คดีทายาทกระทิงแดง: ชีวิต "บอส วรยุทธ" บนทางสองแพร่ง

ที่มาของภาพ, Getty Images
สำนักงานอัยการสูงสุดเตรียมแจ้งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ให้ขอศาลออกหมายจับ นายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทธุรกิจเครื่องดื่มกระทิงแดง ผู้ต้องหาขับรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ทำให้ตำรวจเสียชีวิต ภายหลังไม่มาพบพนักงานอัยการตามกำหนดในวันนี้ (27 เม.ย.) ทั้งที่เลื่อนนัดมาแล้ว 7 ครั้ง
ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงต่อสื่อมวลชน ว่า การออกหมายจับดังกล่าวก็เพื่อติดตามตัวมาส่งฟ้องศาลให้ทันกำหนดอายุความข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งจะหมดอายุความในวันที่ 3 ก.ย. 2570
สำหรับขั้นตอนถัดไปหากมีการออกหมายจับแล้ว นายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ อธิบายว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำหนดไว้ชัดเจนว่าหากมีการสั่งฟ้องผู้ต้องหา ต้องจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งให้ได้ตัวมาดำเนินคดี และหากอยู่ต่างประเทศก็จะต้องดำเนินการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งตามขั้นตอนพนักงานอัยการผู้รับผิดชอบสำนวนต้องแจ้งพนักงานสอบสวนติดตามตัว โดยส่งคำขอไปยังศาลว่าผู้ต้องหามีเจตนาหลบหนีขอศาลออกหมายจับ และเมื่อศาลออกหมายจับแล้วจะต้องติดตามจับให้ก่อนคดีขาดอายุความ และหากผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศ ตำรวจต้องสืบสวนให้ชัดเจนก่อนว่าผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ที่ใด
จากแนวทางกฎหมายดังกล่าว นายวรยุทธมีทางเลือก 2 ทาง ระหว่าง การมอบตัวเข้ามาต่อสู้คดี หรือ หลบหนีคดีจนกว่าคดีจะหมดอายุความในอีก 10 ปี
ทางเลือกที่ 1 หันหน้ามาต่อสู้คดี
นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักอัยการสูงสุด เรียกร้องให้นายวรยุทธเข้ามอบตัวเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในกระบวนการยุติธรรม "ความผิดประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามกระบวนการยุติธรรมของไทยถือว่าไม่เจตนา หรือเหตุที่เกิดเป็นอุบัติเหตุ หากว่าศาลรับฟังแล้วว่า ผู้ต้องหารายใดก็ตาม ที่กระทำความผิดด้วยมูลเหตุดังกล่าวไปดูแลญาติฝ่ายผู้สูญเสียอย่างเต็มที่และเป็นที่พอใจ โอกาสที่ศาลจะให้โอกาสถือว่าสูงมาก ๆ"
นายประยุทธยกตัวอย่างกรณีในลักษณะคล้ายๆ กัน อย่างเช่นกรณี นายศรราม เทพพิทักษ์ ดาราชื่อดังที่ดูแลครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่ ศาลก็ให้โอกาส ซึ่งแนวทางนี้น่าจะเป็นแนวทางที่ดีสุด โดยเดินเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม
ด้านนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดี สำนักงานอัยการสูงสุด อธิบายเพิ่มเติมประเด็นดังกล่าวกับบีบีซีไทยว่า ในกรณีนายศรราม ที่ขับรถยนต์ชน นางเพลินพิศ ตะโกมา จนถึงแก่ความตายนั้น ซึ่งเป็นคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและเฉี่ยวชนทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย ในวันที่ 20 มิ.ย. 2550 โดยที่นายศรรมรับสารภาพทำให้ได้รับการลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คือ จำคุก 6 เดือน ปรับเป็นเงิน 10,000 บาท และที่ผ่านมานายศรรามได้รับผิดชอบและชดเชยแก่ผู้เสียหายเป็นที่น่าพอใจแก่ทุกฝ่าย ผลที่ตามมาคือ ได้รับการลดโทษจำคุกลงเป็นการรอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปี แต่ถูกควบคุมความประพฤติในเวลา 1 ปีแทน
"ที่สำคัญคือ หากเข้าสู่กระบวนการนี้แล้วผู้ต้องหาสามารถมีที่ยืนในสังคมได้อีก" นายปรเมศวร์กล่าว
ทางเลือกที่ 2 หนีจนกว่าคดีหมดอายุความ
หากพิจารณาข้อหาต่างๆ ที่อัยการสั่งฟ้องไปแล้วนั้น มีเพียงข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและทำให้ทรัพย์สินเสียหายเท่านั้นที่ขาดอายุความไปก่อนหน้านี้ แต่มีเพียง 2 ข้อหาเท่านั้นที่ยังมีอายุความ คือ
1)ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อายุความ 15 ปี จำคุกไม่เกิน 10 ปี ซึ่งจะหมดอายุความวันที่ 3 กันยายน 2570
2) ข้อหาไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควร อายุความ 6 เดือนและจะหมดวันที่ 3 กันยายน 2560 นี้
ซึ่งแนวทางต่อไปที่สนง.อัยการสูงสุดเปิดเผยในวันนี้คือ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำหนดไว้ชัดเจนว่าหากมีการสั่งฟ้องผู้ต้องหา ต้องจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งให้ได้ตัวมาดำเนินคดี และหากอยู่ต่างประเทศก็จะต้องดำเนินการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

ที่มาของภาพ, Getty Images
นายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ อธิบายในประเด็นการดำเนินการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนว่า หากผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศ ตำรวจต้องสืบสวนให้ชัดเจนก่อนว่าผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ที่ใด
หากว่าอยู่ในประเทศอังกฤษ ตามที่สื่อมวลชนหลายสำนักนำเสนอ พนักงานสอบสวน จะต้องรวบรวมคำสั่งฟ้องของอัยการ ประกอบการพิจารณาอัตราโทษตามพ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 ที่ระบุโทษจำคุก ตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป สามารถเข้าสู่กระบวนการนี้ได้ ยกเว้นเฉพาะความผิดทางการเมืองและทหารเท่านั้น และที่สำคัญไทยกับอังกฤษก็มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นอีก เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยจะส่งเรื่องผ่านกระทรวงการต่างประเทศ หากเข้าเงื่อนไขทางประเทศอังกฤษก็จะออกหมายจับและจับกุมทันที
นายอำนาจย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยในเรื่องประสานงานส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศอังกฤษถือว่าอยู่ในระดับที่ดี
เมื่อถามว่า หากกระบวนการดังกล่าวจะยืดเยื้อจนทำให้คดีความหมดอายุความไปก่อนจะเกิดอะไรขึ้น
นายปรเมศวร์กล่าวว่า ในระหว่างนั้นผู้ต้องหาอาจจะต้องอาศัยในต่างประเทศเป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะหมดอายุความ เพราะหากเดินทางกลับประเทศ เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
"สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ แม้ว่าหากคดีหมดอายุความไปแล้ว และผู้ต้องหาสามารถเดินทางกลับประเทศได้โดยไม่มีความผิด แต่คาดว่ามาตรการทางสังคมจะเป็นตัวลงโทษแทน ซึ่งหลายคดีในอดีตก็มีให้เห็นกัน" นายปรเมศวร์กล่าว








