงานเช่นกัน บางคนด้วยเหตุผลเดียวกับเธอ อีกหลายคนถูกปฏิเสธจากสถานประกอบการ

"เสียโอกาสไปเยอะเลยค่ะ ปี 3 เป็นปีที่ต้องไปฝึกงานต่างประเทศกัน ช่วงนั้นหลายคนได้ที่ฝึกงานแล้ว แต่พอถึงเวลาใกล้ ๆ จะไปก็มีโควิด บางคนก็ถูกยกเลิกจากที่ทำงาน" จิดาภาเล่าให้บีบีซีไทยฟัง

เสิร์ฟอาหาร

ที่มาของภาพ, จิดาภา เกียรติศิริ

คำบรรยายภาพ, จิดาภาหรือ "พริ้น" (เสื้อขาว) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 หลักสูตรสาขาวิชาการจัดการโรงแรม ฝึกปฏิบัติจัดงานกาลาดินเนอร์ ขณะอยู่ชั้นปี 3

ผู้บริหารหลักสูตรจึงปรับแผนการเรียนใหม่ โดยนำวิชาเรียนในชั้นปีที่ 4 มาทำการเรียนการสอนออนไลน์ไปก่อน แล้วย้ายเวลาฝึกงานไปไว้ในชั้นปีที่ 4 แทน ซึ่งทำให้นักศึกษามีความหวังว่าจะยังมีโอกาสได้ออกไปหาประสบการณ์จริงในโลกแห่งการทำงาน

แต่แล้วเมื่อขึ้นชั้นปีที่ 4 ซึ่งเป็นปีสุดท้าย สถานการณ์โรคระบาดก็ยังไม่คลี่คลายลงนัก จิดาภาและเพื่อน ๆ จึงต้องพบกับความผิดหวังอีกครั้ง

"หลายคนตัดสินใจเข้ามาเรียนเพราะหวังว่าปี 3 ปี 4 จะมีโอกาสได้ไปฝึกงานที่ต่างประเทศ เป็นความใฝ่ฝันของหลาย ๆ คน พอถึงเวลาแล้วมันไปไม่ได้จริง ๆ ทุกคนก็คือไปไม่ถูกเลย" จิดาภาบรรยายความรู้สึก เธอบอกด้วยว่าการที่โรคระบาดมา "ช่วงชิง" ประสบการณ์การฝึกงานของเธอไป อาจส่งผลระยะยาวต่อชีวิตการทำงานของเธอก็เป็นได้

"คนที่มีประสบการณ์ เขาก็จะเป็นคู่แข่งที่แข็งแรงกว่า" เธอกล่าว

สำหรับโค้งสุดท้ายในชีวิตนักศึกษาของจิดาภาในขณะนี้ จิดาภาแทบไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตัดสินใจทำวิจัยฝึกปฏิบัติแทนที่จะการออกไปฝึกงานที่โรงแรมในประเทศ

"ก่อนหน้านี้พยายามหาที่ฝึกงานแล้ว แต่หายากจริง ๆ ช่วงนี้เขาก็ไม่ค่อยรับคนกัน พอหาไม่ได้ก็เลยคิดว่าทำวิจัยดีกว่า ยิ่งพอมีการระบาดรอบล่าสุด เราก็คิดว่าถ้าไปฝึกงานที่โรงแรมมันก็เสี่ยงมาก ๆ เพราะเพื่อนหลายคนที่ไปฝึกงานก็มีต้องไปตรวจโควิดกันแล้ว เพราะมีคนในที่ทำงานติดเชื้อ"

ทั้งการเรียนที่ต้องปรับมาเป็นออนไลน์และการไม่ได้ออกไปฝึกงาน รวมทั้งความซบเซาของภาคการท่องเที่ยว ทำให้จิดาภารู้สึกกังวลกับอนาคตของตัวเอง และยังต้องเริ่มคิดหาทางนำความรู้ที่ได้เรียนมาต่อยอดไปทำงานในสายงานอื่น

สำเร็จการศึกษาผ่านจอสี่เหลี่ยม

คมชาญ บัวมาศ หรือ "บิ๊ก" วัย 22 ปี นักศึกษาปีที่ 4 จากคณะการบริการและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต สาขาการจัดการการบริการ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19

เด็กหนุ่มจากนครศรีธรรมราชมีความฝันจะเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เขาจึงตัดสินใจเลือกเรียนสาขาการบริการและการท่องเที่ยวที่ภูเก็ต ซึ่งเป็นเหมือนศูนย์กลางการท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน ด้วยหวังว่าบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนและพัฒนาทักษะทางภาษา

"ตอนนั้นคิดว่าธุรกิจโรงแรมไม่มีวันตาย มนุษย์ทุกคนอยากไปเที่ยว...ตอนนั้นมั่นใจมากว่าจบไปมีงานทำอยู่แล้ว ชายหายภูเก็ตก็มีแต่นักท่องเที่ยว ตอนปี 2 ก็ไปฝึกงานที่โรงแรม ตอนนั้นสนุกมาก"

สนามบินไม่มีผู้โดยสาร

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ความว่างเปล่าของสนามบินในช่วงที่มีการระงับเที่ยวบินเข้า-ออกประเทศเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19

แต่เมื่อถึงช่วงเวลาที่จะได้ออกไปฝึกทำงานจริงกลับไม่สามารถทำได้เพราะการระบาดของโควิดใน จ.ภูเก็ต อาจารย์จึงแก้ปัญหาด้วยการเชิญผู้ประกอบการจากหลายแวดวงมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิด รวมทั้งคิดกิจกรรมต่าง ๆ ให้นักศึกษาทำ เช่น จัดงานอีเวนท์ออนไลน์ เพื่อไม่ให้การเรียนออนไลน์น่าเบื่อเกินไป

"เฟล (ผิดหวัง) มากเลยนะ เราเรียนสายนี้ การได้ไปเก็บประสบการณ์ ไปฝึกงาน มันสำคัญที่สุดแล้ว ตอนนี้เรากลายเป็นศูนย์เลย เราไม่มีคอนเนกชัน มีแค่การอบรมออนไลน์ซึ่งถ้าพูดตรง ๆ ก็ไม่ค่อยได้ประโยชน์เท่าไหร่" คมชาญให้ความเห็น

เขาเล่าต่อว่าเพื่อน ๆ ในคณะที่เรียนสาขาอื่น เช่น ธุรกิจทัวร์หรือธุรกิจเรือยอร์ช ยังมีบริษัทยินดีรับนักศึกษาไปฝึกงานและต้องการบุคลากร เพราะยังเป็นธุรกิจที่พอไปได้เนื่องจากได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทย

ท่ามกลางความซบเซาของธุรกิจท่องเที่ยว ขณะที่ธุรกิจการบินก็ได้กระทบหนัก คมชาญได้แต่เก็บความฝันไว้ในลิ้นชัก บางทีเขาอาจทำได้แค่กลับไปทำงานกับครอบครัว ซึ่งเขาก็กังวลว่าหากปล่อยไว้นานไปความมุ่งมั่นที่จะเป็นสจ๊วตของเขาก็อาจจะหายไปในที่สุด

แต่ไม่ว่าในอนาคตจะเป็นเช่นไร คมชาญคิดว่าเขาคิดถูกแล้วที่เลือกมาเรียนด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม

"ทุกอย่างมันพัฒนาตัวเราให้เป็นคนที่ดีได้ เหมือนการท่องเที่ยวการโรงแรม มันสอนให้เราเข้าใจคนอื่น มีความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของคนที่เรียนสายนี้"

ตกงานครั้งแรกในชีวิต

ศศิธร ตรังคตระกา หรือ นัท วัย 23 ปี เป็นบัณฑิตจบใหม่สาขาอุตสาหกรรมบริการอาหาร เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

ศศิธรโชคดีที่ก่อนโควิด-19 จะระบาด เธอมีโอกาสได้ไปฝึกงานที่โรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศฝรั่งเศสเป็นเวลา 6 เดือน เธอได้ลองทำหลากหลายหน้าที่ ตั้งแต่งานในครัวไปถึงงานแม่บ้าน การฝึกงานที่นี่ทำให้เธอค้นพบว่าตัวเองสนใจทำงานในแผนกอาหารของโรงแรม หลังสิ้นสุดการฝึกงานเธอเดินทางกลับไทยในเดือน ก.พ. 2563 โดยมีแผนการว่าจะทำเรื่องขอฝึกงานหาประสบการณ์ต่ออีกระยะหนึ่ง แม้ว่านั่นจะทำให้เรียนจบช้าลง เพราะเชื่อว่าประสบการณ์ทำงานจริงสำคัญกว่า

แต่การระบาดของโควิด-19 ก็ทำให้แผนของเธอสะดุดลง

"ตั้งใจแค่จะกลับมาต่อวีซ่า แล้วจะกลับไปอีก แต่ก็ติดโควิด...มันเฟลไง ตอนแรกคิดว่าจบช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์" เธอเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อต้นปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นการระบาดระลอกแรกในไทย

ด้วยความที่เธอเรียนครบตามหลักสูตรและผ่านการฝึกงานเรียบร้อย ทางมหาวิทยาลัยจึงให้เธอจบการศึกษาทันที ศศิธรกลายเป็นบัณฑิตโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว ประกอบกับโรงแรมจำนวนมากต่างประสบปัญหาธุรกิจจากแขกที่ลดลง จึงไม่มีนโยบายรับคนเข้าทำงานเพิ่ม เธอจึงรู้สึกเคว้งคว้างมากกว่าจะดีใจที่เรียนจบ และจำต้องหารายได้จากการรับออกบูธตามงานจัดแสดงสินค้าหรือห้างสรรพสินค้าไปพลาง ๆ แต่เมื่อภาครัฐออกมาตรการห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันของคนจำนวนมาก งานออกบูธก็หายไป จนเธอกลายเป็นคนตกงานอย่างสมบูรณ์

ห้องอาหารในโรงแรม

ที่มาของภาพ, ศศิธร ตรังคตระกา

คำบรรยายภาพ, ก่อนโควิดจะระบาด ศศิธรมีโอกาสได้ไปฝึกงานที่โรงแรมในประเทศฝรั่งเศส

ศศิธรแอบหวังลึก ๆ ว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เธอจะมีโอกาสได้เดินตามความฝันคือได้ทำงานในแผนกอาหารของโรงแรม ระหว่างนี้ แม้ความหวังจะริบหรี่แต่ศศิธรก็สมัครงานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งไว้ เพื่อไม่ให้ตัวเองห่างหายจากสิ่งที่ร่ำเรียนมานานเกินไป

"ตอนแรกคิดว่ามันดีขึ้นแล้ว หนูก็เลยคิดว่าเราต้องกลับมาในสายอาหาร มารื้อฟื้นสิ่งที่เราเรียน การหั่น สับ ซอย...แต่ตอนนี้ร้านอาหารก็ยอดขายตกลงมาก"

เรียนจบไม่ได้เป็นแค่ไกด์

ผศ.ดร. สุดาวดี จันทร์ภิวัฒน์ รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา วิทยาลัยนานาชาติ ม.ศิลปากร และอาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการโรงแรม คาดว่าความนิยมเข้าศึกษาต่อในสาขาท่องเที่ยวและการโรงแรมในปีการศึกษานี้ยังไม่แตกต่างจากปีก่อนหน้ามากนัก แต่สิ่งสำคัญก็คืออาจารย์และผู้บริหารหลักสูตรจะปรับการสอนอย่างไรในสถานการณ์ที่ท้าทายเช่นนี้

"ภาคทฤษฎีเราปรับเป็นออนไลน์ได้ไม่ค่อยมีปัญหา แต่ภาคฏิบัติ จะปูเตียง จะฝึกให้นักศึกษาเสิร์ฟออนไลน์ มันไม่ได้" ผศ.ดร.สุดาวดีกล่าวกับบีบีซีไทย

ผศ.ดร. สุดาวดีอธิบายว่าสาขาวิชาการจัดการโรงแรมของ ม.ศิลปากร เป็นหลักสูตรสองปริญญาที่ร่วมมือกับสถาบันวาแตล (Vatel Hotel and Tourism Business School) ประเทศฝรั่งเศส ทุกปีการศึกษานักศึกษาจะได้ออกไปฝึกงาน โดยในปีที่ 3 นักศึกษาจะได้เดินทางไปฝึกงานที่ประเทศฝรั่งเศสหรือประเทศอื่น ๆ แต่สถานการณ์โรคระบาดทำให้ทางคณะต้อง "ทำทุกวิถีทาง" เพื่อให้นักศึกษาได้เดินทางไปฝึกงานในต่างประเทศ

คำบรรยายวิดีโอ, คนรุ่นล็อกดาวน์ อนาคตคนรุ่นใหม่หลังวิกฤตโควิด-19

แม้จะพยายามเพียงใด แต่ด้วยสถานการณ์การระบาดที่ลากยาวมากว่า 1 ปีแล้ว นักศึกษาบางส่วนจึงอาจไม่สามารถไปฝึกงานตามแผนของทางคณะได้

"เราให้ความสำคัญ อยากให้เขาได้ฝึกงานต่างประเทศจริง ๆ สักครั้งหนึ่ง" รองคณบดี วิทยาลัยนานาชาติ ม.ศิลปากรกล่าว

ผศ.ดร.สุดาวดีให้กำลังใจนักศึกษา รวมถึงบัณฑิตจบใหม่ที่กำลังพยายามหางานทำว่า ความรู้ที่ได้เรียนมาจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เสมอ

"เราบอกเสมอว่าหลักสูตรของเราไม่จำเป็นว่าจบมาแล้วต้องทำงานการโรงแรมอย่างเดียว คุณสามารถประยุกต์ไปทำอย่างอื่น เป็นผู้ประกอบการ เปลี่ยนบ้านให้เป็นโรงแรม ทำอะไรได้หลายอย่าง"

"ธรรมชาติของนักศึกษาที่เรียนหลักสูตรนี้ ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม เชื่อว่ามีลักษณะเหมือนกัน เพราะหลักสูตรนี้ฝึกให้เขาอดทด ฝึกให้มีความถึก ปรับตัวได้เก่ง…จบไปใหม่ ๆ อาจไม่ได้งานที่ตรงกับความคาดหวัง ก็อยากให้กำลังใจ แต่มั่นใจว่าสิ่งที่ฝึกฝนมา 4 ปี เขาจะสามารถปรับตัวกับสถานการณ์ ผ่านวิกฤตได้ไม่ยาก"

ขณะที่ อ.กมลธรณ์ พรหมพิทักษ์ อาจารย์ประจำสาขาการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต บอกว่าภาควิชาก็ต้องปรับตัวและดิ้นรนอย่างหนักเช่นเดียวกันเพื่อให้นักศึกษาได้รับประโยชน์สูงสุดในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้

อ.กมลธรณ์เล่าว่าทางสาขาวิชาได้ปรับการเรียนการสอนมาเป็นแบบออนไลน์ ทำให้ภาคทฤษฎีเดินหน้าไปได้ค่อนข้างราบรื่น แต่ยอมรับว่าการฝึกภาคปฏิบัติได้รับผลกระทบมากเนื่องจากความไม่พร้อมของสถานที่ฝึกงาน บางส่วนจึงต้องหันมาฝึกอบรมออนไลน์แทน

บรรยากาศหาดป่าตอง จ. ภูเก็ต วันที่ 2 ก.พ.

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, บรรยากาศหาดป่าตอง จ. ภูเก็ต ในอดีต

ด้วยความที่เป็นคณะด้านการท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในเมืองท่องเที่ยว อ.กมลธรณ์เล่าถึงบรรยากาศการเรียนช่วงก่อนโควิดระบาดว่า ในบางวิชาก็มีการบ้านให้นักศึกษาได้เก็บข้อมูลกับนักท่องเที่ยวโดยตรง

"สมัยก่อนมันคึกคักมาก นักศึกษาไปทำแบบสำรวจนักท่องเที่ยวในตัวเมืองกลับมารายงาน เขาเจอนักท่องเที่ยวได้ตลอดเวลา"

อย่างไรก็ตาม อ.กมลธรณ์ย้ำว่าหลักสูตรการเรียนด้านการท่องเที่ยวไม่ได้สอนเพื่อให้นักศึกษาประกอบอาชีพ "ไกด์" เท่านั้น แต่ยังมีการสอนในวิชาพื้นฐานทางธุรกิจ ตั้งแต่การบริหาร การจัดการ ไปจนถึงการตลาด ซึ่งนักศึกษาสามารถไปประยุกต์ใช้ได้หมด

"นักเรียนหลายคนมองว่าเรียนท่องเที่ยวไปเป็นไกด์ แต่จริง ๆ เมื่อมาเรียนเราไม่ได้สอนให้เป็นไก ด์อย่างเดียว เป็นได้ ไกด์เป็นอาชีพที่ดีและยาก แต่เมื่อมาเรียนเราก็เรียนอย่างอื่นที่ไปปรับใช้อย่างอื่นได้ เราสอนให้มีใจรักงานบริการ (service mind) เรียนจบท่องเที่ยวแต่ก็ไปทำธุรกิจวัสดุก่อสร้างของครอบครัวได้"

นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่อ.กมลธรณ์มองว่า สาขาวิชาด้านการท่องเที่ยวยังคง "ตอบโจทย์การทำงานในอนาคต" ที่ไม่ใช่แต่เพียงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการโรงแรมเท่านั้น อีกจุดแข็งหนึ่งคือ แม้ว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยให้การท่องเที่ยวสะดวกสบายขึ้น แต่ผู้บริโภคก็มักคาดหวังปฏิสัมพันธ์จากมนุษย์ในระหว่างการท่องเที่ยว

"การท่องเที่ยวเปลี่ยนเร็ว บางครั้งเทอมนี้อาจารย์ใช้ตำราสอนอันนี้ เทอมถัดไปต้องเปลี่ยนละ แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่เปลี่ยนเลยคือ ถึงยังไงคนก็ยังอยากเดินทาง ยิ่งถ้าหมดโควิด พฤติกรรมการเที่ยวอาจเปลี่ยนไป การต้อนรับนักท่องเที่ยวอาจเปลี่ยนไปตามยุคสมัย" อ.กมลธรณ์กล่าวทิ้งท้าย