พรรคอนาคตใหม่: ชูชำระประวัติศาสตร์เดือนตุลา เยียวยาเหยื่อการเมืองเหลือง-แดง
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ให้สัมภาษณ์ บีบีซีไทย ที่สำนักงานใหญ่ในกรุงลอนดอน ในวันที่ 8 ต.ค. ขณะเยือนอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และเบลเยียม ว่า การมาเยือนครั้งนี้ เพื่อขยายวิสัยทัศน์ของพรรคให้คนไทยในต่างประเทศและชาวต่างประเทศได้รับฟัง
ในโอกาสที่มาเยือนประเทศต้นแบบประชาธิปไตย ในช่วงครบรอบเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย 2 เหตุการณ์ คือ ชัยชนะของประชาชนในการขับไล่ระบบเผด็จการของ จอมพลถนอม กิตติขจร เมื่อ 14 ต.ค. 2516 และ การล้อมปราบประชาชนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 6 ต.ค. 2519 บีบีซีไทย สอบถามเขาถึงความเห็นต่อสองเหตุการณ์นี้

ที่มาของภาพ, Getty Images
"ประวัติศาสตร์ส่วนที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยถูกลบไปจากหน้าหนังสือเรียน ถูกลบไปจากพิพิธภัณฑ์ ถูกลบไปจากความทรงจำของผู้คนในสังคม" นายธนาธร กล่าวถึง 2 เหตุการณ์เดือนตุลาคม และเสริมว่าการต่อสู้กับเผด็จการในทุกประเทศ คือ "การต่อสู้กับความพยายามทำให้ลืม"
"ต้องชำระประวัติศาสตร์ทำความจริงให้ปรากฏ ไม่ว่าจะเป็นในหนังสือเรียน หรือ ในพิพิธภัณฑ์ ต้องทำ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ประกาศ

ที่มาของภาพ, Getty Images
นายธนาธรยกเหตุการณ์ปะทะระหว่างกองกำลังของรัฐและผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 90 คนเมื่อ มี.ค.-พ.ค. 2553 ว่า คนไทยถูกทำให้ลืมเช่นกัน และรัฐไทยต้องให้การเยียวยา และคืนความเป็นธรรมให้ทุกฝ่าย
"การที่เราลืมเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้มันเกิดซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ทำให้ต้องมีคนตายเพราะต่อสู้เพื่อเรียกร้องเสรีภาพครั้งแล้วครั้งเล่า มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าจะทำให้สังคมไทยก้าวไปข้างหน้า ต้องเยียวยา วิธีเยียวยาที่ดีที่สุด คือ คืนความเป็นธรรมให้ทุกฝ่ายที่ถูกยัดเยียดความอยุติธรรม นั่นรวมถึงการทำความจริงให้ปรากฏ"
นับแต่เกิดวิกฤตการเมือง ตั้งแต่ปี 2548 ประเทศไทยผ่านการรัฐประหาร 2 ครั้ง การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล 7 ครั้ง และ การชุมนุมประท้วงน้อยใหญ่นับครั้งไม่ถ้วน ทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิตนับร้อย

ที่มาของภาพ, BBC Thai
รัฐบาลในอดีตพยายามสร้างความปรองดองมาแล้วหลายครั้ง รวมถึงการใช้อำนาจพิเศษตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2557 มาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2560 เพื่อจัดตั้ง "คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง" (ป.ย.ป.)" เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2560
แต่หากย้อนดูประวัติศาสตร์ความพยายามในการผลักดันสร้างความปรองดองที่ผ่านมาโดยเฉพาะในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา ก็พบว่า ยังไม่มีรัฐบาลชุดไหนเลยที่ประสบความสำเร็จ แม้พยายามนำหลากหลายรูปแบบมาสร้างความปรองดอง

ที่มาของภาพ, PONGSAK CHAIYANUWONG/ AFP/ Getty Images
ภายหลังเหตุสลายการชุมนุมช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. 2553 ที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้ตั้ง "คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)" โดยเชิญนายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด มาเป็นประธาน ภารกิจหลักของ คอป. นอกจากตรวจสอบรากเหง้าของสาเหตุความขัดแย้งรวมถึงเหตุการณ์รุนแรง ยังรวมถึงจัดทำข้อเสนอในการสร้างความปรองดองในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การทำงานของ คอป. ตลอดระยะเวลา 2 ปี (เดือนก.ค. 2553 - 2555) กลับไม่ได้รับการยอมรับจากบางฝ่ายที่มองว่าตั้งขึ้นมาเพื่อฟอกความผิดให้กับฝ่ายบริหารขณะนั้น โดยเฉพาะการสรุปข้อเท็จจริงเหตุสลายการชุมนุมที่มีการระบุถึง "ชายชุดดำ" ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ความรุนแรงหลาย ๆ เหตุการณ์ ทั้งนี้ คอป. ได้อ้างถึงข้อจำกัดในการเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เนื่องจาก คอป. จัดตั้งโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเท่านั้น จึงทำได้เพียงขอความร่วมมือ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้องไม่มากนัก
และเมื่อพรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้ให้แก่พรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2554 บทบาทของ คอป. ก็ยิ่งลดน้อยถอยลงกระทั่งไม่มีความสำคัญใด ๆ ก่อนจะพ้นวาระไป ทิ้งไว้เพียงรายงานฉบับสมบูรณ์ที่มีความหนาถึง 276 หน้าเท่านั้น

ที่มาของภาพ, Paula Bronstein/Getty Images
นายธนาธร มองว่า ข้อเสนอของกรรมการชุดของนายคณิตไม่ได้ถูกนำไปใช้ เพราะ "เกิดขึ้นมาจากรัฐบาลที่มาจากค่ายทหาร" ที่หมายถึง รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
"เราต้องเอา กรรมการชุดที่เป็นกลางจริง ๆ มาจากประชาชนมามีส่วนร่วมจริง ๆ หรือ เอาองค์กรที่เป็นสากลมาร่วมด้วยก็ได้ ทำเรื่องความยุติธรรมให้เกิดขึ้น เยียวยาบาดแผลทุกฝ่าย ยกเว้นแกนนำ ถ้าไม่ทำ ประเทศไทยจะเกิดประชาธิปไตยที่ยั่งยืนไม่ได้"

ที่มาของภาพ, Getty Images
จ้างงาน สร้างอุตสาหกรรมด้วยไฮเปอร์ลูป
ในระหว่างการสัมภาษณ์กับบีบีซีไทย นายธนาธรกล่าวถึงแนวคิดการนำระบบขนส่งความเร็วสูง "ไฮเปอร์ลูป" มาใช้ในประเทศไทย แทนการนำรถไฟความเร็วสูง เข้ามาใช้ในประเทศไทย
เขากล่าวว่า ทางพรรคอนาคตใหม่กำลังตั้งทีมศึกษาความเป็นไปได้ของ Hyperloop ไม่ว่าจะเป็น นักเศรษฐศาสตร์ นักอุตสาหกรรม นักวิชาการด้านคมนาคมมาศึกษา เราจะเริ่มตั้งทีมมาก่อน ต.ค. หวังว่า ต้น ก.พ. ผลการศึกษาจะออก แล้วเราจะเปิดให้สาธารณะใช้ผลการศึกษาฟรี
"เรามองไฮเปอร์ลูป ไม่เพียงเรื่องการคมนาคมที่สะดวกขึ้น เท่าเทียมกัน แต่เรามองที่การสร้างงาน สร้างอุตสาหกรรมใหม่ capacity ของรถไฟความเร็วสูง มีอยู่ทั่วโลกแล้ว ในญี่ปุ่น จีน ฝรั่งเศส อังกฤษ ถ้าไทยจะทำ เราต้องซื้อ คุณสร้างกำลังการผลิตใหม่ไม่ได้ แต่ถ้าคุณสร้างไฮเปอร์ลูปในไทย ยังไม่มีกำลังการผลิตในโลก เราจะสามารถสร้างกำลังการผลิตในไทย สร้างการจ้างงานในไทย ในอนาคตเราจะสามารถส่งออกไปประเทศอื่น ๆ ได้อีก"

ที่มาของภาพ, Tesla/Elon Musk
เมื่อเดือนที่แล้ว นายธนาธร เดินทางเยือนฐานทดสอบรถไฟไฮเปอร์ลูปของบริษัทเวอร์จิน ไฮเปอร์ลูป วัน ในลาสเวกัส สหรัฐฯ โดยได้พบกับนายร็อบ เฟอร์เบอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมของเวอร์จิน ไฮเปอร์ลูป วัน หารือถึงความเป็นไปได้ในการสร้างระบบรถไฟไฮเปอร์ลูปในไทย
เว็บไซต์วอยซ์ทีวีอ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายเฟอร์เบอร์ ว่าไฮเปอร์ลูปเป็นระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพที่สุดในโลก นอกจากจะเป็นระบบรถไฟวิ่งในอุโมงค์ที่ความเร็ว 1,000-1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เคลื่อนที่ในอุโมงค์สุญญากาศด้วยแรงขับแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้ไม่มีแรงเสียดทานจากล้อกับรางและจากลม ประหยัดพลังงาน คือใช้พลังงานเพียง 5% ของรถไฟแมกเลฟของจีน และ 15% ของรถไฟแมกเลฟของญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ชูกระจายอำนาจ แก้ปัญหาท้องถิ่น
นายธนาธรกล่าวว่า หลังประกาศตั้งพรรคการเมืองเขาเดินทางไปพบปะประชาชนแล้วใน 44 จังหวัด ทำให้ทราบวิถีชีวิต และสภาพความเป็นอยู่อย่างแท้จริง และทราบถึงปัญหาของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งเขาบอกว่า ต้องแก้ด้วย การกระจายอำนาจ
"ไม่มีนักการเมืองระดับชาติคนไหนรู้วิธีแก้ปัญหาท้องถิ่นทั้ง 77 จังหวัด... การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จะไม่แก้ปัญหาสถาปัตยกรรมของรัฐไทย... คนต่างจังหวัดไม่โง่ แต่เพราะทรัพยากรท้องถิ่นไม่ได้ถูกใช้เพื่อเสริมสร้างท้องถิ่น แต่ถูกใช้เพื่อเมืองใหญ่"

ที่มาของภาพ, Reuters
ค่าแรงต้องขึ้นตามเงินเฟ้อ
นายธนาธรกล่าวว่าอัตราแรงงานขั้นต่ำในปัจจุบันที่ 330 บาทต่อวัน ไม่เพียงพอที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงาน "สร้างครอบครัวที่มีคุณภาพได้"
"ทุกวันนี้ทำงานทั้งชีวิตด้วยค่าแรงขั้นต่ำ 40 ปี ตั้งแต่อายุ 20-60 ปี ไม่สามารถมีบ้านสักหลังได้ ไม่สามารถส่งลูกเรียนโรงเรียนดี ๆ ได้"
เขากล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่กำลังอยู่ในกระบวนการจัดทำนโยบายลดความเหลือมล้ำในสังคม สร้างเครือข่ายสวัสดิการที่รองรับความเป็นอยู่ที่ดีของคนได้ เพิ่มค่าแรงก็ไม่ต้องเพิ่มก้าวกระโดดได้ เพียงขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ
"ถ้าไม่มีสวัสดิการเลยนะ ค่าแรงที่จะทำให้คนอยู่ได้ในสังคม สร้างครอบครัวที่มีคุณภาพได้ ไม่ต้องแยกกันอยู่ สามารถส่งลูกเรียนได้ มีกำลังผ่อนบ้าน ค่าแรงพวกนี้ ต้องอยู่ที่ 800-900 บาท"










