ชุมนุม 14 ตุลา: ซีเอ็นเอ็นชี้สัปดาห์นี้อาจเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของการชุมนุมในไทย

Anti-government protest in Bangkok

ที่มาของภาพ, EPA

สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นรายงานข่าวการชุมนุมในประเทศไทยวันนี้โดยอ้างกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองไทยว่า สัปดาห์นี้อาจเป็นห้วงเวลาที่จะเป็น "จุดเปลี่ยนสำคัญ"ของกลุ่มผู้ชุมนุม "คณะราษฎร" ที่ออกมาเรียกร้องให้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศลาออกและยุบสภา รวมทั้งยุติการคุกคามกลุ่มผู้เห็นต่าง และให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

ขณะที่สถานีโทรทัศน์อัลจาซีรา รายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีต พระพุทธะอิสระ แกนนำปกป้องสถาบันกษัตริย์ที่ระบุว่า กลุ่มผู้ประท้วงสามารถเรียกร้องประชาธิปไตยได้ แต่จะต้องไม่เรียกร้องเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

"พวกเขาต้องไม่แตะต้องสถาบันนี้" นายสุวิทย์ กล่าว

ผู้ประท้วง-เจ้าหน้าที่ต่างยับยั้งชั่งใจ

โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของบีบีซี รายงานว่านับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ผู้ประท้วงเริ่มจัดการชุมนุมครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่ในกรุงเทพฯ ในเวลาเดียวกัน

Anti-government protest in Bangkok

ที่มาของภาพ, EPA

ผู้สื่อข่าวบีบีซีบอกว่าแหล่งข่าวตำรวจระบุว่ามีโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงในระหว่างการชุมนุม และตำรวจได้ยกระดับการระวังภัยขึ้นเป็นขั้นสูงสุด ทว่าความชุลมุนที่เกิดขึ้นมีเพียงการที่ผู้ประท้วงได้โยนกระถางดอกไม้ที่ตั้งอยู่โดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทั้งฝ่ายผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่ต่างยับยั้งชั่งใจ และผู้ประท้วงเองก็สามารถเคลื่อนขบวนไปข้างหน้าได้

โจนาธาน เฮด รายงานด้วยว่า ผู้ประท้วงร้องตะโกนคำขวัญเรียกร้องการปฏิรูปและการเปลี่ยนแปลงในขณะที่เคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีการติดตั้งสิ่งกีดขวางทั้งแท่งคอนกรีตและลวดหนาม โดยเลี่ยงความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะหรือเรื่องน่าอับอายต่อราชวงศ์ไปได้

Anti-government protest in Bangkok

ที่มาของภาพ, EPA

อย่างไรก็ดี ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมวัยหนุ่มสาว ที่ต้องการให้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่ตรวจสอบได้ยังคงอยู่ ผู้ชุมนุมประกาศความต้องการอย่างตรงไปตรงมาจนน่าใจหายหากคำนึงถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ ในช่วงที่ผ่านมา

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของไทยซึ่งไม่ต่างจากฉบับก่อน ๆ บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์เป็นบุคคลที่ปวงชนชาวไทยต้องเทิดทูน

ในขณะที่ผู้ประท้วงมุ่งมั่นต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องความมั่งคั่ง พระราชอำนาจ และความรับผิดชอบของสถาบันสูงสุดแห่งนี้ ฝ่ายรัฐบาลเองก็ยืนกรานไม่แพ้กันว่าไม่สมควรมีการถกเถียงในเรื่องของสถาบันฯ จึงเป็นไปได้ว่า ณ จุดหนึ่ง อาจจะเกิดอะไรบางอย่างขึ้นก็ได้