ชุมนุม 18 พฤศจิกา: แกนนำ "ราษฎร" บอก เมื่อรัฐสภาแก้ปัญหาให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ไม่ได้ ท้องถนนคือคำตอบ

ผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" สาดสีใส่ป้ายหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อ 18 พ.ย. 2563

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" สาดสีใส่ป้ายหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อ 18 พ.ย. 2563

ชุมนุมที่เรียกตัวเองว่า "กลุ่มราษฎร" รวมตัวกันแน่นบริเวณแยกราชประสงค์ ตามเวลานัดหมาย หลังที่ประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 7 ฉบับ ไม่รับหลักการ "ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน"

แกนนำของการชุมนุมประกาศบนเวที และผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งบอกกับบีบีซีไทยว่า การตีตกร่างรัฐธรรรมนูญฉบับที่ประชาชนร่วมเสนอเป็นสิ่งไม่เกินคาด แต่ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำและคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างมากยิ่งขึ้น และเห็นว่าเป็นการปิดช่องทางประชาชนในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ และยังกลับเป็นการผลักดันประชาชนลงถนน

"เมื่อกลไกแก้ปัญหาในรัฐสภาใช้ไม่ได้ การแก้ปัญหาให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ คือ การลงไปตามท้องถนน" จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" ประกาศบนเวทีปราศรัยเคลื่อนที่บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ.พระราม 1 ที่มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหนาแน่นอยู่ภายใน

หลัง "บิ๊กเซอร์ไพรซ์" แกนนำประกาศยุติการชุมนุม 20.24 น.

19.05 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ทยอยเดินจากแยกราชประสงค์มาสมทบด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ถ.พระราม 1 ส่วนการ์ดอาสาได้ขยายพื้นที่บริเวณหน้าประตูหลัก โดยมีรถบรรทุกที่มีเป็ดยางขนาดใหญ่อยู่ข้างบน ซึ่งจุดดังกล่าวมีนายภานุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ปักหลักปราศรัยอยู่

ในขณะที่่มีมวลชนบางส่วนได้ปักหลักที่ด้านหน้าประตู ตร. ด้าน ถ.อังรีดูนังต์ ซึ่งมี น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" เป็นแกนนำชุมนุม

กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ปืนฉีดน้ำความดันต่ำระดมฉีดเข้าไปในสตช. พร้อมกับการสาดสีเข้าไป

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ปืนฉีดน้ำฉีดเข้าไปในสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมกับการสาดสี

น.ส. ปนัสยา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า จะไม่บุกเข้าไปภายใน ตร. แต่จะมี "บิ๊กเซอร์ไพรซ์" เวลา 20.00 น.

20.03 น. ผู้ชุมนุมร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนนับถอยหลังและใช้ปืนฉีดน้ำระดมฉีดเข้าไปใน ตร. พร้อมกับการสาดสี

20.24 น. นายภานุพงศ์ ประกาศยุติการชุมนุมโดยบอกว่าจะมีการชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 25 พ.ย. ที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ "เพื่อทวงคืนภาษีของพ่อและแม่"

จากสมาชิก กปปส. กลายเป็น "ราษฎร"

คู่สามีภรรยา "แอนนี่" และ "เนิ่น" จากจังหวัดสุพรรณบุรี ที่เข้ามาร่วมชุมนุมกับกลุ่มราษฎรวันนี้ (18 พ.ย.) และอยู่ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่แยกเกียกกายเล่าให้บีบีซีไทยฟังว่า พวกเขาไม่แปลกใจที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ถูกตีตกในสภา เพราะคาดไว้แล้ว แต่การไม่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนนี้จะมีผลกระทบอย่างแน่นอน

"ถ้ารัฐบาลไม่เห็นความสำคัญของเรา สิ่งที่เราทำได้ก็คือออกมาแบบนี้ เมื่อใดที่ไม่มีคนเห็นความสำคัญของเรา เมื่อมีคนเรียกเราออกมา เราก็จะออกมาแบบนี้" แอนนี่ คุณแม่วัย 40 ปี ที่เพิ่งเข้าร่วมการชุมนุมกับลูกสาววัย 18 ปี เมื่อวานนี้ที่แยกเกียกกายกล่าว

คู่สามีภรรยา "แอนนี่" และ "เนิ่น" จากจังหวัดสุพรรณบุรี

ที่มาของภาพ, Watchiranont Thongtep/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, คู่สามีภรรยา "แอนนี่" และ "เนิ่น" จากจังหวัดสุพรรณบุรี

เธอตั้งคำถามว่า การที่คนออกมาชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองแบบนี้ แสดงว่ากำลังมีปัญหา แล้วรัฐบาลแก้ปัญหาด้วยการฉีดน้ำใส่ ปัญหาจะได้รับการแก้ไขหรือไม่

"เหมือนเรามีลูก เมื่อมีปัญหา ดิฉันเรียกลูกมาคุย ไม่จับไปขังในตู้เสื้อผ้า หรือฉีดน้ำใส่ เราไม่ทำแบบนั้น เราต้องคุย เหมือนกัน เมื่อประชาชนมีปัญหา คุณต้องคุย เมื่อคุยแล้วจะได้จบ ตอนนี้อาจจะบอกว่าได้ว่ามีปัญหามาครึ่งทางแล้วรัฐบาลควรแก้ไขได้แล้ว อย่ารอให้สุดทาง" เธอกล่าว

ป้ายแยกราชประสงค์ที่ถูกปิดคำว่าราชเป็น ราษฎร์

ที่มาของภาพ, Paris Jitpentom/BBC THAI

เนิ่นบอกว่า ครอบครัวของเขาก็เคยเข้าร่วมการชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ซึ่งทำให้เขาเข้าใจว่า การบริหารบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดก็อยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์

"ถ้าเข้าใจจุดนี้ คุณก็จะตาสว่าง" เขาอธิบาย

ส่วน ไอซ์ วัย 31 ปี หนึ่งในผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ และร่วมชุมนุมกับกลุ่มราษฏรทั้งวานนี้และวันนี้ บอกว่า"ไม่แปลกที่ผู้ใหญ่บางคนไม่เห็นด้วย เพราะพวกเขาได้ประโยชน์จากความเหลื่อมล้ำตรงนี้ การที่ไม่ยอมรับร่างไอลอว์ ก็มีเหตุผลต่าง ๆ นานา เช่น ไอลอว์เป็นยิว ไอลอว์เป็นอเมริกา ความรู้สึกของเราคือ มันนอกประเด็นไปหมด เราควรจะมาคุยกันเรื่องปัญหาจริง ๆ"

ไอซ์ วัย 31 ปี หนึ่งในผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์

ที่มาของภาพ, Watchiranont Thongtep/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ไอซ์ วัย 31 ปี หนึ่งในผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์

เธอกล่าวอีกว่า อีกปัญหาหนึ่งคือ การไม่เอาประชาชนไปคุย แต่กลับเป็นการ "คุยกันเอง" ซึ่งไม่แตกต่างจากการที่เมื่อเด็กทะเลาะกัน แล้วผู้ปกครองคุยกับฝ่ายปกครอง (ของโรงเรียน) และเธอไม่นิยมความรุนแรงและรักสันติมาโดยตลอด ยิ่งเหตุการณ์รอบรัฐสภาเมื่อวาน ทำให้ประชาชนรู้สึกโกรธแค้นมากขึ้น แต่ว่าการที่ฉีดน้ำครั้งแรกที่แยกปทุมวัน ก็ทำให้มีการเบ่งบานของประชาชนและจะทำให้ประชาชนเข้ามาร่วมมากขึ้น

การฉีดน้ำหน้ารัฐสภา เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ

นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชนฮิวแมนไรท์วอทช์ บอกกับบีบีซีไทยว่า จากการร่วมสังเกตการณ์เหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มราษฏรเมื่อวานนี้ ว่า ถึงแม้ว่ากลุ่มการ์ดอาสาของผู้ชุมนุมพยายามขยับแบริเออร์ หรือรื้อลวดหนาม ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ได้ก่ออันตรายกับเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นใด จึงถือว่าไม่เข้าเกณฑ์ที่เจ้าหน้าที่จะใช้น้ำแรงดันสูงหรือแก๊สน้ำตาได้ ทาง ฮิวแมนไรท์วอทช์ ถือว่าเป็นการกระทำเกิดกว่าเหตุละเมิดหลักการระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

"สำหรับวันนี้ การชุมนุมยังคงเป็นรูปแบบที่เห็นกันมาตั้งแต่วัน 18 ก.ค. การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยดำเนินไปโดยสันติ เป็นการแสดงออกที่อยู่ภายในรัฐธรรมนูญไทยและกติกาสากล เป็นสิ่งที่รัฐจะต้องเคารพและอำนวยความสะดวก ไม่ใช่มาไล่ปราบปราม และยัดข้อหาเขาอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้" นายสุณัยกล่าว

คำบรรยายวิดีโอ, สรุปเหตุสลายการชุมนุม-ประชุมสภา 17 พ.ย. เต็มวัน

เขายังให้ความเห็นด้วยว่าการที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของไอลอว์ถูกรัฐสภาตีตกไป แสดงให้เห็นว่าเสียงข้างมากในรัฐสภาไม่คำนึงถึงเสียงของเรียกร้องของประชาชน ทำให้กระบวนการรัฐสภาหมดความหมายที่จะนำไปสู่การปฏิรูปที่แท้จริงอย่างที่ประชาชนคาดหวัง และทำให้ประเทศไทยเหลือทางเลือกทางเดียวคือ บนท้องถนนเท่านั้น ซึ่งจะต้องเจอกับความรุนแรงโดยรัฐ โดยกลุ่มมวลชนที่ถูกจัดตั้งมาเหมือนที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ นี่ถือว่าเป็นสภาวะสุ่มเสียงจะทำให้เกิดวิกฤตการเมืองขึ้นมาอีกครั้ง

ป้ายประท้วงเป็ด

ที่มาของภาพ, Paris Jitpentom/BBC THAI

ผู้ประท้วงชูขวดน้ำมีของเหลวสีม่วง

ที่มาของภาพ, Paris Jitpentom/BBC THAI

บก.ลายจุด ยกให้เป็ดยาง เป็น "วีรชน"

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ "บก.ลายจุด" ปรากฏตัวในการชุมนุมวันนี้ในชุดเป็ดน้อยสีเหลือง ซึ่งเขาอธิบายว่าเพื่อเป็นการยกย่องให้เป็ดยางเป็นวีรบุรุษและวีรชนผู้อุทิศตนต่อสู้ในเหตุการณ์รัฐสภาเมื่อวานนี้

"(เป็ดยาง) เป็นตัวละครที่มีสีสันมาก ผมว่าเรือเป็ดและน้องเป็ดน่ารัก แต่เขาอาจจะไม่ลงในแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ทำหน้าที่ป้องกันในตอนที่เขาฉีดน้ำอยู่ข้างบน และมีภาพน้องเป็ดที่ถูกฉีดน้ำจนพัง" เขาอธิบาย

บก.ลายจุดประเมินว่าเหตุการณ์ชุมนุมวันนี้อาจจะไม่จบลงด้วยความรุนแรงเหมือนเหตุการณ์เมื่อวาน

ที่มาของภาพ, Watchiranont Thongtep/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, "บก.ลายจุด" ในชุดเป็ดเหลือง

เขาประเมินว่า เหตุการณ์ชุมนุมวันนี้อาจจะไม่จบลงด้วยความรุนแรงเหมือนเหตุการณ์เมื่อวานเพราะอยู่หน้ารัฐสภามีการประชุมของ ส.ส. และส.ว. ภายใน อาจจะทำให้ฝ่ายรัฐวิตกว่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงทำให้ต้องมีมาตรการเข้มข้นกว่า

"รัฐก็ควรมีบทเรียน เพราะทุกครั้งที่ใช้มาตรการแข็งกร้าว ทำให้ความรู้สึกของประชาชนรู้สึกไม่พอใจออกมาชุมนุม อย่างเช่นวันนี้ มีม็อบทั่วประเทศอย่างน้อย 11 แห่ง ผมคิดว่ารัฐไม่ควรใช้มาตรการเช่นเดียวกับเมื่อวานนี้ ผมหวังว่าผู้ชุมนุมเองใจเย็น ๆ การรักษาแนวทางการต่อสู้แบบสันติวิธีสำคัญมาก ต้องรักษาสิ่งนี้ให้ได้" เขากล่าว

คุมเข้มสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

บรรยากาศก่อนถึงเวลานัดหมายของกลุ่ม "ราษฎร" ตามที่นัดหมายในเวลา 16.00 น. บริเวณแยกราชประสงค์ ตั้งแต่ 15.30 น. หน้า ตร. เจ้าหน้าที่ได้ล็อกกุญแจที่ประตูรั้วอย่างแน่นหนา ส่วนด้านในมีแท่งแบริเออร์ปูน พร้อมติดรั้วลวดหนามมากีดขวาง โดยมีรถบรรทุกสิบล้อจอดกั้นอีกชั้น เพื่อป้องกันผู้ชุมนุม

นอกจากนี้ตำรวจได้นำรถฉีดน้ำแรงดันสูง รถเติมน้ำ รถควบคุมฝูงชน รถเครื่องขยายเสียงความถี่สูง และมีรายงานว่ามีกำลังตำรวจ 14 กองร้อยเข้าในพื้นที่ เพื่อรับมือการชุมนุม และวางแนวรั้วลวดหนามหีบเพลงตลอดแนวรั้ว ตร.

รถบรรทุกดันประตูทางเข้าศูนย์บัญชาการตำรวจจากทางด้านใน

ที่มาของภาพ, ธนพนธ์ องอาจตระกูล / Thai News Pix

ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงสรุปแผนปฏิบัติงานในการควบคุมการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ว่า กฎหมายปกติยังสามารถใช้ควบคุมสถานการณ์ได้

ด้านเพจ "คณะจุฬาฯ" ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กแฟนเพจว่า สืบเนื่องจากการชุมนุมที่แยกราชประสงค์วันนี้ จุฬาฯ เปิด "พื้นที่ปลอดภัย พื้นที่ปฐมพยาบาล จุดล่าถอย" โดยสามารถติดต่อรับอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและทรัพยากร และวอนผู้บริหารดูแลความปลอดภัย

รถเครื่องขยายเสียงและกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากโดยรอบ

ที่มาของภาพ, ธนพนธ์ องอาจตระกูล / Thai News Pix