5 ปี คสช. : พล.อ. ประยุทธ์ อ้างผลงาน ฟื้นฟูเกียรติคุณ-ความสงบให้แก่ประเทศ

ที่มาของภาพ, TV POOL
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ยึดครองอำนาจยาวนานถึง 5 ปี 55 วันนับจากรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 กำลังจะพ้นจากตำแหน่งไปในวันพรุ่งนี้ (16 ก.ค.) ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน
เวลา 18.00 น. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เผยแพร่ "สารจากหัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี ในโอกาสสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่" ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ความยาว 11 นาที โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า ขอถือโอกาสนี้อำลาพี่น้องประชาชนทั้งหลายและขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่าน โดยเฉพาะ ครม. เจ้าหน้าที่ของ คสช. ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่าย รวมถึงสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป (สปท.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ซึ่งได้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ไปก่อนหน้านี้แล้ว และขอบคุณประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และภาคท้องถิ่นที่ให้ความร่วมมือกับ คสช. และรัฐบาลด้วยดีตลอดมา
พล.อ. ประยุทธ์ ยังกล่าวอ้างถึงความสำเร็จในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น การรักษาความสงบเรียบร้อย, การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ, การพัฒนาอย่างยั่งยืนของประชาชนทุกอาชีพรายได้, การเรียกความเชื่อมั่นในการปฏิบัติตามพันธสัญญาและการลงทุนจากต่างประเทศ, การแก้ปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ, การพิจารณาคดีต่าง ๆ ที่ค้างคาในกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้องเป็นธรรม, การดำเนินการเพื่อการปฏิรูปประเทศและการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ "ล้วนเป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนัก ความเสียสละ ความอดทน และความร่วมมือร่วมใจของท่านทั้งหลายโดยแท้"

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก ทำเนียบรัฐบาล
"เมื่อ 6-7 ปีที่ผ่านมา ต่างชาติเคยมองว่าเราแทบจะเป็น 'ประเทศที่ล้มเหลว' อยู่แล้ว แต่เมื่อเราตั้งใจแน่วแน่ว่าจะฟื้นฟูชื่อเสียงเกียรติคุณ ความสงบเรียบร้อย และสิ่งดีงามของประเทศให้กลับคืนมาให้จงได้ เราก็สามารถดำเนินการได้อย่างดี" พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว
"การฟื้นฟูเกียรติคุณ" ถูกขยายความเพิ่มเติมว่าหมายถึงเรื่องเหล่านี้
- เรียกเอาความเป็นเมืองน่าอยู่ น่าลงทุน น่าท่องเที่ยวกลับมา
- การจัดลำดับความยากง่ายในการทำธุรกิจเริ่มดีขึ้น
- การกำหนดดัชนีชี้วัดความโปร่งใส
- การกำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ
- การแก้ปัญหาการบินพลเรือน
- การแก้ปัญหาค้ามนุษย์ แรงงานต่างด้าว
- การประมงผิดกฎหมาย
"แม้แต่การแสดงออกซึ่งเมตตาธรรม มนุษยธรรม ความรอบรู้รอบคอบ และความรู้รักสามัคคีในการช่วยเหลือทีมเยาวชนหมูป่าออกมาจากถ้ำหลวง จ.เชียงราย เมื่อปีที่แล้ว นับเป็นการแสดงออกที่ประทับใจผู้คนไปทั่วโลก ล่าสุดคือการที่ไทยได้ทำหน้าที่ประธานการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 34 เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ซึ่งต่างชาติชื่นชมว่าเราสามารถจัดได้เรียบร้อยน่าประทับใจและบรรลุตามวัตถุประสงค์ทุกประการ" พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THA
เขายังเรียกร้องให้ประชาชนทบทวนว่าบ้านเมืองในวันนี้มีอะไรดีขึ้นบ้าง เปลี่ยนแปลงบ้าง หากมีส่วนที่ดีขึ้น กรุณาภาคภูมิใจว่านั่นคือผลจากความตั้งใจและความร่วมมือของทุกคนภายใต้พระบารมีปกเกล้าฯ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งรัชกาลที่ 9 และรัชกาลปัจจุบัน สิ่งใดที่ยังไม่สำเร็จก็ต้องดำเนินการในรัฐบาลต่อไปด้วยความรักความสามัคคีของคนในชาติ
พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า บัดนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ขั้นตอนของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญโดยสมบูรณ์ มีสภาผู้แทนราษฎรซึ่งสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง มีรัฐบาลที่มาจากความเห็นชอบของรัฐสภา สิทธิเสรีภาพต่าง ๆ ได้รับหลักประกันคุ้มครองไว้ในรัฐธรรมนูญตามแบบอย่างนานาอารยประเทศ ปัญหาทุกอย่างจะได้รับการแก้ไขตามกฎเกณฑ์ปกติในระบอบประชาธิปไตยโดยไม่มีอำนาจพิเศษใด ๆ อีกต่อไป แม้การปกครองเช่นนี้อาจล่าช้าไม่ทันต่อความต้องการของประชาชนบางกลุ่มบ้าง อาจติดขัดที่ขั้นตอนข้อจำกัดทางกฎหมาย การเมือง และงบประมาณบ้าง ต้องรับฟังความคิดเห็นโต้แย้งที่แตกต่างกันบ้าง แต่ก็เป็นไปตามครรลองของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยซึ่งทุกคนทุกฝ่ายต้องเรียนรู้เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ อดทน อดกลั้น ไม่ขัดแย้งรุนแรง มีเหตุผล มีวินัย เคารพเสียงข้างมาก ยึดมั่นในธรรมาภิบาลและหลักนิติธรรมโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและวิถีชีวิตของไทย

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก ทำเนียบรัฐบาล
หัวหน้า คสช. ย้ำด้วยว่า สิ่งที่ คสช. ทำในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา หลายเรื่องน่าจะเป็นรากฐานให้รัฐบาลใหม่ ซึ่งจะเป็นรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยของประชาชนชาวไทยทุกคน ที่ไม่มีการแบ่งแยกภาค หรือจังหวัด หรือแบ่งพื้นที่ตามฐานเสียงพรรคการเมืองใด ๆ โดยต้องสามารถทำงานต่อไปได้อย่างมั่นคงเพื่อสร้างความมั่งคั่งและความยั่งยืนวัฒนาสถาพร
"ทุกคนมีหน้าที่ต้องสนองพระบรมราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในอันที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด และปกป้องรักษาแผ่นดินไทยนี้เพื่อประโยชน์สุขแก่เราทั้งหลายร่วมกัน ด้วยความรักความสามัคคี เผื่อแผ่แบ่งปัน มีจิตสำนึก มีความรับผิดชอบ เคารพกฎหมาย มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนอันเป็นที่รักยิ่งตลอดไป" พล.อ. ประยุทธ์ ระบุ
ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ ได้เรียกประชุม ครม. นัดพิเศษเพื่อ "สั่งลา" เพื่อนร่วมรัฐบาล "ประยุทธ์ 1/5" และบอกด้วยว่าภายหลังการถวายสัตย์ปฏิญาณ และจะเรียกประชุม ครม. ชุดใหม่ทันทีวันพรุ่งนี้ (16 ก.ค.)
หลังจากนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จะเป็นผู้นำที่ไม่มี "อำนาจพิเศษ" อย่างมาตรา 44 และการทำงานจะถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นโดยฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยประสบมาก่อนตลอดการทำหน้าที่นายกฯ หลังรัฐประหารปี 2557
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด YouTube โพสต์
งานแรกที่ฝ่ายค้านตั้งทีมดำเนินการคือ การแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ซึ่งฝ่ายค้านประกาศอภิปรายต่อเนื่อง 3 วัน ระหว่าง 25-27 ก.ค.
พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องการแถลงนโยบาย และการเสนอข้อคิดเห็นต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความครบถ้วนสมบูรณ์ขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคเพื่อไทย
"ขอกราบเรียนสมาชิกผู้ทรงเกียรติต่าง ๆ ไว้ด้วย เพราะผมเห็นว่าหลายอย่างยังไม่ตรงกับหน้าที่ในการทำงาน เพราะมันไม่ใช่เรื่องการอภิปรายการทำงานของรัฐบาล ถือเป็นคนละเรื่อง ผมเคารพทุกคนให้เกียรติทุกคนเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล และให้เกียรติประชาชนที่เลือกพวกท่านเข้ามาด้วย เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญของผม" นายกรัฐมนตรีกล่าว

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พปชร.
พล.อ. ประยุทธ์ ยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวเรื่องการบรรจุให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในนโยบายรัฐบาล โดยบอกว่า "สนับสนุน ผมพร้อมสนับสนุนให้มีการดำเนินการ แก้ไขทุกกฎหมาย เพราะกฎหมายบางฉบับ ก็มีปัญหาอยู่ ต้องไปว่ากันตามกระบวนการขั้นตอน ไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับใคร วันนี้เราเป็นรัฐบาลของประเทศ"
ครม. และ คสช. ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้นำสูงสุด ถือเป็น 2 องค์กรสุดท้าย จาก 5 องค์กรตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 ซึ่งถูกเรียกว่า "แม่น้ำ 5 สาย" ที่ยังหลงเหลืออยู่ แม้ประเทศไทยมีการเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค. 2562 แล้วก็ตาม
รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 264 และมาตรา 265 กำหนดให้ ครม. และ คสช. อยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่า ครม. ที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งจะเข้ารับหน้าที่

อย่างไรก็ตาม บรรดาสมาชิกองค์กรแม่น้ำ 5 สาย นับร้อยชีวิตได้ "กลายร่าง" เป็นสมาชิกองค์กรใหม่ ดังนี้
1. ครม. "ประยุทธ์ 2" 10 คน
- อดีต ครม. 10 คน (เป็น ครม. ชุดล่าสุด 7 คน)
- อดีต คสช. 3 คน (เป็น คสช. ชุดล่าสุด 2 คน โดยที่ทั้งคู่ก็นั่งอยู่ใน ครม. ด้วย)
2. สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 148 คน (บางส่วนชื่อซ้ำกันเนื่องจากดำรงหลายตำแหน่งพร้อมกันในเวลาเดียว)
- อดีต ครม. 19 คน (เป็น ครม. ชุดล่าสุดที่เพิ่งลาออก 15 คน)
- อดีต คสช. 9 คน (เป็น คสช. ชุดล่าสุด 6 คน)
- อดีต สนช. 83 คน (ในจำนวนนี้มี ผบ.เหล่าทัพ 3 คนที่ได้เป็น ส.ว. โดยตำแหน่ง)
- อดีต สปท. และ สปช. 37 คน
3. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) 5 คน
- อดีต สปท. 5 คน

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI










