วัคซีนโควิด: นายกฯ ยืนยันรัฐบาลไม่ล่าช้าจัดหาวัคซีน แต่ "ได้มาเท่าไหร่ ฉีดไปเท่านั้นก่อน"

วัคซีนโควิดของแอสตร้าเซนเนก้า

ที่มาของภาพ, Getty Images

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ใช้เวลาเกือบ 20 นาทีเต็มในการตอบคำถาม ชี้แจงข้อสงสัย และตอบโต้ข้อกล่าวหากว่า 10 ประเด็นเกี่ยวกับการจัดซื้อและแผนการแจกจ่ายวัคซีนโควิด-19 นับเป็นความพยายามครั้งล่าสุดของรัฐบาลในการปกป้องแผนการบริหารจัดการวัคซีนหลังจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกมาเปิดประเด็นในเรื่องนี้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

พล.อ. ประยุทธ์ ชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดซื้อและแจกจ่ายวัคซีนโควิด-19 ของไทย ในรายการ "PM Podcast นายกรัฐมนตรีเล่าเรื่อง" ที่เผยแพร่ทางเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า เมื่อ 7 ก.พ. โดยนายกฯ จัดรายการในลักษณะถามเอง-ตอบเอง

"เรื่องการจัดซื้อและแจกจ่ายวัคซีนของไทย หลายคนติดตามและห่วงกังวล เจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รัฐบาล ผมเดือดร้อน ร้อนใจยิ่งกว่าท่านอีก เพราะมีหน้าที่ความรับผิดชอบในเรื่องนี้" พล.อ. ประยุทธ์ เกริ่นนำก่อนจะรวบรวมคำถามที่สังคมสงสัยกว่า 10 ประเด็นมาตอบ ตั้งแต่เรื่องความล่าช้า การสนับสนุน บ .สยามไบโอไซเอนซ์ ราคาของวัคซีน ไปจนถึงข้อกล่าวหาเรื่องรัฐบาลกีดกันบริษัทอื่น ๆในการนำเข้าวัคซีน

บางประเด็นที่นายกฯ หยิบยกมานั้นเป็นข้อสังเกตของนายธนาธรที่กล่าวไว้ในการอภิปรายในหัวข้อ "วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย" เผยแพร่ทางเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 18 ม.ค.

บีบีซีไทยสรุปและเรียบเรียงคำชี้แจงเรื่องวัคซีนโควิด-19 ของนายกฯ ในรายการ "นายกรัฐมนตรีเล่าเรื่อง" เป็นลักษณะถาม-ตอบ ดังนี้

  • แผนฉีดวัคซีนของไทยมีความล่าช้าหรือไม่

พล.อ. ประยุทธ์: ความพยายามในการจัดหาวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เริ่มมาตั้งแต่เดือน ส.ค. 2563 หลังจากที่เห็นเงี่อนไขต่าง ๆ ของผู้ผลิตวัคซีนและโครงการ Covax ในลักษณะการจองวัคซีนล่วงหน้า โดยที่ยังไม่ทราบผลการทดลองในมนุษย์ ขณะนั้นประเทศไทยยังไม่มีกลไกจัดหาวัคซีนที่มีเงื่อนไขต้องจ่ายเงินก่อนโดยอาจไม่ได้รับวัคซีนหากการวิจัยล้มเหลว

สถาบันวัคซีนแห่งชาติและกรมควบคุมโรคได้ปรึกษาหน่วยงานด้านกฎหมายทั้งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อัยการสูงสุด สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลางซึ่งส่งหนังสือตอบกลับมาว่าไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 ได้ สธ. จึงได้ออกประกาศกระทรวง ตามมาตรา 18 ของ พ.ร.บ.ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ 2561 เพี่อให้สามารถจองวัคซีนล่วงหน้าได้ตามกฎหมาย

โปสเตอร์รายการ PM podcast นายกรัฐมนตรีเล่าเรื่อง

ที่มาของภาพ, Facebook/ไทยคู่ฟ้า

  • การจัดซื้อวัคซีนโควิดเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนบางรายหรือไม่

พล.อ. ประยุทธ์: การจัดซื้อวัคซีนจะพิจารณาตามคุณสมบัติของวัคซีนได้แก่ การวิจัยพัฒนา การผลิต คุณภาพ ประสิทธิภาพ และระยะเวลาในการส่งมอบ รวมถึงการบริหารจัดการวัคซีนที่ต้องใช้ในวงกว้าง การจัดเก็บ การขนส่งและการฉีดที่ต้องใช้ความชำนาญของบุคลากร ผลประโยชน์ระยะยาวที่มีผลต่อความมั่นคงของประเทศ เช่น มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้เราสามารถต่อยอดต่อไปได้ในอนาคต เพราะอาจจะมีโรคระบาดอื่น ๆ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เราต้องเตรียมการไว้

  • เหตุใดรัฐบาลไม่จัดซื้อวัคซีนจากหลายบริษัท จะจัดซื้อแค่จาก บ.แอสตร้าเซนเนก้าและ บ.ซิโนแวคเท่านั้น เป็นความประมาทของรัฐบาลหรือไม่

พล.อ. ประยุทธ์: การจองวัคซีนล่วงหน้าเป็นการแบกรับความเสี่ยง ถ้าเราไม่มีการตรวจสอบ คัดกรอง ติดตาม ประเมินผลวัคซีน นั่นจึงถือว่าเป็นความประมาท เนื่องจากจะมีผู้ได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงนั้นสูงมาก การที่เราจองวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าเป็นบริษัทแรกนั้นเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการประกาศผลวัคซีนของ 3 บริษัทในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน คือ ไฟเซอร์ โมเดอร์นา และแอสตร้าเซนเนก้า ทำให้คาดการณ์ได้ว่าจะมีวัคซีนอีกหลายรูปแบบที่จะทยอยประกาศผลสำเร็จในการวิจัย เราพิจารณาจองซื้อวัคซีนที่จะทำให้เราไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัย ประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อ และการบริหารจัดการวัคซีนที่ต้องดูแลเป็นพิเศษในเรื่องอุณหภูมิจัดเก็บ ตลอดจนการขนส่งที่อาจเป็นภาระการทำงานของเจ้าหน้าที่

ข้าม YouTube โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์

  • วิธีการคัดเลือกบริษัทเอกชนที่รัฐบาลให้เงินสนับสนุนในการพัฒนาและผลิตวัคซีนโควิด-19 เป็นอย่างไร มีสัญญาจ้างและแผนดำเนินการอย่างไร

พล.อ .ประยุทธ์: เรามอบหมายให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติประเมินศักยภาพผู้ผลิตวัคซีนในประเทศทุกแห่ง มีอนุกรรมการวิชาการพิจารณาข้อเสนอของเอกชน ก่อนให้คณะกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติเห็นชอบ ในส่วนของงบประมาณก็ใช้ตาม พ.ร.ก.เงินกู้ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกลั่นกรองก่อนเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.)

  • แผนการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมเพียงร้อยละ 21.5 ของจำนวนประชากรไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้แก่สังคมได้ ถือเป็นการใช้งบไม่คุ้มค่าใช่หรือไม่

พล.อ .ประยุทธ์: วันนี้เราจะจัดหาวัคซีนเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ตอนนี้เราได้มาเท่าไหร่ก็ฉีดไปเท่านั้นก่อน เราไม่หยุดยั้งในการหาวัคซีนยี่ห้ออื่นที่จะจัดหาได้เพิ่มเติม วันนี้เราจัดหาได้จำนวน 63 ล้านโดส ครอบคลุมประชากรประมาณ 31.5 ล้านคน และจะจัดหาเพิ่มเติมเพื่อให้ครอบคลุมประชากรทุกกลุ่มเป้าหมายตามความสมัครใจ ไม่ใช่ว่าไม่คิดอะไร ไม่ทำอะไรต่อเลย แต่คิดตลอดเวลานะครับ

  • หาก บ.แอสตร้าเซนเนก้าไม่สามารถส่งมอบวัคซีนได้ทำตามข้อตกลง รัฐบาลมีแผนดำเนินการอะไรต่อไป

พล.อ. ประยุทธ์: การจัดหาวัคซีนจากบริษัทอื่นสามารถดำเนินการได้ และกำลังดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่องบนข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับประเทศไทยมากที่สุด อีกทั้งแอสตร้าเซนเนก้าสามารถจัดหาวัคซีนจากแหล่งผลิตที่มีอยู่ทั่วโลก ประเทศไทยเป็นแหล่งหนึ่งเท่านั้นของบริษัทนี้ นี่ถือเป็นการบริหารความเสี่ยงที่ดีอีกทางหนึ่ง

  • เหตุใดจึงไม่ให้องค์การเภสัชกรรมที่มีโรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นผู้ผลิตวัคซีนแทน บ.สยามไบโอไซเอนซ์

พล.อ. ประยุทธ์: องค์การเภสัชกรรมไม่สามารถผลิตวัคซีนชนิด Viral vector ได้ เนื่องจากวัคซีนแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน และสยามไบโอไซเอนซ์ไม่ต้องการรอการเตรียมโรงงานให้พร้อม เพียงแต่รอความพร้อมในการผลิตจริงตามมาตรฐานของแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งเริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2563 เพื่อให้มีการขึ้นทะเบียนโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทย วันนี้เขาพร้อมแล้วทั้งหมด เมื่อได้วัคซีนมาก็จะดำเนินการได้ทันที เราก็จะเป็นสายการผลิตหนึ่งของแอสตร้าเซนเนก้าในประเทศไทยและในอาเซียน

วัคซีนโควิดของแอตร้าเซนเนก้า

ที่มาของภาพ, Reuters

  • เหตุใดจึงให้ บ. สยามไบโอไซเอนซ์ที่มีผลประกอบการขาดทุน 581 ล้านบาท ผูกขาดการผลิตวัคซีนในประเทศไทยรายเดียว

พล.อ. ประยุทธ์: แอสตร้าเซนเนก้าซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เป็นผู้คัดเลือกบริษัทเอกชนที่จะร่วมดำเนินการกับเขา เขาจะพิจารณาความสามารถ ศักยภาพบุคลากร และเครื่องมือที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีของแอสตร้าเซนเนก้า ไม่เกี่ยวกับผลประกอบการ

บ .สยามไบโอไซเอนซ์เป็นพระวิสัยทัศน์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงตั้งไว้ เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีวัคซีนที่จำเป็น ไม่ได้หวังผลกำไร กำไรคือประชาชนได้ประโยชน์ อย่านำเรื่องการขาดทุนหรือกำไรมาเป็นกังวล รัฐบาลได้ให้หลายบริษัทเข้ามาเสนอแล้ว แต่แอสตร้าเซนเนก้าเขาเลือกที่นี่ เราไปล็อคเขาไม่ได้อยู่แล้ว

  • บ.สยามไบโอไซเอนซ์ลงทุนร่วมกับแอสตร้าเซนเนก้า โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต แต่เหตุใดวัคซีนที่ประเทศไทยได้รับจึงมีราคาสูงเท่ากับราคาที่แอสตร้าเซนเนก้าขายให้กับประเทศที่ไม่ได้ร่วมลงทุน

พล.อ. ประยุทธ์: แอสตร้าเซนเนก้าเป็นผู้กำหนดราคาโดยพิจารณาจากต้นทุนการวิจัย การผลิต และยึดนโยบายราคาเดียวในทุกประเทศที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน และการที่ผลิตโดย บ.สยามไบโอไซเอนซ์ถือว่าได้รับประโยชน์มากอยู่แล้วในการได้เทคโนโลยีการผลิตที่จะอยู่ในประเทศไทยไปตลอด

ทั้งนี้ สิทธิบัตรจะเป็นของแอสตร้าเซนเนก้าทั้งหมด เนื่องจากเราซื้อมาจากเขา ส่วนเทคโนโลยีที่ได้รับถ่ายทอดมานั้นจะนำมาเป็นความรู้เพื่อพัฒนาวัคซีนของเราเองในประเทศ ที่เราต้องนำมาดำเนินการเองในการพัฒนาวัคซีนอื่น ๆ ในอนาคต

โรงงานของสยามไบโอไซเอนซ์ ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลหลายรายการ เช่น PIC/S GMP, ISO9001, ISO17025 และ ISO13485

ที่มาของภาพ, เว็บไซต์สยามไบโอไซเอนซ์

คำบรรยายภาพ, บ. สยามไบโอไซเอนซ์ซึ่งนายกฯ ระบุว่าเป็นบริษัทในพระปรมาภิไธย ให้ข้อมูลบนเว็บไซต์ว่าโรงงานของบริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลหลายรายการ เช่น PIC/S GMP, ISO9001, ISO17025 และ ISO13485
  • การฉีดวัคซีนจะมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์: ผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้จากทุกวัคซีนไม่ใช่เฉพาะวัคซีนโควิด-19 อย่างเดียว การพิจารณาอย่างรอบคอบเป็นเหตุผลหนึ่งที่จะต้องดูข้อมูลการวิจัยอย่างครบถ้วนและรอบคอบมากที่สุด การทดสอบวัคซีนมี 3 ระยะคือ การทดสอบในห้องทดลอง ในสัตว์และในมนุษย์ในปริมาณที่มากพอสมควร โดยหน่วยงานที่ดูแลความปลอดภัยมีทั้ง อย. กรมวิทยาศาสตร์และกระทรวงสาธารณสุขต้องดำเนินการอย่างรอบคอบตามมาตรฐานการให้วัคซีนที่ดี

เนื่องจากขณะนี้มีการแพร่ระบาดและมีคนตายทั่วโลกเป็นล้านคน จึงมีการอนุมัติแบบฉุกเฉิน ให้มีการฉีดไปก่อนแล้วเก็บข้อมูลไปเรื่อย ๆ หากมีปัญหาเราก็แก้ไขไป

เจ้าหน้าที่ฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าให้ประชาชนในฝรั่งเศส

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าให้ประชาชนในฝรั่งเศส

ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าวัคซีนโควิด-19 จะป้องกันการติดเชื้อได้หรือไม่ เพราะทางการแพทย์ต้องรอให้ครบ 1 ปี แต่ตอนนี้เรามีผลเบื้องต้นว่าอย่างน้อยผลข้างเคียงไม่เยอะ อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ซึ่งผลข้างเคียงก็ต้องมีโดยธรรมชาติอยู่แล้ว กรณีของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฉีดไปล้านคนจะตาย 1.1 คน เราก็ไม่อยากให้มีใครตายสักคน

สถิติปัจจุบันของวัคซีนโควิด-19 ใน 1 ล้านคนจะตายประมาณ 11 คน ซึ่งที่ถือได้ว่ายอมรับในทางการแพทย์ ถ้าคุณฉีดวัคซีนโอกาสติดเชื้อก็มี แต่โอกาสที่จะป่วยน้อยลง หรืออาจจะป่วยแต่อาการไม่รุนแรง หรืออัตราการตายน้อยลงกว่าคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน แต่อย่างหนึ่งที่เรายังบอกไม่ได้คือฉีดไปแล้วจะป้องกันการแพร่เชื้อและป้องกันการติดโรคได้หรือไม่ เพราะข้อมูลยังไม่พอ ทุกอย่างต้องได้รับการทบทวนกลั่นกรองและติดตาม ผ่านการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงมาหมดแล้ว

ข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ วัคซีนของบริษัท ไฟเซอร์ จำกัด และบริษัท โมเดอร์นา จำกัด มีประสิทธิภาพ 95% บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ผล 90% บริษัท ซิโนแวค ไบโอเทค จำกัด บริษัท ซิโนฟาร์ม จำกัด ผล 70% ถ้าข้อมูลเป็นอย่างนี้บางคนบอกว่าไม่อยากฉีดของซิโนแวค ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะในทางแพทย์ถือว่าประสิทธิภาพเท่ากัน หากประสิทธิภาพเกิน 50% ก็ถือว่ายอมรับได้อยู่แล้ว ตอนนี้เรากำลังจะได้วัคซีนจากจีนมา อาจจะได้ผลสัก 70% แต่ผมยืนยันว่าไม่ได้แตกต่าง

กราฟิกเรื่องวัคซีน
  • รัฐบาลมีแผนแจกจ่ายวัคซีนอย่างไร ใครจะได้รับวัคซีนก่อน

พล.อ. ประยุทธ์: รัฐบาลมีแผนการฉีดวัคซีนจะกระจายทุกกลุ่มประชากรตามลำดับ เพื่อให้สอดคล้องกับวัคซีนที่มีจะการส่งมอบ เพราะวัคซีนที่จองไปแล้วไม่ได้ส่งมาถึงไทยพร้อมกัน ทั้งนี้ จะต้องดูตามปริมาณวัคซีนที่ได้รับมาทั้งที่นำเข้ามาและผลิตเองในประเทศ โดยกลุ่มที่ต้องฉีดก่อนตามลำดับดังนี้ กลุ่มที่ 1 คือ บุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มที่ 2 คือ คนที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน กลุ่มที่ 3 คือ ผู้สูงวัยที่มีโรคประจำตัวและอยู่ในพื้นที่เสี่ยง แต่ทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในการแพร่ระบาดและความจำเป็น ทุกคนต้องการวัคซีนหมด แต่ต้องเข้าใจว่าวัคซีนมีปริมาณจำกัด

  • รัฐบาลกีดกันไม่ให้บริษัทเอกชนนำเข้าวัคซีนเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนหรือไม่

พล.อ. ประยุทธ์: รัฐบาลไม่ได้กีดกัน อย. ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบยินดีให้ทุกบริษัทมาขอขึ้นทะเบียนโดยการเปิดช่องทางพิเศษ ปัจจุบันมีผู้มาขอขึ้นทะเบียนแล้ว 3 รายและได้รับทะเบียนแล้ว 1 ราย คือ บ. แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่เหลือก็ขอให้ยื่นมาถ้าเข้ากับกติกาและหลักเกณฑ์ก็จะได้รับการขึ้นทะเบียนทั้งหมดในระยะต่อไป