โคโรนา : นักท่องเที่ยวจีนหาย-รายได้หด ธุรกิจท่องเที่ยวไทยอนาคตไม่สดใส

ที่มาของภาพ, Getty Images
แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลไทยยังไม่มีมาตรการจำกัดการเดินทางเข้าประเทศหรือยุติการตรวจลงตรา ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (visa on arrival) แก่นักท่องเที่ยวจีน แต่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนก็ลดลงอย่างมากจนคนในภาคธุรกิจท่องเที่ยว ตั้งแต่ผู้ประกอบการ มัคคุเทศก์ ไปจนถึงคนขายพวงมาลัยที่ศาลพระพรหมเอราวัณเริ่มหวั่นวิตก
ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนสั่งให้บริษัทนำเที่ยวยุติการนำกรุ๊ปทัวร์ออกนอกประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยว่าจำนวนคนสัญชาติจีนที่เดินทางเข้าไทยลดจำนวนลงอย่างเห็นได้ชัด กล่าวคือ
-ระหว่างวันที่ 26 ม.ค.-2 ก.พ. คนสัญชาติจีนเดินทางเข้าไทย 104,727 คน เดินทางออก 264,096 คน
-วันที่ 26 ม.ค. มีคนสัญชาติจีนเดินทางเข้าไทย 29,622 คน ขณะที่วันที่ 2 ก.พ. ลดเหลือ 7,917 คน
ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้สกัดคนจีนเข้าประเทศไทย เพื่อลดโอกาสเสี่ยงการแพร่เชื้อ ก็มีเสียงของผู้ประกอบการและคนในธุรกิจท่องเที่ยวที่เริ่มโอดครวญถึงผลกระทบจากการหายไปของนักท่องเที่ยวจีนซึ่งในปี 2562 มีจำนวนมากเป็นอันดับ 1 คือ 10.99 ล้านคน คิดเป็น 27.63% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด สร้างรายได้ 5.43 แสนล้านบาท

กิจการค้าขายพวงมาลัยและรำแก้บนที่ศาลพระพรหมเอราวัณ แยกราชประสงค์ เป็นหนึ่งดัชนีชี้วัดที่ดีถึงผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในไทย โดยเฉพาะจำนวนและรายได้จากนักท่องเที่ยวจีน เพราะที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของชาวจีน
จากการสังเกตของบีบีซีไทย จำนวนนักท่องเที่ยวที่ศาลพระพรหมเอราวัณวันนี้ (3 ก.พ.) บางตาลงอย่างเห็นได้ชัด
เปิ้ล สินสุนทรทรัพย์ อายุ 42 ปี ชาวกรุงเทพฯ ซึ่งขายพวงมาลัยและเครื่องไหว้อยู่ที่ศาลพระพรหมเอราวัณ มานานกว่า 10 ปี ถึงกับน้ำตาซึมด้วยความทุกข์เมื่อถูกถามถึงสถานการณ์การค้าขายและรายได้หลังเกิดการระบาดของไวรัสโคโรนาที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวจีนลดลง
เธอบอกว่าจริง ๆ แล้ว รายได้จากการขายของลดลงมาตั้งแต่มีนโยบายจัดระเบียบทางเท้าของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อปี 2557 แล้ว จากนั้นเศรษฐกิจก็แย่มาตลอด จนมาหนักสุดเมื่อไวรัสโคโรนาระบาด

"รายได้หายไปครึ่งหนึ่ง จากที่เคยขายได้วันละ 1,000 บาทขึ้นไป ช่วงนี้ขายทั้งวันตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึงศาลปิดตอน 4 ทุ่ม ได้แค่ 500 บาท" เปิ้ลบอกกับบีบีซีไทย
ตามความเชื่อ ผู้ที่มาไหว้ศาลท้าวมหาพรหมจะต้องใช้พวงมาลัยคนละ 4 พวงซึ่งมีหลายราคาตั้งแต่ 25-80 บาท
เปิ้ลบอกว่านักท่องเที่ยวสัญชาติอื่น ๆ รวมทั้งคนไทยไม่มีใคร "จ่ายหนัก" เหมือนนักท่องเที่ยวจีน
"คนไทยส่วนมากมาไหว้มือเปล่า บางคนซื้อพวงเดียว คนเวียดนามก็มาเที่ยวเยอะ แต่ไม่ซื้อของไหว้เยอะเหมือนคนจีน" เปิ้ลบอกก่อนจะรีบยกแผงเล็ก ๆ หลบเข้าไปหลังต้นไม้ทันทีเหลือบไปเห็นเจ้าหน้าที่เทศกิจของกรุงเทพมหานครปรากฏตัวขึ้นที่หัวมุมถนน
"เรื่องโรคระบาดหรือปัญหาเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับพวกเรา เรื่องใหญ่คือเจ้าหน้าที่ไม่ให้เราทำกิน" เธอพูดด้วยเสียงสั่นเครือ "มันน้อยใจ เราเป็นคนไม่มีการศึกษา ถ้าไม่ให้เราค้าขายตรงนี้แล้วจะให้เราไปทำอะไรกิน"
เปิ้ล คุณแม่ลูกสามที่ล้วนอยู่ในวัยเรียนบอกว่าเธอไม่เห็นด้วยกับเสียงเรียกร้องที่ห้ามคนจีนเข้าประเทศ เพราะจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมคนหาเช้ากินค่ำที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวอย่างเธอ
"ทางการจีนเขาก็ห้ามกรุ๊ปทัวร์จีนออกประเทศแล้ว และทางการไทยก็มีการตรวจเข้มงวดที่สนามบิน ไม่ใช่ เราไม่กลัวโรค แต่เรากลัวไม่มีเงินมากกว่า" เธอบอกและให้ข้อมูลว่าคนขายพวงมาลัยที่ศาลพระพรหมเอราวัณมีประมาณ 40 คน ซึ่งมีภาระต้องเลี้ยงปากท้องสมาชิกครอบครัวอีกหลายคน

ที่มาของภาพ, Kultida Samabuddhi/BBC Thai
เธออธิบายว่า ตั้งแต่มีนโยบายจัดระเบียบทางเท้า คนขายพวงมาลัยต้องสลับวันกันมาขายเพื่อให้ทุกคนมีรายได้ทั่วถึง
"ปกติที่ช่วงตรุษจีนนี่เราจะหวังมาก เพราะเราจะขายของได้เยอะ มีรายได้พอเอาไปจ่ายค่าเทอมลูก แต่ตรุษจีนปีนี้ขายได้น้อยมาก" เธอบอก
วรรณิศา รัตนโชติ อายุ 33 ปี แม่ค้าขายพวงมาลัยอีกคนหนึ่ง บอกตรงกันว่ารายได้ลดลงอย่างมากในช่วงเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา
เธอหยิบถุงพลาสติกใส่เงินขึ้นมายืนยัน ในถุงนั้นมีเงินอยู่ร้อยกว่าบาท "นั่งขายมาเกือบ 3 ชั่วโมง ได้มาแค่นี้"
วรรณิศาบอกว่ารายได้ของเธอลดลงไปกว่าครึ่ง จากที่เคยขายได้วันละ 700-1,000 บาท ตั้งแต่หลังตรุษจีนมาบางวันขายได้แค่ 200 บาทก็มี

ที่มาของภาพ, Kultida Samabuddhi/BBC Thai
นางกนกพร ทิพโยสถ เจ้าของคณะนางรำ "กนกพรทิพโยสถ" ซึ่งเป็น 1ใน 4 คณะละครรำประจำศาลพระพรหมเอราวัณบอกว่ารายได้จากนักท่องเที่ยวที่มาจ้างรำถวายลดลงไปครึ่งหนึ่งเช่นกัน
คณะกนกพรฯ บริการรำแก้บนที่ศาลท้าวมหาพรหมตั้งแต่ 8.00-16.00 น. ก่อนหน้าจะเกิดการระบาดของไวรัสโคโรนาเมื่อปลายเดือน ธ.ค. แต่ละวันมีคนมาจ้างแสดงละครรำไม่ต่ำกว่า 200 รอบ เจ้าของคณะละครรำให้ข้อมูล
"แต่ช่วงนี้มีเพียงวันละประมาณ 100 รอบ ส่งผลกระทบต่อทั้งคณะละครรำที่ต้องจ่ายค่าสถานที่และกระทบต่อนางรำ ซึ่งปกติจะได้ค่ารำคนละ 20 บาทต่อ 1 รอบ" เธอระบุ
กนกพรบอกว่าเธอไม่ได้กังวลกับสถานการณ์เท่าไหร่ เพราะคิดว่าเจ้าหน้าที่จะควบคุมการระบาดได้
มัคคุเทศก์กว่า 2.5 หมื่นคนเสี่ยงตกงาน
นายองอาจ แซ่จัง ตัวแทนจากกลุ่มผู้ประกอบการที่เรียกตัวเองว่า "สภามัคคุเทศก์แห่งชาติ" เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนประกาศคำสั่งเพื่อยุติการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ด้วยการสั่งให้บริษัทนำเที่ยวทั่วประเทศหยุดดำเนินการกิจกรรมท่องเที่ยวและหยุดขายผลิตภัณฑ์ตั๋วเครื่องบินและโรงแรม มาตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการมัคคุเทศก์เป็นจำนวนมาก โดยในจังหวัดภูเก็ตและกรุงเทพฯ ไม่มีกรุ๊ปทัวร์จากจีนเข้ามาเลย จากปกติที่มีกรุ๊ปทัวร์วันละ 300 - 400 กรุ๊ปต่อวัน
แม้ว่าจะยังมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยมา ก็เป็นเพียงกลุ่มที่เดินทางท่องเที่ยวเองซึ่งคิดเป็นเพียงสัดส่วนเพียง 30% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดเท่านั้น มัคคุเทศก์บางคนจึงต้องเปลี่ยนมารับกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้แทน
นายองอาจกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มัคคุเทศก์ในเครือข่ายของสภามัคคุเทศก์แห่งชาติกว่า 25,000 คนเสี่ยงตกงาน ดังนั้นจะต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการเยียวยามัคคุเทศก์ ซึ่งอาจจะผ่านการชดเชยภายในเงินประกันสังคมมาตรา 40 เป็นระยะเวลา 2 เดือน ในระหว่างที่รัฐบาลจีนยังไม่เปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าว ทั้งนี้มัคคุเทศก์มีรายได้ประมาณเดือนละ 20,000 - 30,000 บาทต่อคน

ที่มาของภาพ, PARIS JITPENTOM/BBC THAI
คาดนักท่องเที่ยวจีนลดลง 70%
ด้านสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพังงา ได้ยื่นจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้พิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา
ในเอกสารรายงานการประเมินสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวของสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ตที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ระบุว่าจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางเข้าทางสนามบินภูเก็ตในวันที่ 28 ม.ค.ลดลงจากวันที่ 27 ม.ค.ถึง 12% ภายในวันเดียว และมีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ จากความหวาดกลัวโรคระบาด
สมาคมฯ ให้ข้อมูลว่า ผู้โดยสารชาวจีนคิดเป็น 20% ของผู้โดยสารขาเข้าทั้งหมด โดยในช่วงเดือนก.พ.- เม.ย. จะเดินทางเข้าวันละประมาณ 5,500 คน พักเฉลี่ย 4 วันต่อทริป ค่าใช้จ่ายต่อวันโดยเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวจีนอยู่ที่ 7,500 บาทต่อคน
ทั้งนี้ หากรัฐบาลจีนสามารถควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนาได้ภายในเดือน ก.พ. จะส่งผลให้ในช่วง 3 เดือนจากนี้คือ ก.พ.-เม.ย.จำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะลดลง 70% และเกิดการสูญเสียรายได้ประมาณการที่ 10,395 ล้านบาท และประเมินความสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยรวมประมาณ 14,033 ล้านบาท











