โควิด-19 : ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8 คนเป็นผู้ต้องกักที่ ตม.สะเดาและชาวยะลาที่สัมผัสผู้ที่กลับจากมาเลเซีย

วัดอุณหภูมิชาวยะลา

ที่มาของภาพ, Reuters

ขณะที่สถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการระบาดคลี่คลายลง ศูนย์บริหารสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 (ศบค.) กลับพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่วนใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะในจังหวัดยะลาและภายในศูนย์กักคนเข้าเมืองสะเดา จ.สงขลา

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์ผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายใหม่วันนี้ (8 พ.ค.) ว่าพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 8 ราย ทำให้ไทยมีผู้ป่วยสะสมสม 3,000 ราย ยังคงรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 161 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 55 ราย

ผู้ป่วยรายใหม่ 8 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

  • ชายไทย 3 คน ภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งมีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับจากประเทศมาเลเซีย
  • หญิงต่างด้าว 5 คน อายุระหว่าง 19-30 ปี เป็นผู้ต้องกักในศูนย์กักคนเข้าเมืองสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา ทำให้จำนวนผู้ต้องกักที่ติดเชื้อทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 65 ราย

นพ.ทวีศิลป์อธิบายเพิ่มเติมว่า ผู้ติดเชื้อที่พบใน อ.บันนังสตา จ.ยะลา นี้เป็น "ผู้ป่วยรุ่นที่ 3" ที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ที่เดินทางกลับมาจากการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในประเทศมาเลเซีย

ขณะที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ในกรุงเทพฯ และภาคอื่น ๆ ดีขึ้น โดยในประเทศในรอบ 28 วันที่ผ่านมา มี 43 จังหวัดที่ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่เลย โดยจังหวัดภาคเหนือทั้งหมดนับว่า "ปลอดเชื้อ" ตลอดเดือนเม.ย.

โฆษก ศบค.ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ซึ่งมีการปรับนิยามผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การตรวจหาเชื้อให้ครอบคลุมผู้ที่มีอาการไม่ได้กลิ่น มีผู้ป่วยที่มีอาการเข้าเกณฑ์ (PUI) เข้ารับการตรวจหาเชื้อแล้วทั้งสิ้น 16,439 ราย พบผู้ป่วยที่มีผลเป็นบวก 38 ราย คิดเป็น 0.23%

ที่มา : กระทรวงสาธารณสุข

เกิดอะไรขึ้นที่ศูนย์กักคนเข้าเมืองสะเดา

พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง รองผู้บังคับการกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 รักษาการผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา ให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ว่าห้องกักด่านสะเดามีผู้ต้องกักที่เป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง หรือคนต่างชาติที่กระทำความผิด ทั้งหมดอยู่ระหว่างการรอผลักดันส่งกลับประเทศ มีจำนวนทั้งหมด 115 คน

ศบค. รายงานการพบผู้ต้องกักชาวต่างชาติที่ศูนย์กักฯ แห่งนี้เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 เม.ย. โดยยืนยันว่ามีผู้ติดเชื้อ 42 คน มีทั้งชาวเมียนมา เวียดนาม มาเลเซีย เยเมน กัมพูชาและอินเดีย

หมอสวมชุดป้องกันการติดเชื้อโคโรนา

ที่มาของภาพ, Facebook/สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

คำบรรยายภาพ, แพทย์สวมอุปกรณ์ป้องกันก่อนเข้าไปให้การรักษาผู้ต้องกักในศูนย์กักคนเข้าเมืองสะเดา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 29 เม.ย.

ต่อมาวันที่ 4 พ.ค. โฆษก ศบค. แถลงว่าพบคนต่างด้าวในศูนย์กักฯ สะเดาเพิ่มอีก 18 คน ในจำนวนนี้ทั้งเด็กหญิงและเด็กชายรวมอยู่ด้วย ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 60 คน เมื่อรวมกับผู้ต้องกักที่ติดเชื้อรายใหม่อีก 5 คนวันนี้ ทำให้มีผู้ต้องกักติดเชื้อแล้วทั้งหมด 65 คน

พ.ต.อ.มานะกล่าวว่า ตม.ได้จัดห้องขนาดใหญ่พอสมควรให้ผู้ต้องกักที่ติดเชื้ออยู่ห้องละ 4-8 คน ทั้งหมดอยู่ในส่วนแยกไม่ปะปนกับผู้ต้องกักคนอื่น และมีทีมแพทย์และพยาบาลเข้าไปตรวจรักษาทุกวัน ส่วนผู้ต้องกักที่มีอาการหนักอย่างน้อย 6 คนได้ถูกนำตัวไปรักษาที่ รพ.สงขลานครินทร์และ รพ.หาดใหญ่แล้ว

เจ้าหน้าที่ ตม. หมอ-พยาบาลอยู่ในความเสี่ยง

ศ.นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ อาจารย์แพทย์ประจำหน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นคณะที่ปรึกษานายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโควิด 19 ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยเมื่อวันที่ 4 พ.ค.ว่า เขามีความกังวลว่าจะมีผู้ติดเชื้อภายในศูนย์กักฯ สะเดาเพิ่มขึ้น รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ตม. แพทย์และพยาบาลที่เข้าไปดูแลผู้ป่วยด้วย

"สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการระบายอากาศภายในศูนย์กักไม่ดี และคนที่อยู่ในนั้นมีเชื้อเยอะ เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปตรวจอาการ เก็บตัวอย่างเพื่อนำมาตรวจหาเชื้อ หรือนำอาหารไปให้จึงมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะชุดป้องกันการติดเชื้อที่เจ้าหน้าที่มีเป็นเพียงชุดที่ป้องกันเท่าที่ทำได้เท่านั้น ไม่ใช่เป็นชุดที่คลุมทั้งตัวเหมือนชุดนักบินอวกาศ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนคือการติดตั้งระบบฟอกอากาศคล้ายกับระบบฟอกอากาศในเครื่องบิน ไม่เช่นนั้นคนที่อยู่ในนั้นจะติดเชื้อมากขึ้นอีก รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ตม. หมอ พยาบาลที่เข้าไปก็จะติดเชื้อ ซึ่งเราไม่อยากให้เป็นแบบนั้น" นพ.วีระศักดิ์กล่าว