โควิด-19: ศบค. เล็งผ่อนคลายมาตรการสกัดโควิด เผยผลค้นหาเชิงรุกใน กทม. พบผู้ป่วยเฉลี่ย 5 คนใน 100 คน

bangkok

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. เตรียมผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 ใน "พื้นที่เฝ้าระวังสูงสุดและเข้มงวด" ให้นั่งรับประทานอาหารในร้านได้บางส่วน แม้ยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้อยู่หมัด โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ที่โฆษก ศบค. เปรียบเปรยว่าใน 100 คน พบผู้ป่วยเฉลี่ย 5 คน

ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวัน (14 พ.ค.) พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 2,256 ราย ในจำนวนนี้มี 183 ราย อยู่ในเรือนจำ/ที่คุมขัง และมีผู้เสียเสียชีวิตเพิ่มอีก 30 ราย

พื้นที่กรุงเทพฯ ยังเป็นพื้นที่การแพร่ระบาดหนัก มีผู้ป่วยหน้าใหม่ในรอบ 24 ชม. ที่ 1,087 ราย และมีผู้ป่วยสะสมในการระบาดระลอกเดือน เม.ย. จำนวน 23,561 ราย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้การค้นเชิงรุกในหลายจุด นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า ในวันที่ 12 พ.ค. จากการตรวจเชื้อ 7,247 ราย พบผู้ติดเชื้อ 359 ราย คิดเป็น 4.95%

"ตอนนี้ถ้าพูดถึงใน กทม. 100 คน คนรอบ ๆ ตัวเรา ในกลุ่มบางพื้นที่ พบเฉลี่ยประมาณ 5 คน... ขอให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าใกล้ตัวท่านมาก และขอให้ท่านดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด" โฆษก ศบค. กล่าว

หนึ่งในพื้นที่ที่โฆษก ศบค. ชี้ว่าต้องเฝ้าระวังคือเขตวัฒนา พบการติดเชื้อในแคมป์คนงานก่อสร้าง 2 แห่งที่อยู่ติดกัน มีผู้อาศัยอยู่นับพันคน จากการค้นหาเชิงรุกพบการติดเชื้อกว่า 274 ราย คิดเป็น 14.25%

นอกจากนี้ในแคมป์ก่อสร้างอีกแห่งในเขตหลักสี่ ก็พบการติดเชื้อสะสมกว่า 141 ราย คิดเป็นอัตราการติดเชื้อ 21.99%

เช่นเดียวกับบริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่งย่านราชเทวี พบอัตราการติดเชื้อถึง 17.30%

"สูงสุดที่มีการติดเชื้อคือ 21.99%... ในบางพื้นที่ติดกันมากถึง 1 ใน 5 นั่นคือในแคมป์คนงานก่อสร้าง" นพ. ทวีศิลป์กล่าว

นพ. ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า นอกจากการลงพื้นที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ คงต้องขอความร่วมมือผู้ดูแลพื้นที่ก่อสร้างต่าง ๆ ให้ปฏิบัติตามมาตรการ นอกจากนี้ทางสำนักงานประกันสังคมยังเปิดตรวจเชิงรุก 9 แห่งให้กับผู้ประกันตน

swab

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 ยืนยันรายแรกเมื่อ 12 ม.ค. 2563 เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ก่อนเกิดการแพร่ระบาดภายในประเทศนับจากนั้น ขณะนี้ถือเป็นการระบาดระลอกสาม เริ่มต้นจากคลัสเตอร์สถานบันเทิงย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ ก่อนที่ไวรัสโคโรนาจะกระจายตัวไปใน 77 จังหวัด โดย นพ. ทวีศิลป์ใช้คำว่า "วันนี้ความห่วงใยสูงสุดยังอยู่ที่กรุงเทพฯ"

เตรียมผ่อนคลายมาตรการพื้นที่ "แดงเข้ม" ให้กินอาหารในร้านได้

อย่างไรก็ตาม ศบค. เตรียมผ่อนคลายมาตรการบังคับและควบคุมโรคโควิด-19 ในพื้นที่ต่าง ๆ โดย นพ. ทวีศิลป์ให้เหตุผลว่าต้องการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจหลังได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการ ทั้งนี้ในการปรับมาตรการจะพิจารณาจากเหตุผลหลายประการ ทั้งลักษณะการระบาดในชุมชน พื้นที่ติดต่อชุมชนใกล้เคียง พื้นที่ติดต่อชายแดน รวมถึงสัดส่วนของการได้รับวัคซีนของคนในพื้นที่

นพ. ทวีศิลป์ยังเปิดเผยรายละเอียดของมาตรการที่จะเปลี่ยนแปลงไป ดังนี้

พื้นที่ควบคุมสูงและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ร้านอาหาร ให้บริโภคในร้านได้ไม่เกิน 25% โดยเปิดให้บริการไม่เกิน 21.00 น. และสั่งกลับบ้านได้ไม่เกิน 23.00 น.

พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) ร้านอาหาร ให้บริโภคในร้านได้ไม่เกิน 23.00 น. งดการจำหน่ายและดื่มสุราในร้าน ส่วนสถานศึกษาสามารถใช้อาคารได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลในแต่ละจังหวัด

พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) ร้านอาหาร ให้บริการได้ตามปกติ แต่ยังงดจำหน่ายและดื่มสุรา ส่วนสถานศึกษาให้ใช้อาคารจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้

ศบค.

ที่มาของภาพ, ศบค.

โฆษก ศบค. ระบุว่า จะแจ้งรายละเอียดการปรับแบ่งพื้นที่ของจังหวัดตามสีต่าง ๆ ในวันพรุ่งนี้ (15 พ.ค.)

ปัจจุบันมีพื้นที่ 6 จังหวัดถูกจัดให้เป็นพื้นที่สีแดงเข้มตามมติ ศบค. เมื่อ 29 เม.ย. ได้แก่ กรุงเทพฯ, ชลบุรี, เชียงใหม่, นนทบุรี, ปทุมธานี และสมุทรปราการ

คลัสเตอร์เรือนจำทะลุ 3.5 พันรายแล้ว

ในจำนวนผู้ป่วยหน้าใหม่ที่ ศบค. รายงานวันนี้ (14 พ.ค.) มี 183 รายอยู่ในเรือนจำ/ที่ต้องขัง ต่อมาในช่วงเย็น กรมราชทัณฑ์ออกเอกสารข่าวรายงานผลตรวจเชื้อโควิด-19 ในผู้ต้องขังเรือนจำกลางคลองเปรม (ณ วันที่ 14 พ.ค.) พบผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 506 ราย และเจ้าหน้าที่ติดเชื้อ 2 ราย จากการตรวจผู้ต้องขังในแดนฝึกอาชีพ (แดน 4) จึงดำเนินการคัดแยกผู้ป่วยตามลักษณะอาการเพื่อการรักษาแล้วหลังจากนี้จะเร่งตรวจวิเคราะห์หาเชื้อในผู้ต้องขังแดนอื่น ๆ ต่อไปจนครบ 100% ปัจจุบันมีผู้ต้องขังราว 7,900 คนอยู่ภายในเรือนจำกลางคลองเปรม โดยถือเป็นเรือนจำแห่งที่ 3 ที่กรมราชทัณฑ์ออกมายอมรับว่าพบผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มใหญ่ หลังจากเมื่อ 2 วันก่อน เคยเปิดเผยว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 1,795 ราย จากผู้ต้องขังทั้งหมด 3,274 ราย และในทัณฑสถานหญิงกลาง 1,040 ราย จากผู้ต้องขังทั้งหมด 4,484 รายถึงขณะนี้จึงมีผู้ป่วยสะสมในคลัสเตอร์เรือนจำ 3,524 ราย

ขณะที่ศาลอาญาเลื่อนการไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือจัสติน แนวร่วมกลุ่ม "ราษฎร" ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหา/จำเลยคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ออกไปเป็นวันที่ 1 มิ.ย. จากเดิมนัดไต่สวนผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์วันนี้ (14 พ.ค.)

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานเมื่อ 11.14 น. ว่า นิติกรศาลอาญาทำหนังสือถึงผู้พิพากษาว่ากรมราชทัณฑ์มีหนังสือถึงศาล ขอให้งดเบิกตัวผู้ต้องขังมาศาล และงดไต่สวนผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จนถึงวันที่ 27 พ.ค.

เจ้าหน้าที่ฉีดพ่นฆ่าเชื้อโควิด-19 ในห้องพิจารณาคดี ที่ศาลอาญา เมื่อ 12 พ.ค.

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานศาลยุติธรรม

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ฉีดพ่นฆ่าเชื้อโควิด-19 ในห้องพิจารณาคดี ที่ศาลอาญา เมื่อ 12 พ.ค.

จัสตินเป็นแนวร่วม "ราษฎร" คนแรกที่กลายเป็นผู้ป่วยโควิด-19 ระหว่างถูกคุมขังภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยกรมราชทัณฑ์ออกมายืนยันข้อมูลนี้เมื่อ 24 เม.ย. หลังเก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจจากบริเวณหลังโพรงจมูก (SWAB) ไปตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการที่ทัณฑสถาน รพ.ราชทัณฑ์ เมื่อ 23 เม.ย. ซึ่งผลออกมาเป็นบวก จึงส่งตัวเข้ารับการรักษาภายใน รพ.ราชทัณฑ์

ถึงขณะนี้มีผู้ต้องขังคดีการเมืองอย่างน้อย 4 คนติดเชื้อโควิด-19 ระหว่างถูกคุมขังภายในเรือนจำ และยังพักรักษาตัวอยู่ใน รพ.ราชทัณฑ์ หรือ รพ.สนาม ยกเว้นนายอานนท์ นำภา ที่ได้ย้ายไปรักษาตัวที่ รพ.ธรรมศาสตร์

ส่วนอีก 6 คนที่ได้รับการประกันตัวออกมา มีทั้งที่ยืนยันผลเป็นบวกขณะยังถูกคุมขังอยู่ และยืนยันผลบวกหลังออกจากเรือนจำได้ไม่นาน

สถานการณ์ในรอบ 24 ชม.

สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในไทยในรอบ 24 ชั่วโมง จากการรายงานของ ศบค. มีข้อมูลสำคัญ ดังนี้

  • มีผู้ป่วยรายใหม่ 2,256 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,068 ราย, ติดเชื้อในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 183 ราย และติดเชื้อจากต่างประเทศ 5 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 96,050 ราย หายป่วยแล้ว 62,316 ราย
  • มีผู้ป่วยสะสมในการระบาดระลอกใหม่ ตั้งแต่ 1 เม.ย. จำนวน 67,187 ราย หายป่วยแล้ว 34,980 ราย
  • มีผู้ป่วยรักษาตัวใน รพ./รพ. สนาม 33,186 ราย โดยมี 1,203 รายที่อาการหนัก และ 408 รายที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ
  • มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 30 ราย โดยหนึ่งในจำนวนนี้ นพ. ทวีศิลป์ เปิดเผยว่าเป็นผู้ป่วยอายุ 15 ปี ซึ่งพิการทางสมองและเป็นผู้ติดเตียง ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 548 ราย คิดเป็น 0.57%
  • พื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้อหน้าใหม่สูงสุด 5 อันดับแรกของประเทศในวันนี้ ได้แก่ กรุงเทพฯ (1,087 ราย), ปทุมธานี (157 ราย), นนทบุรี (131 ราย), สมุทรปราการ (121 ราย) และชลบุรี (64 ราย)

ฉีดวัคซีนได้ 3.04% ของประชากรไทย

ศบค. ตั้งเป้าหมายการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ให้ประชาชน 50 ล้านคน อันเป็นการครอบคลุม 70% ของประชากรทั้งประเทศภายในสิ้นปีนี้ เพื่อ "สร้างภูมิคุ้มกันหมู่" ให้เกิดขึ้น

vaccine

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ข้อมูล ณ วันที่ 13 พ.ค. พบว่า ไทยฉีดวัคซีนให้ประชาชนแล้ว 2,124,732 ราย คิดเป็น 3.04% ของประชากร

มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว 1,416,432 ราย คิดเป็น 2.02% ของประชากร

มีผู้ได้รับวัคซีนครบสองเข็มแล้ว 708,300 ราย คิดเป็น 1.01% ของประชากร

บีบีซีไทยทดลองคิดค่าเฉลี่ยในการฉีดวัคซีนให้แก่คนไทย นับจากคนไทยคนแรกคือนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ได้รับวัคซีนเข็มแรกเมื่อ 28 ก.พ. 2564 พบว่า ในรอบ 75 วันที่ผ่านมา (28 ก.พ.-13 พ.ค.) ไทยฉีดวัคซีนได้เฉลี่ย 28,330 โดส/วัน เท่านั้น