ชายหาดหลายแห่งในไทยถูกปิดต่อเนื่องเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรมจากการท่องเที่ยว

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, ชัยยศ ยงค์เจริญชัย
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
หลังจากที่อ่าวมาหยาเปิดรับนักท่องเที่ยวแบบไม่จำกัดจำนวนมานานหลายปี จนมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากวันละไม่กี่ร้อยคนเป็นวันละเกือบ 4,000 คน ทำให้ระบบนิเวศของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งนี้เสื่อมโทรมเข้าขั้นวิกฤติ ทั้งจากปัญหาขยะล้นอ่าว แนวปะการังถูกทำลาย สัตว์ทะเลสูญหาย นักท่องเที่ยวบางกลุ่มถึงขั้นเก็บปะการัง หอยมือเสือ ต้นไม้ หิน และทรายกลับบ้านไปเป็นที่ระลึก
เมื่อสถานการณ์เริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ และธรรมชาติไม่มีโอกาสได้ฟื้นฟูตัวเอง ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ดังกล่าว จึงเห็นว่าวิธีเดียวที่จะทำให้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของอ่าวมาหยากลับมาฟื้นตัวได้เหมือนเดิม คือการ "ปิดพื้นที่" เพื่อให้ธรรมชาติและระบบนิเวศได้ฟื้นฟูตัวเอง โดยทางกรมฯ สั่งให้ปิดอ่าวมาหยาเป็นเวลา 4 เดือนตั้งแต่วันที่่ 1 มิ.ย.2561
แต่ด้วยธรรมชาติที่ถูกทำลายเสียหายอย่างหนัก ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวไม่เพียงพอที่ธรรมชาติจะฟื้นฟูตัวเอง กรมอุทยานฯ จึงตัดสินใจขยายช่วงเวลาปิดอ่าวไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2561 แต่เมื่อครบกำหนดอีกครั้ง ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศทางทะเลเห็นว่ายังต้องใช้เวลาอีกนานในการฟื้นฟูอ่าวมาหยา กรมอุทยานฯ จึงสั่งขยายเวลาปิดอ่าวห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาต่อมาเรื่อย ๆ
นอกจากอ่าวมาหยา ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่ถูกทำลายด้วยเงื้อมมือของมนุษย์อีกหลายแห่ง ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตัดสินใจปิดการท่องเที่ยวในรูปแบบเดียวกับอ่าวมาหยาด้วยความหวังว่าธรรมชาติที่เสียหายไปจะฟื้นกลับมาสวยงามได้ดังเดิม
เกาะแสมสาร
หลังจากที่ภาพของไกด์นำคณะทัวร์ดำน้ำที่บริเวณอ่าวแสมสาร จ.ชลบุรี เด็ดดอกไม้ทะเลเพื่อล่อปลาการ์ตูนขึ้นมาบนผิวน้ำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนได้ถ่ายรูปใกล้ ๆ ถูกเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากวิจารณ์มากมายว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม หลังจากนั้นไม่นานทางองค์การบริหารส่วนตำบลแสมสารได้ออกหนังสือเร่งด่วน ถึงผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวดำน้ำดูปะการัง เรื่อง "ขอให้หยุดประกอบการ" งดนำนักท่องเที่ยวลงดำน้ำพื้นที่ 9 จุดในเกาะแสมสาร ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
นายประเสริฐ พิทักษ์กร นายก อบต.แสมสาร ระบุว่า เหตุผลที่ประกาศปิดอ่าวนั้นเพื่อให้ปะการังได้ฟื้นฟูเจริญเติบโตและเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเนื่องจากเข้าฤดูมรสุม โดย อบต. ขอให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
นายก อบต.แสมสารกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันนี้จำนวนเรือที่เข้ามาในบริเวณเกาะมีมากกว่าที่กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 60 ลำต่อวัน แต่ทุกวันนี้มีเรือนำนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่เกินกว่า 80 ลำต่อวัน
นายประเสริฐอธิบายว่า แม้จะประกาศปิดอ่าวแสมสารไม่ให้มีกิจกรรมทางน้ำทุกประเภท แต่ก็ยังมีจุดอื่น ๆ บริเวณเกาะแสมสารที่นักท่องเที่ยวสามารถดำน้ำได้ อย่างไรก็ตาม คำสั่งนี้ก็ทำให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มยกเลิกการจองห้องพักล่วงหน้า ทิ้งเงินมัดจำ
แม้จะสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวไปบ้าง แต่ อบต.แสมสารเห็นว่า การปิดพื้นที่เกาะบางส่วนเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นฟูนั้นสำคัญกว่า อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ทาง อบต. สร้างทุ่นจอดเรือเพิ่มเติมจาก 40 เป็น 60 ทุ่น เพื่อจัดระเบียบเรือนักท่องเที่ยวได้ดีขึ้นและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
อ่าวมาหยา
น้ำทะเลสีฟ้าใส ชายหาดทรายขาวสะอาดที่ทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งของเกาะที่โอบล้อมไปด้วยหมู่เกาะและต้นไม้สีเขียว เป็นลักษณะเด่นของอ่าวมาหยา ที่ตั้งอยู่กลางทะเลอันดามัน เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ และเป็นที่มาของการถูกรับเลือกให้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลีวูดชื่อดังเรื่อง The Beach ที่นำแสดงโดย ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ เมื่อปี 2543
หลังจากนั้นเป็นต้นมา อ่าวมาหยาก็ได้ถูกบรรจุรวมเป็นสถานที่ที่ห้ามพลาดเมื่อไปเที่ยวทะเล จ.กระบี่ และทุกบริษัททัวร์มักจัดแผนการท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับแบบ 4 เกาะหรือ 8 เกาะ ที่มีอ่าวมาหยารวมอยู่ด้วยในทุกโปรแกรม จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไปแวะเยี่ยมชมความงามของอ่าวมาหยาไม่ต่ำกว่า 3,000 - 4,000 คนต่อวัน และช่วงที่มากที่สุกคือ 7,000 คนต่อวันโดยมีเรือเข้าออกจากเกาะเป็นจำนวนกว่า 200 ลำต่อวัน

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เห็นว่าวิธีการเดียวที่จะทำให้ระบบนิเวศทางทะเล โดยเฉพาะปะการังที่เสียหายอย่างหนักจากการถูกนักท่องเที่ยวเหยียบ ถูกสมอเรือทำลายหรือฟอกขาวจากสารเคมีที่เป็นส่วนผสมของครีมกันแดด ก็คือการปิดเกาะ โดยออกคำสั่งปิดตั้งแต่ระหว่างเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน แต่ทางผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น จึงเสนอให้มีการขยายเวลาออกไปอีกเรื่อย ๆ
จนกระทั่งล่าสุด เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ทางกรมอุทยานฯ ได้สั่งปิดอ่าวมาหยาต่อไปอีก 2 ปี จนถึงกลางปี 2564 ตามข้อเสนอของ ดร.ธรณ์ ธำรงค์นาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ เพื่อขยายเวลาให้ระบบนิเวศได้รับการฟื้นฟู รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ได้จัดระเบียบการดูแลท่องเที่ยวและวางมาตรการลดผลกระทบ

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
เกาะตาชัย
เกาะน้องใหม่ที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา เพิ่งเปิดตัวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเมื่อปี 2556 หลังจากเปิดตัวไม่นาน เกาะตาชัยก็ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่มีชายหาดสีขาวทอดตัวเป็นแนวยาวกว่า 700 เมตร บวกกับน้ำทะเลสีฟ้าสดของทะเลอันดามัน ทำให้เกาะนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเวลาอันสั้น
กรมอุทยานฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่กำหนดเปิดเกาะรับนักท่องเที่ยวระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคมเท่านั้นในแต่ละปี และกำหนดให้มีนักท่องเที่ยวขึ้นมาบนเกาะได้วันละไม่เกิน 200 คน แต่ความนิยมทำให้บริษัททัวร์มาลงและนักท่องเที่ยวต่างก็อยากจะมาสัมผัสกับความสวยงามนี้ด้วยตัวเอง ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเกินปริมาณที่กำหนดไปหลายร้อย บวกกับจำนวนเรือที่เข้ามา ทำให้ธรรมชาติและระบบนิเวศได้รับผลกระทบโดยตรง

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
นอกจากนี้ยังมีปัญหาซ้ำรอยแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอื่นๆ คือ ปริมาณขยะเพิ่มขึ้น ปะการังถูกทำลาย สัตว์น้ำและสัตว์ที่อาศัยบนเกาะได้รับผลกระทบ ทำให้กรมอุทยานฯ ออกคำสั่งปิดเกาะในปี 2559 เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟูตัวเอง โดยช่วงแรกได้มีการแจ้งว่าจะเปิดเกาะรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งเมื่อธรรมชาติฟื้นตัวเต็มที่และผู้ประกอบการพร้อมทำตามกติกาที่กรมอุทยานฯ กำหนดอย่างเคร่งคัด แต่ถึงขณะนี้ ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ก็ยังไม่มีกำหนดที่จะเปิดเกาะให้นักท่องเที่ยวเข้ามา
หลังจากประกาศปิดเกาะตาชัยใหม่ ๆ ดร.ธรณ์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความแนะนำว่าเกาะตาชัย "ควรปิดเป็นการถาวรไปเลย" เพราะเกาะแห่งนี้ไม่ควรเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตั้งแต่แรก และควรรักษาให้เป็นสมบัติของชาติเพราะมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ หรือเปิดสำหรับกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติเท่านั้น เช่น ค่ายเยาวชนเพื่อการอนุรักษ์ และการดูงานหรือศึกษาวิจัยใด ๆ ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอุทยานฯ เท่านั้น

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทยกำลังถูกทำลายไปเรื่อย ๆ จากความมักง่ายของนักท่องเที่ยว และความเห็นแก่ตัวของผู้ประกอบการบางส่วน ถึงแม้ว่าการปิดสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้จะทำให้สูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวไปบ้าง แต่หลายฝ่ายก็เห็นตรงกันว่าการฟื้นตัวของธรรมชาตินั้นสำคัญกว่าเพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นไปได้อย่างยั่งยืน









