เปิดตัว 2 สตรีเบื้องหลัง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
คณะผู้ร่วมก่อตั้งพรรค สมาชิก รวมถึง "เพื่อนธนาธร" เข้าขอบคุณ สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท ที่อนุญาตให้บุตรชายลงเล่นการเมือง เธอยอมรับว่าทั้ง "เป็นห่วง" และ "เป็นทุกข์" กับการตัดสินใจของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แต่สุดท้ายก็ปล่อยให้เขาเดินตามทาง
"เราห้าม เขาก็ไม่ฟัง อายุ 40 ปีแล้วนี่ พอเขาจะเดินตรงนี้ เราไปห้าม มันปีนรั้วแน่ ดังนั้นก็เลยเปิดประตูให้เดินเลย" สมพรหัวเราะเล็ก ๆ ขณะพูดคุยกับบรรดาผู้สนับสนุนธนาธร
นี่น่าจะเป็นครั้งแรก ๆ ที่ "มหาเศรษฐินี" วัย 67 ปี ผู้รั้งอันดับ 28 ในทำเนียบมหาเศรษฐีปีล่าสุดตามการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ ยอมปรากฏตัวใน "วาระการเมือง"
การตัดสินใจหันหลังให้อาณาจักรไทยซัมมิท แล้วกระโจนลงสู่สมรภูมิการเมืองของธนาธร ทำให้สมพรทั้ง "ตกใจ" และ "ต่อต้าน" เมื่อได้ทราบข่าว ด้วยเพราะธนาธร-ซึ่งแปลว่า "ผู้รักษาทรัพย์สมบัติ" คือหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของครอบครัวกว่า 17 ปีที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
สมพรเล่านาทีล้มโปรแกรมทัวร์-เรียกประชุม กก.ครอบครัว
ธนาธรใช้เวลานับปีในการคิด-ใคร่ครวญเรื่องการจัดตั้งพรรคร่วมกับ "มหามิตร" อย่าง ปิยบุตร แสงกนกกุล และเพื่อนอีกคน ก่อนที่กระแสข่าวจะหลุดรอดถึงหูมารดาในช่วงต้นเดือน มี.ค. ซึ่งทำให้เธอร้อนใจยิ่ง ถึงขนาดล้มโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นร่วมกับเพื่อน 12 คน เพื่อเดินทางกลับเมืองไทยเร็วขึ้น
"ตอนอยู่นั่น เพื่อนฉันอ่านข่าวแล้วก็โวยวาย ๆ แต่ไม่ให้เราดูนะ ถามไปถามมาก็บอกว่าลูกเธอจะลงการเมืองแล้วนะ จะตั้งพรรค คราวนี้ฉันไม่เป็นอันเที่ยวแล้ว ก็กลับมาล่วงหน้าหนึ่งวัน มันรู้สึกร้อนใจ เป็นห่วง บอกตรง ๆ ไม่อยากให้ลูกเป็น" สมพรเล่าย้อนความรู้สึก
สิ่งที่ผู้นำสูงสุดของบ้าน "จึงรุ่งเรืองกิจ" ทำคือการเรียกประชุม "คณะกรรมการครอบครัว" เมื่อลูกทั้งห้าคน - ชนาพรรณ, ธนาธร, รุจิรพรรณ, สกุลธร, บดินทร์ธร -เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง คำถามแรกถูกยิงตรงใส่ธนาธรทันที "ระหว่างไทยซัมมิทกับประเทศไทย เธอจะเลือกอะไร" ทว่าคำตอบที่ได้กลับ "ไม่ได้ดั่งใจแม่"

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
"เขาตอบมาอย่างกล้าหาญเลยนะว่าประเทศไทย เราก็พูดไม่ออก วันนั้นถ้าตีมันได้ ตีไปแล้ว (หัวเราะ) เขาตอบอย่างนี้โดยที่ไม่เกรงใจเรา ไม่กังวลเลยว่าหม่าม้าจะฟีลลิ่ง (มีความรู้สึก) อย่างไร"
บทสนทนาว่าด้วยการตัดสินใจของธนาธรดำเนินไปอีกพักหนึ่ง ก่อนเกิด "คำถามวงแตก" เมื่อสมพรคนเดิมถามว่า "ถ้าเกิดวันไหน เธอเป็นใหญ่เป็นโตขึ้นมา ก็จะมีคนประเคนผู้หญิงมาให้ มีคนเอาทรัพย์สินมาให้ เธอจะรับไหม"
คำตอบจากลูกชายคือ "หม่าม้าถามอย่างนี้ดูถูกผม" ว่าแล้วธนาธรก็สะบัดก้นลุกจากที่ประชุมไปทันที
นาทีนั้นสมพรคิดว่าประโยคนี้ของลูก "เชื่อถือได้" และน่าจะหมดทางโน้มน้าวให้ตัดสินใจใหม่ ทว่าในใจก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้
"ครอบครัวเราทำธุรกิจ ก็กลัวว่าเกิดไปทำอะไรกระทบกับผู้หลักผู้ใหญ่หรือผู้มีอิทธิพล เราก็ตาย ถูกไหมคะ ก็เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยมาก เราไม่สนับสนุนน่ะ"

ที่มาของภาพ, HATAIKARN TREESUWAN/BBC THAI
ต่อมาระดับความกังวลใจของสมพรลดลง เมื่อ "ผู้ใหญ่" ที่เคารพหลายคนจากหลายแวดวงทั้งตำรวจ ทหาร อัยการ ปลอบว่าไม่ต้องห่วง เมื่อลูกมาขนาดนี้ถือว่าอยู่ในสายตาของประชาชนแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่ใครจะมาเล่นในทางไม่ถูกต้อง
แม้ "ไม่เห็นด้วย-ไม่ชอบ" กับการกระโจนลงสู่การเมืองของบุตรชาย แต่หัวอกคนเป็นแม่ย่อมไม่อยากให้ลูก "มีห่วง" เพราะจะทำการใดไม่สำเร็จ คืนวันที่ 14 มี.ค. เธอรุดไปหาเขาถึงบนห้องชั้นสอง นำส้มมงคลห้าผลที่ซุ่มเตรียมไว้แต่ช่วงเช้ามอบให้บุตรชาย พร้อมบอกว่า "หากขาดเหลืออะไรก็บอกมาม้านะ"
"คนจะทำการมงคล ถ้าเราไปทำให้เขาไม่สุขใจ มันก็จะไม่ฟีลกู๊ด (รู้สึกดี) มันจะนอนไม่หลับ เหมือนกับเราไปทำลายเขาไหม ก็เลยต้องหาวิธีแก้ด้วยธรรมเนียมของเรา การเอาส้มไปให้ก็เหมือนกับหม่าม้าให้ศีลให้พรเขา" สมพรเล่าย้อนถึงคืนก่อนวันแถลงเปิดตัวพรรรคอนาคตใหม่เมื่อ 15 มี.ค.
หวังแต่ไม่คิด ธนาธรนั่งนายกฯ แต่ขอให้เป็น "สี จิ้นผิง เมืองไทย"
73 วันผ่านไป ธนาธรก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคด้วย "มติเอกฉันท์" จากสมาชิกพรรค 473 เสียง ในการประชุมใหญ่สามัญพรรคอนาคตใหม่ ครั้งที่ 1 เมื่อ 27 พ.ค. เขาประกาศความพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างแถลงข่าวกับสื่อมวลชน
ตำแหน่งสูงสุดทางการเมืองที่นักการเมืองทุกคนใฝ่ฝัน แต่ยากจะไปถึง หญิงผู้ให้กำเนิดชีวิตของธนาธรก็อยากให้ลูกไปถึงจุดนั้น แต่ไม่กล้าหวัง

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
"ตำแหน่งตรงนี้ไม่ใช่ง่าย นอกจากคุณมีพลัง ตัวคุณต้องมีบารมี มีความสามารถ ดังนั้นถามว่าอยากหวังไปถึงตรงนั้นไหม อยากหวัง แต่ไม่คิดว่าจะต้องได้ เพราะเดี๋ยวเราจะเฟล (รู้สึกล้มเหลว)... ให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า วันนี้ใครถาม เราก็อยากให้ลูกเป็นนะ แต่ไม่กล้าหวัง ให้ทุกอย่างเป็นไปตามสัจธรรม หรือที่พระเจ้าอยากให้เป็น ในกรณีที่ไม่ได้ อย่างน้อยเขาก็ได้สร้างเครดิตให้ตัวเอง แต่ถ้าเกิดได้ ก็เป็นบุญของเขาและเป็นบุญให้กับประเทศไทยที่ได้เขามาช่วยสังคมไทย" มารดาของว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าว
ในวัยเยาว์.. สมพรสอนให้ลูกซื่อสัตย์ ห้ามขโมยของเพื่อนที่โรงเรียนกลับบ้าน
เมื่อเติบโตขึ้น.. เป็นผู้บริหารไทยซัมมิทกรุ๊ป สมพรยืนยันว่าค้าขายทำธุรกิจด้วยความโปร่งใส และเสียภาษีแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ที่มาของภาพ, Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรือง
ในอนาคต เธอจึงฝันจะเห็นธนาธรเป็น "เปาบุ้นจิ้นเมืองไทย" หรือไม่ก็ "สี จิ้นผิง เมืองไทย" กล่าวคือ ไม่โกง เข้ามาช่วยบ้านเมือง ไม่ใช่เข้ามากอบโกย
ทั้งนี้หลัง สี จิ้นผิง ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำจีนเมื่อปี 2012 เขาดำเนินนโยบายปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจังภายใต้นโยบาย "ปราบเสือและแมลงวันไปพร้อมกัน" ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่รัฐกว่า 1 ล้านคนถูกลงโทษ
ส่วนฉายา "ไพร่หมื่นล้าน" ที่นักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยหยุดสนใจการเมืองได้รับ สมพรเห็นว่าต้องสลัดภาพลักษณ์ที่ติดตัวมาตั้งแต่สงครามสีเสื้อเหลือง-แดงให้จงได้
"วันนี้เรามีพรรคอนาคตใหม่ เราต้องพยายามให้พรรคลบล้างคำนี้ให้ได้ คนในสังคมกำลังต่อสู้เรื่องความยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และความเสมอภาค แล้วเรามายอมรับทำไมคำว่า 'ไพร่หมื่นล้าน' ต้องพยายามลบคำนี้" ประธานเครือไทยซัมมิท ซึ่งติดทำเนียบ "50 มหาเศรษฐีของไทย" ด้วยมูลค่าทรัพย์สินราว 4.11 หมื่นล้าน ระบุ

ที่มาของภาพ, ISARIN NOOMUANG
ส่วนการจัดทัพทางธุรกิจของไทยซัมมิท เพื่อรองรับการพ้นจากสถานะฝ่ายบริหารของธนาธรในเดือน มิ.ย. สมพรบอกว่าจะให้สกุลธร บุตรชายคนรองเข้ามารับช่วงต่อการบริหารตลาดต่างประเทศจากพี่ชาย ส่วนชนาพรรณ บุตรสาวคนโตผู้เป็นพี่สาวธนาธร ยังรับผิดชอบงานบริหารบุคคล จัดซื้อจัดจ้าง และการเจรจาเปิดโครงการใหม่ในต่างแดน และถ่ายโอนงานเดิมในมือสกุลธรให้น้องชายคนที่สามอย่างบดินทร์ธร
ภรรยาเผยมีทายาทใหม่ 5 เดือนแล้ว จ่อชื่อ "น้องฟิวเจอร์"
ขณะที่การจัดแจงภายในบ้าน ซึ่งกำลังจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มอีกหนึ่งคน บทหนักคงตกอยู่กับ รวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยาของธนาธร
"ตอนนี้มีน้องได้ห้าเดือนแล้วค่ะ น้อง ๆ ที่พรรคอนาคตใหม่ก็มาแซว บอกให้ชื่อ 'น้องฟิวเจอร์' ไหม" รวิพรรณเล่าพลางเอามือลูบครรภ์ของตนเอง

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
เวลากว่าสองเดือนที่สามีเดินหน้าทำงานการเมือง ความรู้สึกของเมียก็ไม่ต่างจากแม่ เพราะการตัดสินใจของธนาธรจะทำให้ทุกชีวิตในครอบครัวต้องพบกับ "ชีวิตใหม่"
"เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยเขา และกลัวว่าเขาจะเหนื่อยเพราะเป็นคนทำอะไรเต็มร้อย โดยเฉพาะงานการเมือง ซึ่งมีความปราถนามุ่งมั่นมาตั้งแต่เป็นนักศึกษา แต่ก็รู้ว่าห้ามยากน่ะค่ะ" เธอบอก
สิ่งที่คุณแม่ลูก 4 ทำคือการอธิบายกับลูก โดยเฉพาะคนโตวัยสิบปีว่าคุณพ่อกำลังทำอะไร นักการเมืองคืออะไร และตัวเด็กจะได้รับผลกระทบอย่างไร ซึ่งที่โรงเรียนก็มีสอนเรื่องประชาธิปไตย มีสภานักเรียนอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากในการทำความเข้าใจกับลูก ๆ
ส่วนบทบาท "หลังบ้านคนดัง" ที่เข้ามาช่วยบงการ-จัดการการเมืองแบบในยุคก่อนหน้า รวิพรรณเห็นว่าสามีจะทำการเมืองใหม่ ดังนั้นเธอจึงจำกัดตัวเองอยู่ที่บทบาท "แม่บ้าน"
"วิคงไม่เข้าไปยุ่งเรื่องการจัดการการเมือง แต่ถ้ามีประชุมก็อำนวยความสะดวกเรื่องอาหาร น้ำ เป็นแม่บ้านมากกว่า แต่เรื่องนโยบาย เท่าที่เราเข้าใจกัน วิจะยังไม่ได้เข้าไปยุ่ง" ภรรยาธนาธรกล่าว
นี่คือเสียงจากสองสตรีในบ้านที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของธนาธรในวัย 40 ปี








