ประชุมสภา : อนาคตใหม่ถล่มงบ 63 ของกลาโหม ตั้งงบเกณฑ์ทหาร บอก "นายพลโตแล้วซักผ้าเองได้"

ที่มาของภาพ, BBC Thai
จบวันแรกของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงิน 3,200,000 ล้านบาท ในวาระ 2 และ 3 ที่ตั้งแต่เวลา 10.05 น. ของวันที่ 8 ม.ค. ปรากฏว่าสภาพิจารณาไปได้เพียง 9 มาตรา ในเวลารวม 15 ชม. ก่อนที่ประธานจะสั่งพักการประชุมเวลา 0.50 น. ของวันที่ 9 ม.ค.
ไฮไลท์ในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ วาระ 2 วันแรก ต้องยกให้มาตรา 8 งบประมาณของกระทรวงกลาโหม ซึ่งถูกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณางบประมาณฯ 2563 ปรับลดลงเหลือ 124,400.3 ล้านบาท หรือลดไป 1,518.2 ล้านบาท คิดเป็น1.21% แต่ก็ยังมี กมธ.เสียงข้างน้อย ต้องการให้หั่นงบออกมากกว่านี้และได้ขอสงวนความเห็นเอาไว้ อีกทั้งยังมี ส.ส. ฝ่ายค้านขอสงวนคำแปรญัตติจำนวนมาก โดยที่พวกเขาได้เปิดฉากถล่มการตั้งงบจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ รวมถึงการตั้งงบสำหรับทหารเกณฑ์

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
2 ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ และเป็น กมธ.เสียงข้างน้อยที่เสนอให้ปรับลดงบกระทรวงกลาโหมลงอีก 15% คือ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องการตั้งงบเกี่ยวกับทหารเกณฑ์ถึงปีละ 14,990 ล้านบาท โดยชี้ว่าปัจจุบันกองทัพมีทหารประจำการ (ทหารเกณฑ์) อยู่ราว 120,000 นาย ทหารเหล่านี้ก็ต้องใช้งบประมาณดูแลจากส่วนกลางทั้งค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าใช้จ่ายในการเรียกเกณฑ์และตรวจเลือกทหารและค่าสนับสนุนต่าง ๆ จึงตั้งคำถามว่าเหตุใดต้องเกณฑ์ทหารมากถึงเพียงนี้

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
อัดตั้งงบเกณฑ์ทหาร-ใช้ทหารไป "รบกับหญ้า ฆ่ากับมด"
เขากล่าวต่อว่า ภาพของทหารในสายตาประชาชนคือผู้มีหน้าที่ป้องกันประเทศ แต่ในความเป็นจริงมีทหารจำนวนหนึ่งถูกจัดไปเป็น "พลทหารบริการ" หรือที่ในอดีตเรียกว่า "ทหารรับใช้" ทำหน้าที่จิปาถะทั้งเลี้ยงไก่ ตัดหญ้า ล้างรถ และจากการประมาณการมีพลทหารบริการอยู่ราว 24,956 นาย ดังนั้นถ้าหากปรับลดพลทหารเหล่านี้ก็จะช่วยลดงบประมาณกองทัพไปกว่า 3,122 ล้านบาท
"จากทหารกองประจำการ 120,000 มี 20.83% ต้องไปทำหน้าที่บริการ ต้องไปรบกับหญ้า ฆ่ากับมด แทนที่จะถือปืนต้องไปถือถาด แทนที่จะถือปืนถือลูกระเบิด ต้องไปถือผ้าชามัวขัดรถ" และ "เราควรเอาทหารไปทำหน้าที่ทหาร เอาทหารไปปกป้องประเทศ เอาทหารไปลาดตระเวนเพื่อความมั่นคงของราชอาณาจักร อย่าเอาทหารไปขัดรถ อย่าเอาทหารไปปอกทุเรียน อย่าเอาทหารไปเลี้ยงไก่เลี้ยงนก" นายวิโรจน์กล่าว
เขาบอกด้วยว่า ส่วนตัวซักผ้าเองตั้งแต่เด็ก เพราะถ้าให้คนอื่นซักจะถูกแม่ด่า แต่ปรากฏว่ามีนายพลต้องให้ทหารบริการซักผ้าให้ จึงอยากบอกว่า "นายพลโตแล้ว ควรซักผ้าเองได้"
ส่วนนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จากพรรคเดียวกัน ได้อภิปรายโจมตีการจัดซื้อเรือดำน้ำ ซึ่งมีงบผูกพันที่จัดซื้อไปแล้ว 1 ลำ และกำลังจะจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีนรุ่น s-26T Yuan Class วงเงิน 22,500 ล้านบาท แต่รุ่นดังกล่าวไม่เหมาะสม ทั้งเรื่องความลึกของอ่าวไทยที่ไม่เพียงพอ ทำให้ "เรือปักเลนโดยเปล่าประโยชน์"

ที่มาของภาพ, BBC Thai
ประเด็นเรื่องการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ยังถูกขยี้โดย ส.ส.พรรคเพื่อไทย อย่างนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม ซึ่งตั้งฉายาว่าเป็นการตั้งงบแบบ "เซียนเหยียบเมฆ" โดยใช้มติ ครม. ที่เคยได้รับการอนุมัติงบประมาณแล้วไปเล่นแร่แปรธาตุเปลี่ยนรายละเอียดบางส่วนเพื่อดำเนินโครงการอื่นแทน เช่น เมื่อมีจัดซื้อเรือดำน้ำแล้ว ยังต้องมีการจัดซื้อเรือสนับสนุนเรือดำน้ำ โดยจะใช้บรรทุกเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งใช้งบประมาณสูงเช่นเดียวกัน
นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ผู้เสนอให้ตัดงบกระทรวงกลาโหมลงอีก 10% ตั้งข้อสังเกตว่าประเทศไทยมีการใช้งบประมาณกับกองทัพเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก นอกจากประเด็นของเรือดำน้ำที่ใช้งบสูงแล้ว ยังได้ตั้งข้อสงสัยถึง "รถประจำตำแหน่ง" ของเจ้าหน้าที่ในกองทัพที่ใช้รถราคาแพง อีกทั้งมีค่าบำรุงรักษาที่สูงตามไปด้วย
"ผบ.เหล่าทัพตำแหน่งเราทราบดีว่าเทียบเท่าอธิบดี แต่ทุกวันนี้เบนซ์ 500 ครับ ผบ. รองผบ. เบนซ์ 500 หมดครับ ค่าน้ำมันเท่าไหร่ครับ ท่านฟีดการเช่ารถประจำตำแหน่งเหล่านี้ มันเยอะเกินไปหรือไม่"

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
แจงต้องมีเรือดำน้ำหลายลำเพื่อให้ทัดเทียมเพื่อนบ้าน-เตรียมความพร้อม
อย่างไรก็ตามนายสันติ กีระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะเลขานุการ กมธ.งบประมาณฯ สังกัดพรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงประเด็นเรือดำน้ำว่า อ่าวไทยมีความลึกเฉลี่ยราว 50 เมตร และมองจากทางอากาศถ้าลึกลงไปถึง 16 เมตร ก็จะไม่ถูกสังเกตเห็นแล้ว ดังนั้นกรณีเรือดำน้ำปักเลนจะไม่เกิดขึ้น และเหตุผลที่ต้องมีเรือดำน้ำมากกว่า 1 ลำ ก็เป็นไปตามยุทธวิธีของเรือดำน้ำ ที่ต้องอำพรางไม่ให้ศัตรูทราบตำแหน่งที่แน่นอน เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงค์โปร์ เมียนมา ที่มีเรือดำน้ำประจำการแล้วทั้งสิ้น
"แสนยานุภาพทางการทหารมิได้มีเอาไว้เพียงเพื่อจะรบกับใครเท่านั้น แต่มีไว้เพื่อความพร้อม มิฉะนั้นแล้วหากประเทศไม่พร้อม ไม่มีความมั่นคงทางการทหาร ความมั่นคงในเรื่องอื่น ๆ ก็คงจะมีปัญหาตามมาอย่างที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้"
ท้ายที่สุด สภามีมติเห็นด้วยกับมาตรา 8 งบประมาณกระทรวงกลาโหม ตามที่ กมธ. แก้ไข ด้วยคะแนน 247 ต่อ 195 งดออกเสียง 11

ที่มาของภาพ, BBC Thai
เผยคำแปรญัตติทะลุ 4,000 ถ้าเอาจริง ๆ ต้องถกกัน 16 วัน
แม้นายชวน หลีกภัย ประธานสภา นัดหมายสมาชิกให้มาประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 ในวันที่ 8-9 ม.ค. แต่ก่อนการประชุมจะเริ่มต้นขึ้น เขาได้ออกมาส่งสัญญาณพร้อมขยายเวลาออกไปอีกวัน รวมเป็น 3 วัน เนื่องจากมี กมธ. ขอสงวนความเห็น 25คน และมี ส.ส. ขอสงวนคำแปรญัตติ 146 คน
"มีผู้สงวนความเห็นและสงวนคำแปรญัตติกว่า 4,000 คำแปรญัตติ หากทุกคนพูดคนละ 5 นาที ทั้งวันทั้งคืน 24 ชม. ก็ต้องใช้เวลาถึง 16 วัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้" นายชวนกล่าว
ท้ายที่สุดข้อตกลงระหว่างคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กับคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) คือให้สมาชิกอภิปรายคนละ 7 นาที แต่ถ้ามีประเด็นต่อเนื่องให้อภิปรายได้สูงสุดไม่เกิน 10 นาที โดยที่วิปทั้ง 2 ฝ่ายรับไปคุมเวลากันเอง

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
โหวตอย่างน้อย 52 ครั้ง ประเดิมตั้งแต่ชื่อร่าง
การประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 วาระ 2 จะพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา โดยมีอยู่ 52 จาก 55 มาตราที่มี กมธ. ขอสงวนความเห็น และมี ส.ส. ขอสงวนคำแปรญัตติ นั่นหมายความว่าต้องมติอย่างน้อย 52 ครั้ง นายชวนจึงแจ้งให้ ส.ส. เตรียมความพร้อมลงมติอยู่เสมอ
เพียงเข้าสู่มาตรา 1 ซึ่งกำหนดชื่อเรียกของกฎหมาย สภาก็ต้องลงมติกันแล้ว เมื่อนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เลขานุการ กมธ.เสียงข้างน้อย ขอสงวนความเห็นในมาตรานี้เอาไว้ โดยเห็นว่าควรแก้ไขชื่อเรียกจาก "พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563" เป็น "พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 (ฉบับออกไม่ทันปีงบประมาณ)"
ผลปรากฏว่า สภามีมติเห็นด้วยกับชื่อของ กมธ.งบประมาณฯ ด้วยคะแนน 222 ต่อ 3 งดออกเสียง 175 ไม่ลงคะแนน 2 จากผู้เข้าร่วมประชุม 402 คน
เมื่อลงมติเสร็จ นายชวนถึงกับกล่าวว่า "เราจะอยู่ในสภาอย่างนี้อีก 50 มาตรา ขอเรียนให้ทราบครับ"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
อนาคตใหม่ซัดรัฐราชการรวมศูนย์สร้างปัญหา "3 กระจุกส่วนกลาง"
เช่นเดียวกับการตั้งงบประมาณไว้ที่ 3,200,000 ล้านบาท ในมาตรา 4 ซึ่งต้องลงมติ หลัง กมธ.เสียงข้างน้อย และ ส.ส. บางส่วนขอสงวนความเห็น แต่ผลการลงมติก็ผ่านไปตามที่ กมธ.งบประมาณฯ เสนอ ด้วยคะแนนเห็นชอบ 284 ต่อ 81 งดออกเสียง 3
สรุปประเด็นอภิปรายที่น่าสนใจ
- นายวิโรจน์ ลักขนาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย เสนอให้ตัดงบลง 15% โดยอภิปรายโจมตีการตั้งงบของ "รัฐราชการรวมศูนย์" ซึ่งเขาเรียกว่า "3 กระจุกส่วนกลาง" คือ อำนาจ, งบประมาณ, กำลังคน ทำให้เกิดอาการ "ฟุ้งซ่าน" คิดทำโครงการนั้นโครงการนี้ แต่ไม่ได้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ข้อเสนอของเขาคือให้ตัดงบเป็นรายโครงการ ไม่ใช่ตัดเป็นเปอร์เซ็นต์แบบจิ๊บ ๆ จ๊อย ๆ 1-2% เพื่อให้บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น แต่โครงการพิษร้ายยังอยู่ "โครงการไหนไม่จำเป็น แม้แต่สลึงเดียวก็ไม่ควรให้ โครงการที่เป็นประโยชน์ เป็นหมื่นล้านก็ต้องให้"
- น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อยฯ เห็นว่าสามารถ "รีดไขมัน" งบประมาณได้อีก15% พร้อมยืนยันไม่ควรตัดงบเป็นเปอร์เซ็นต์เพราะเป็นการให้อิสระแก่หน่วยงานในการจัดสรรงบเอง นอกจากนี้ยังชี้ว่าการจัดสรรงบของไทยมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์ จึงมี 4 หน่วยงานกลางทำหน้าที่กำหนดตัวชี้วัดเกิน 3 พันตัว ขณะที่สหราชอาณาจักรมี 200 ตัว เนเธอร์แลนด์ 500 ตัว เพราะมี 4 หน่วยงานทำหน้าที่ประเมินผลหน่วยขอรับงบประมาณ ทั้ง ก.พ., ก.พ.ร., สศช., สำนักงบประมาณ
วิจารณ์นายกฯ เสพติดใช้งบกลางเป็น "งบสารพัดนึก"
ส่วนมาตรา 6 งบกลาง วงเงิน 518,770.9 ล้านบาท ไม่มีการแก้ไข แต่ต้องลงมติเช่นกัน โดยสภาเห็นชอบด้วยคะแนน 239 ต่อ 78 งดออกเสียง 148 หลังมี กมธ.เสียงข้างน้อย และ ส.ส. อภิปรายนานกว่า 2 ชม.
สรุปประเด็นอภิปรายที่น่าสนใจ
- นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย เสนอตัดงบกลาง 20,000 ล้านบาท โดยกังวลว่าจะมีการใช้งบผิดประเภทไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ หรืออาจจะนำไปจ่ายค่าเสียหายกรณีปิดเหมืองทองอัครา อีกทั้งยังมีงบสำรองอีก 50,000 ล้านบาท ซึ่งสำรองไว้นอกงบประมาณตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณปี 2561 ไว้อยู่แล้ว
- นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ร่ายปัญหาการตั้งและใช้งบกลางที่ไร้การตรวจสอบ จนน่ากังขาว่าเป็นกรณี "ฉุกเฉิน" หรือ "จำเป็น" จริงๆ หรือไม่ อาทิ พ.ย. 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยอมรับว่ามีการใช้งบกลาง 63 ล้านบาทเศษ ในโครงการสร้างอุทยานราชภักดิ์, มี.ค. 2562 ไม่กี่วันก่อนเลือกตั้ง ครม. อนุมัติงบ 37,900 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายของกองทุนประชารัฐสวัสดิการ ซึ่งเป็นนโยบายที่พรรคการเมืองบางพรรคใช้หาเสียงเลือกตั้ง
"งบกลางกลายเป็นยาสารพัดนึกที่รัฐบาลนำมาใช้จนถึงขั้นเสพติด ก่อนหน้านี้มีกรณีรัฐมนตรีถูกกล่าวหาว่าค้ายา แต่ครั้งนี้ผมเห็นว่ารัฐบาลท่านอาจกำลังติดยา ติดยาสารพัดนึกที่ใช้งบกลางไปกับทุกๆ เรื่องที่ท่านจะจินตนาการได้" นายรังสิมันต์กล่าว
เสรีพิศุทธ์ขู่ฟ้องดำเนินคดี ส.ส. โหวตรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ
กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่มีนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เป็นประธาน มีมติปรับลดงบจากหน่วยงานต่าง ๆ ลง16,231.2 ล้านบาท จัดสรรคืนให้กับส่วนราชการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอตามความจำเป็น 13,177.5 ล้านบาท และจัดสรรให้หน่วยงานของรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและองค์กรอัยการ 3,053.8 ล้านบาท
สำหรับการพิจารณาในวาระ 3 จะเป็นการลงมติเห็นชอบ/ไม่เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ทั้งฉบับ ซึ่งนายชวนคาดการณ์ว่าจะลงมติในวาระ 3 ได้ในวันที่ 10 ม.ค. เวลา 15.00 น.
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้ประกาศผ่านสื่อมวลชนว่าจะฟ้องดำเนินคดีกับ ส.ส. ที่ร่วมลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 ทั้งหมด เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์นำ ครม. กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน จึงไม่มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินและไม่มีอำนาจในการจัดทำงบประมาณตั้งแต่ต้น สำหรับข้อกล่าวหาที่จะดำเนินคดี อาทิ ปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ, บริหารราชการแผ่นดินโดยมิชอบ, นำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เข้าสภาโดยไม่มีอำนาจ









