โควิด-19 : กนง.ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25%

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 4 ต่อ 3 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 จากร้อยละ 0.75 เป็นร้อยละ 0.50 ต่อปี โดยให้มีผลทันที เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการควบคุมการระบาดของโควิด-19 และเพื่อให้สอดรับกับมาตรการด้านการคลัง การเงินและสินเชื่อของรัฐบาลที่ออกไปก่อนหน้านี้
นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ แถลงข่าวภายหลังการประชุมว่า ในการประชุมวันนี้ กนง. มีมติ 4 ต่อ 3 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 จากร้อยละ 0.75 เป็นร้อยละ 0.50 ต่อปี โดยให้มีผลทันที ขณะที่ 3 เสียง เห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 0.75 ต่อปี
- ไวรัสโคโรนา : กรรมการนโยบายการเงินมีมติด่วน ลดดอกเบี้ยมาตรฐานลงอีก 0.25% มีผล 23 มี.ค.
- เศรษฐกิจ : กนง. ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% เพราะพิษไวรัสโคโรนา พ.ร.บ. งบฯ สะดุด และภัยแล้ง
- โคโรนา : นักท่องเที่ยวจีนหาย-รายได้หด ธุรกิจท่องเที่ยวไทยอนาคตไม่สดใส
- ไวรัสโคโรนา : ธนาคารโลกคาดพิษโควิด-19 อาจฉุดเศรษฐกิจไทยตกต่ำมากเป็นอันดับ 2 ในเอเชีย-แปซิฟิก
นายทิตนันทิ์กล่าวว่า กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2563 มีแนวโน้มหดตัวกว่าประมาณการเดิมตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่หดตัวรุนแรงกว่าที่คาดและผลกระทบจากมาตรการควบคุมการระบาดทั่วโลก อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มติดลบกว่าที่ประเมินไว้ เสถียรภาพระบบการเงินเปราะบางมากขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ
กรรมการส่วนใหญ่เห็นว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นจะช่วยลดผลกระทบจากปัจจัยลบที่เกิดขึ้น รวมทั้งสอดประสานกับมาตรการการคลังของรัฐบาลและมาตรการด้านการเงินและสินเชื่อที่ได้ออกไปก่อนหน้านี้
การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 3 ตั้งแต่ต้นปี โดยครั้งแรก กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยจากร้อยละ 1.25 เป็นร้อยละ 1 ต่อมาวันที่ 20 มี.ค. มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกร้อยละ 0.25
ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย
ในการปรับลดครั้งก่อนหน้านี้ กนง. ให้เหตุผลว่าเป็นการปรับลดตามภาวะเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงมากขึ้นและเพื่อลดภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 และบรรเทาปัญหาสภาพคล่องในตลาดการเงิน และลดผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งจะช่วยสนับสนุนมาตรการการคลังของรัฐบาลที่ได้ออกมาแล้วและจะออกมาเพิ่มเติม

ที่มาของภาพ, ธนาคารแห่งประเทศไทย
กนง.พูดถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยว่าอย่างไร
- เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มหดตัวกว่าที่ประเมินไว้
- การท่องเที่ยวและการส่งออกสินค้าได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้ามากกว่าที่คาด
- อุปสงค์ในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนหดตัวกว่าที่ประเมินไว้จากการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้นและมาตรการควบคุมการระบาด
- อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี 2563 มีแนวโน้มติดลบมากกว่าที่คาดตามราคาพลังงานที่ลดลงเป็นสำคัญ
- มาตรการการเงินการคลังจะมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาสภาพคล่องของครัวเรือนและธุรกิจ รวมทั้งสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยทยอยฟื้นตัวได้
- มาตรการด้านการคลังที่ตรงจุดและทันการณ์ยังมีความจำเป็นต่อการสนับสนุนการจ้างงานและธุรกิจ SMEs เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและรักษาศักยภาพการเจริญเติบโตในระยะต่อไป
สิ่งที่ กนง. เป็นห่วง
กนง. เห็นว่าภาวะการเงินยังไม่น่าห่วงนัก เนื่องจากตลาดการเงินมีเสถียรภาพ หลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการดูแลเสถียรภาพตลาดการเงินและจัดตั้งกองทุนเพื่อรักษาสภาพคล่องของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ (BSF) ทำให้ตลาดตราสารหนี้กลับมาทำหน้าที่ได้เป็นปกติมากขึ้น
แต่สิ่งที่ กนง.คิดว่าน่ากังวลและต้องจับตา ได้แก่
- สถานการณ์ของสหกรณ์ออมทรัพย์ที่อาจได้รับผลกระทบจากการลงทุนในตราสารหนี้
- สถานการณ์เงินบาทที่อาจกลับมาแข็งค่าขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จึงต้องติดตามสถานการณ์ตลาดการเงินและตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด
- ความเสี่ยงที่อาจสร้างความเปราะบางให้เสถียรภาพของระบบธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของธุรกิจและครัวเรือนหลังมาตรการช่วยเหลือด้านสภาพคล่องของภาครัฐทยอยสิ้นสุดลง
สำหรับความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์จากการผิดนัดชำระหนี้นั้น กนง.เสนอแนวทางการรับมือไว้ 3 ข้อ คือ สถาบันการเงินต้องเร่งดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้, เร่งรัดการให้สินเชื่อผ่านโครงการต่าง ๆ ที่ได้ออกมาก่อนหน้า และให้ ธปท. ร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องเตรียมแนวทางรองรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นหากความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ด้อยลง รวมทั้งดูแลสภาพคล่องและกลไกการทำงานของระบบสถาบันการเงินให้มีเสถียรภาพและสามารถทำหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่อง

ที่มาของภาพ, ullstein bild via Getty Images
เกิดอะไรขึ้นเมื่อปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
ธปท. หรือแบงก์ชาติ อธิบายว่า หาก กนง. ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ
- อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินและของธนาคารพาณิชย์จะปรับลดลงตาม ทั้งในส่วนของดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้
- อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ลดลงทำให้ผู้ประกอบการมีแรงจูงใจที่จะกู้ยืมเพื่อลงทุนมากขึ้น
- อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ต่ำลงจะลดแรงจูงใจของประชาชนที่จะนำเงินมาฝากออมไว้กับธนาคาร และอาจนำเงินเหล่านั้นไปจับจ่ายใช้สอยแทน
ธปท. สรุปว่า "อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงจึงช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ตรงกันข้าม หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับสูงขึ้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจก็จะมีแนวโน้มชะลอลง"
กนง. คือ ใคร
ธปท. มีหน้าที่รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศโดยใช้นโยบายการเงิน ซึ่งมีเครื่องมือที่สำคัญ คือ การกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายผ่าน คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงของ ธปท. 3 คน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก 4 คน ประชุมกันปีละ 8 ครั้ง เพื่อลงมติตัดสินระดับของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เหมาะสมกับภาวะและแนวโน้มของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ









