โควิด-19: สธ. เผยพบคนไทยที่ไปทำงานในเมียนมาติดโควิดอีก 6 ราย เดินทางไปหลายพื้นที่หลังลักลอบเข้าไทย

เจ้าหน้าที่สวมชุดป้องกันโรค

ที่มาของภาพ, Getty Images

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานวันนี้ (2 ธ.ค.) ว่าพบคนไทยที่ลักลอบเข้าเมืองจากเมียนมาติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มอีก 6 ราย ทั้งหมดเป็นพนักงานสถานบันเทิงใน จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา หลังจากกลับไทยแล้วได้เดินทางไปหลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา พิจิตร ราชบุรี และกรุงเทพฯ แต่ สธ.ยืนยันว่าทั้งหมดเป็น "ผู้ป่วยนำเข้า" ยังไม่พบการติดเชื้อภายในประเทศ

ก่อนหน้านี้ ระหว่างวันที่ 28 พ.ย. -1 ธ.ค. พบว่ามีคนไทยที่ทำงานในสถานบันเทิงในท่าขี้เหล็กลักลอบข้ามพรมแดนไทย-เมียนมา ใน จ.เชียงราย ป่วยโควิดทั้งหมด 4 ราย หากรวมกับผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่แถลงยืนยันในวันนี้อีก 6 ราย จะทำให้มีคนไทยที่ทำงานในเมียนมาและลักลอบข้ามพรมแดนกลับเข้ามาโดยไม่ผ่านการคัดกรองและกักกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วทั้งหมด 10 ราย

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ สธ. แถลงวันนี้ ได้แก่

รายที่ 1 หญิง อายุ 28 ปี ชาวพะเยา เดินทางไปทำงานที่สถานบันเทิงที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ระหว่างวันที่ 1 -26 พ.ย. แล้วเดินทางกลับโดยเส้นทางธรรมชาติพร้อมชาวเมียนมา 1 คน ในวันที่ 27 พ.ย. หลังจากกลับเข้าไทยได้เดินทางไปหลายพื้นที่ใน จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ รวมทั้งไปเที่ยวงานสิงห์ปาร์คในวันที่ 29 พ.ย. ก่อนจะเดินทางกลับบ้านที่ จ.พะเยา

รายที่ 2 หญิง อายุ 21 ปี เดินทางเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติที่ อ. แม่สาย จ. เชียงราย เมื่อวันที่ 28 พ.ย. นั่งรถมอเตอร์ไซค์มาที่พักใน อ. แม่สาย เริ่มมีอการไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หลังจากนอนพักช่วงสั้น ได้เรียกรถยนต์รับจ้างไปสนามบินเชียงราย ขึ้นเครื่องบินเวลา 13.40 น. มายังสนามบินดอนเมือง แล้วจึงนั่งแท็กซี่จากสนามบินไปคอนโดย่านอุดมสุข โดยสวมหน้ากากอนามัยใต้คาง

รายที่ 3 หญิงอายุ 25 ปี ชาว จ.พิจิตร เดินทางร่วมมากับหญิงอายุ 21 ปี ผู้ติดเชื้อรายที่ 2 ก่อนจะแยกเดินทางกลับบ้านที่ จ.พิจิตร ตรวจพบโรคในวันที่ 1 ธ.ค.

รายที่ 4 หญิงอายุ 36 ปี ชาว จ.ราชบุรี เดินทางไปสถานบันเทิงที่เมียนมาระหว่างวันที่ 3-28 พ.ย. เดินทางกลับไทยขณะมีอาการไอ เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ มีน้ำมูก มีเสมหะ ปวดศีรษะ โดยมีชาวเมียนมานำทางผ่านช่องทางธรรมชาติ จากนั้นเดินทางต่อไปยังสนามบินเชียงใหม่โดยรถยนต์ของเพื่อนพร้อมแฟนเพื่อน ทั้งคู่ไม่สวมหน้ากาก และเดินทางด้วยสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ออกเดินทางเวลา 10.40 น. ถึงสนามบินดอนเมือง 12.00 น. แล้วใช้บริการแท็กซี่ไปยังสถานีขนส่งหมอชิตเพื่อขึ้นรถตู้ไปยัง จ.ราชบุรี และเข้าตรวจรักษาที่ รพ.เอกชน และผลตรวจพบว่าติดโควิด-19 ในวันที่ 2 ธ.ค.

รายที่ 5 และ 6 เป็นผู้ป่วยใน จ.เชียงใหม่ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าผู้ป่วยทั้ง 6 ราย อาการไม่หนักเพราะเข้าสู่การตรวจวินิจฉัยและรักษาเร็ว และเป็นกลุ่มที่มีร่างกายแข็งแรง

"ยังไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศ"

นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า ผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นคนที่ไปทำงานที่สถานบันเทิง จ.ท่าขี้เหล็กของเมียนมาทั้งหมด ขณะนี้ยังไม่มีพบว่ามีผู้ใกล้ชิดรายใดที่ติดเชื้อโควิด-19 จึงสามารถสรุปได้ว่า "ยังไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศ" แต่ต้องเฝ้าระวังต่อไปอีก 14 วัน

"อยากให้ประชาชนมั่นใจว่า เราสามารถควบคุมและป้องกันโรคได้ นอกจากนี้ยังต้องให้คนไทยช่วยเฝ้าระวังไม่เพียงแค่ชาวต่างชาติ แต่ยังรวมถึงคนไทยที่ลักลอบเข้าประเทศ" นพ. ธงชัย กล่าว

รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขเรียกร้องให้ทุกคนมีความรับผิดชอบในการเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและกักกันโรคเนื่องจากหากพบว่ามีการติดเชื้อจะมีราคาที่ต้องจ่ายสูง อย่างกรณีชาวเมียนมาลักลอบเข้าชายแดนที่ จ.ตาก ที่ไม่นานมานี้ ก็ทำให้ทางการไทยจำเป็นต้องตรวจโรคบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวนกว่า 1,300 คน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อคนราว 1,200 บาท ทำให้สูญเสียค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างน้อย 2.6 ล้านบาท ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ สธ. แถลงวันนี้ ได้แก่

ทหารไทยยืนประจำการที่พรมแดนไทย-เมียนมา ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทหารไทยยืนประจำการที่พรมแดนไทย-เมียนมา ใน อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อเฝ้าระวังการลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมายโดยเฉพาะในช่วงที่่มีการระบาดของโควิด-19

จากเมียนมาถึงไทย

สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศกลับมาอยู่ในความสนใจและสร้างความกังวลให้หลายฝ่ายอีกครั้ง หลังจากพบว่ามีหญิงไทยที่ทำงานในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน จ. ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา และเดินทางเข้า-ออกประเทศหลายครั้งโดยไม่ผ่านการคัดกรองและกักกันโรค ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อย่างน้อย 10 คน ระหว่างวันที่ 28 พ.ย.- 2 ธ.ค.

บีบีซีไทยลำดับเหตุการณ์เกี่ยวกับการติดเชื้อของกลุ่มหญิงไทยที่ทำงานในสถานบันเทิงในเมียนมาไว้ดังนี้

28 พ.ย. กรมควบคุมโรคแถลงยืนยันพบหญิงไทยวัย 29 ปี ใน จ.เชียงใหม่ ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ผู้ป่วยรายนี้ทำงานเป็นพนักงานที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา มีการเดินทางข้ามพรมแดนไทย-เมียนมาหลายครั้งทางด่านธรรมชาติ จึงไม่ผ่านการคัดกรองโรคและกักกันโรค ก่อนเข้ารับการตรวจหาเชื้อ เธอได้เดินทางไปในหลายที่และทำกิจกรรมหลายอย่างในเชียงใหม่ ส่งผลให้มีผู้ที่เสี่ยงสัมผัสและต้องกักกันโรคมากกว่า 300 คน

30 พ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แถลงยืนยันว่าพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 2 ราย เป็นหญิงวัย 23 ปี ชาว จ.พะเยา และหญิงวัย 26 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ทั้งสองคนทำงานเป็นพนักงานในสถาบันเทิงแห่งเดียวกันกับสาวเชียงใหม่วัย 29 ปี อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมโรคระบุว่าเนื่องจากทั้งสองคนใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในที่พัก จึงคาดว่ามีผู้เสี่ยงสัมผัสไม่มากนัก โดยเบื้องต้นมีผู้เสี่ยงติดเชื้อจากผู้ป่วยทั้งสองอย่างน้อย 27 คน

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าฯ เชียงราย กล่าวว่าความเสี่ยงของการติดเชื้อระหว่างไทย-เมียนมาในขณะนี้ ไม่ได้เกิดการที่คนจาก "ฝั่งโน้น" ลักลอบเข้ามา แต่เป็นคนไทยที่ทำงานในเมียนมาและลักลอบกลับมาเพราะป่วยหรือเดินทางกลับบ้านโดยไม่ผ่านขั้นตอนการตรวจและกักโรคอย่างถูกต้อง

1 ธ.ค. สธ. แถลงว่าพบผู้ป่วยโควิดอีก 1 รายเป็นหญิงไทยวัย 25 ปี ใน จ.เชียงราย เป็นผู้ที่ทำงานในสถานบันเทิงในเมียนมาที่เดียวกับผู้ป่วย 3 คนแรก และลักลอบเข้าประเทศเช่นกัน

นพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. ระบุว่าสถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ เนื่องจากผู้ป่วยทั้ง 4 รายถือเป็น "ผู้ป่วยนำเข้า" และสามารถติดตามควบคุมโรคได้รวดเร็ว

2 ธ.ค. สธ. ยืนยันพบหญิงไทยที่ทำงานในสถานบันเทิงในท่าขี้เหล็กและลักลอบเดินทางกลับเข้าไทยติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มอีก 6 ราย

คาดคนไทยได้เห็นวัคซีนต้านโควิด-19 กลางปีหน้า

นพ. นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันการวัคซีนแห่งชาติ กล่าวถึงกระแสความกังวลต่อการซื้อและการพัฒนาวัคซีน หลังจากนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในสัญญาการจัดหาวัคซีนโควิด 19 โดยการจองล่วงหน้า ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และบริษัท แอสตราเซนเนกา ว่าขอให้มั่นใจเพราะ เป็นการจองซื้อวัคซีนที่สำคัญอย่างมาก ที่สำคัญคือจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและทำให้ไทยมีความมั่นคงทางสาธารณสุขในอนาคต มั่นใจว่าจะผลิตวัคซีนได้ และสามารถกระจายไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย

ทั้งนี้ตั้งเป้าว่าจะมอบวัคซีนชุดแรก 26 ล้านโดส ที่บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด รับถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตได้ในกลางปี 2564 โดยกลุ่มแรก ๆ ที่จะไดัรับวัคซีนคือ กลุ่มผู้สูงอายุ บุคลากรทางการแพทย์

A small shopping basket filled with vials labeled "COVID-19 - Coronavirus Vaccine" and a medical sryinge are placed on a Pfizer logo

ที่มาของภาพ, Reuters