บอส อยู่วิทยา : ย้อนรอย 8 ปี คดีทายาทกระทิงแดง ผู้ต้องหาหนีคดีขับรถชน ตร.เสียชีวิต

ที่มาของภาพ, EPA
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงยืนยันว่านายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทผู้ก่อตั้งเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง หลุดพ้นจากข้อกล่าวหาทั้งหมดในคดีขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อปี 2555 หลังจากพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
"อัยการสั่งไม่ฟ้องทั้งหมดทุกข้อหา คำสั่งลงมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว ทาง สน.ได้แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบแล้วว่าคดีเป็นที่สุดเด็ดขาด" พ.ต.ท.ธราวุฒิ สงวนสุข รองผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ กล่าวยืนยันกับบีบีซีไทย
นายวรยุทธตกเป็นผู้ต้องหาคดีขับรถหรูชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2555 แต่ความเคลื่อนไหวทางคดีของเขากลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งในปี 2560 เนื่องจากมีหนึ่งในข้อกล่าวหาจะหมดอายุความในเดือน ก.ย. ปีนั้น
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แถลงรายละเอียดเมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (24 ก.ค.) ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับหนังสือคำสั่งเด็ดขาดว่าไม่ฟ้องคดีจากอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 เมื่อปลายเดือน มิ.ย.
ในหนังสือดังกล่าวได้แจ้งคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ ในข้อหาสุดท้าย คือ ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทางคณะกรรมการตำรวจไม่ได้มีความเห็นแย้งกับพนักงานอัยการ จึงเป็นการสิ้นสุดของคดี
"เป็นการพิจารณาตามพยานหลักฐาน คงไม่ใช่เรื่องของสองมาตรฐาน" พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่ สตช.ไม่มีความเห็นแย้งต่อคำสั่งของอัยการ
รองโฆษก ตร. ระบุอีกว่า ขั้นตอนต่อไปพนักงานสอบสวนดำเนินการถอนหมายจับทุกประเภท และประสานไปยังตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) เพื่อถอนหมายจับที่ทางการไทยร้องขอไปก่อนหน้านี้
เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2560 อัยการสูงสุดได้ออกหมายเรียกให้นายวรยุทธเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายเป็นครั้งที่ 8 หลังจากเลื่อนนัดมา 7 ครั้ง แต่ในวันดังกล่าวนายวรยุทธ ไม่เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ทำให้อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้มีหนังสือถึงพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ให้รวบรวมสำนวนเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับ

ที่มาของภาพ, Getty Images
หลังจากนั้นศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติหมายจับทายาทผู้ก่อตั้งเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ใน 2 ข้อหาคือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหาไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควร ทำให้นายวรยุทธมีสถานะเป็น "ผู้ต้องหาหนีหมายจับของศาล" ทันที
สำหรับข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อายุความ 15 ปี หมดอายุความในวันที่ 3 ก.ย. 2570 ส่วนข้อหาขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควรแก่ผู้ได้รับความเสียหาย มีอายุความ 5 ปีสิ้นสุดไปแล้วเมื่อวันที่ 3 ก.ย.2560
หลังจากนั้นปรากฏข่าวว่าเขาเคลื่อนไหวอยู่ในต่างประเทศหลายครั้ง เช่น สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร
นายวรยุทธถือเป็นลูกคนที่สามของนายเฉลิม อยู่วิทยา ลูกชายคนโต จากลูก ๆ ทั้ง 11 คน ของนายเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าสัวกระทิงแดงรุ่นแรก โดยเกิดกับภรรยาคนที่หนึ่ง ทว่าผู้ที่ดูแลธุรกิจกระทิงแดงในเมืองไทยเวลานี้จริง ๆ กลับเป็นนายสราวุธ อยู่วิทยา ลูกคนที่สิบ ที่เกิดกับภรรยาคนที่สอง
ในการจัดอันดับมหาเศรษฐีของนิตยสารฟอร์บส์ ปี 2563 นายเฉลิม อยู่วิทยา พ่อของนายวรยุทธ เป็น 1 ใน 8 ผู้ที่มีรายชื่อในทำเนียบที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น เขาร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 2 ของเมืองไทย ต่อจากพี่น้องตระกูลเจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยนายเฉลิมมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 20,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 646,000 ล้านบาท)
จาก 5 ข้อหา เหลือ 2 ข้อหา
ไทยรัฐออนไลน์และไทยพีบีเอส รายงานว่า เดิมนายวรยุทธถูกแจ้งข้อหาทั้งหมด 5 ข้อหา ได้แก่ ข้อหาเมาแล้วขับ อัยการสั่งไม่ฟ้อง ขับรถเร็วเกิน หมดอายุความไปแล้วเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2556 ขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย หมดอายุความไปแล้วเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2556 ชนแล้วหนี หมดอายุความไปแล้วเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2560 และข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งมีกำหนดจะหมดอายุความในวันที่ 3 ก.ย. 2570 ซึ่งหมายความว่านายวรยุทธ มีข้อหาเดียวติดตัวก่อนที่อัยการจะมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีรอบล่าสุด
ย้อนดู ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทางวินัยตำรวจชุดทำคดี
สื่อหลายสำนักได้เผยแพร่หนังสือแจ้งคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี เลขที่ ตช.0035 ส่งจาก พ.ต.ท.ธนาวุฒิ สงวนสุข รอง ผกก. (สอบสวน) ปฏิบัติราชการแทน ผกก.สน.ทองหล่อ ถึงนายวรยุทธ เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2563 ระบุว่า "อัยการสูงสุด ได้พิจารณาแล้วมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีต่อนายวรยุทธ อยู่วิทยา ในทุกข้อกล่าวหา" และ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่แย้งคำสั่งของพนักงานอัยการ คดีนี้จึงเป็นอันสิ้นสุดตามกระบวนการทางกฎหมาย"
หนังสือฉบับนี้ ยังระบุด้วยว่า "พนักงานสอบสวนได้ทำการขออนุมัติเพิกถอนหมายจับในคดีนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว"

ที่มาของภาพ, Getty Images
หนังสือฉบับเดียวกันนี้ ระบุข้อมูลว่า พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี เป็นพนักงานสอบสวนผู้ทำสำนวนกล่าวหา
พ.ต.ท.วิรดล เป็นหนึ่งในตำรวจ สน.ทองหล่อ 6 นาย ที่ถูกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดทางวินัย "ไม่ร้ายแรง" เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา ฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม กรณีมีเจตนาละเว้นไม่ดำเนินคดีกับนายวรยุทธในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และกรณีไม่นำรายงานผลการคำนวณความเร็วของกองพิสูจน์หลักฐานซึ่งพบว่านายวรยุทธ ขับขี่รถยนต์ด้วยความเร็วโดยเฉลี่ย 177 กม.ต่อ ชม. มาประกอบการทำความเห็นในทางคดี
ด้านนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าคณะกรรมาธิการฯ เตรียมเชิญผู้เกี่ยวข้อง ทั้งอัยการสูงสุดที่สั่งไม่ฟ้องคดี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และตำรวจ 5 นายที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางวินัย เข้าให้ข้อมูลด้วย
บีบีซีไทย ย้อนรอยคดี 8 ปี คดีทายาทกระทิงแดงที่กำลังเป็นที่สนใจในตอนนี้
- 3 ก.ย. 2555 นายวรยุทธ หรือบอส ซึ่งตอนนั้นอายุ 28 ปี ขับรถหรูชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต
- 25 เม.ย. 2560 พล.ต.ท. ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ระบุว่า นายวรยุทธได้เดินทางออกจากประเทศ ก่อนหน้าที่ศาลอาญากรุงเทพใต้จะออกหมายจับ โดยเบื้องต้นปลายทางในการเดินทางคือ ประเทศสิงคโปร์ แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเดินทางต่อไปยังประเทศอะไรต่อไปหรือไม่
- 2 พ.ค. 2560 สตม. เผยว่าได้บรรจุชื่อของนายวรยุทธอยู่ในบัญชีดำ เพื่อตรวจตามจุดผ่านแดนทุกจุดของประเทศ เพื่อที่จะเปิดทางให้ สตม. จับกุมตัวทันที หากพบตัวตามจุดผ่านแดนต่าง ๆ
- 4 พ.ค. 2560 ทางการสิงคโปร์เปิดเผยว่านายวรยุทธ ไม่ได้อยู่ในประเทศ หลังจากตำรวจไทยเปิดเผยว่าเขาเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปสิงคโปร์เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ โดยมีรายงานว่าเครื่องบินส่วนตัวของนายวรยุทธ ยังจอดอยู่ในสิงคโปร์
- 5 พ.ค. 2560 น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมการกงสุลได้เพิกถอนหนังสือเดินทางของนายวรยุทธ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร้องขอ
- 25 มิ.ย. 2563 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยต่อ พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว อดีตผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 พร้อมนายตำรวจอีก 5 นาย รวมถึง อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีสอบสวนช่วยเหลือนายวรยุทธ ไม่ให้ถูกดำเนินคดีขับรถขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกว่าอัตรากฎหมายกำหนด และไม่ดำเนินการออกหมายจับนายวรยุทธ เพื่อให้ได้ตัวมาส่งพนักงานอัยการฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาหลบหนี








