เปิดใจ "วีระศักดิ์ โควสุรัตน์" รมว.ท่องเที่ยวผลัดสุดท้ายในรัฐบาล คสช.

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา

ที่มาของภาพ, Jiraporn Kuhakan/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา
    • Author, วัชชิรานนท์ ทองเทพ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ นักการเมืองผู้ช่วยงานรัฐบาลทหารหลังฉากมากว่า 3 ปี ก่อนออกมาเปิดหน้ารับตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นสมัยที่ 3 พร้อมกับภารกิจ "ผ่าตัดเด็กโปลิโอให้ยืนได้"

รัฐมนตรีวัย 52 ปี บอกกับบีบีซีไทย ว่าภารกิจหลักของเขาในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป คือการ 'ผ่าตัดใหญ่' กระทรวงอายุ 15 ปี แต่อยู่ในสภาพคล้าย 'คนป่วยโปลิโอ' หวังช่วยซ่อมสร้างแหล่งท่องเที่ยวที่รับบทหนักตลอด 6 ทศวรรษ

"เป็นเด็กโปลิโอมาแล้ว 15 ปี ถึงตอนนี้ต้องผ่าตัดให้เขาแข็งแรงให้ยืนได้ วันนี้ผมจึงต้องกลับมาทำเรื่องโครงสร้าง เพราะเหตุที่ยึดอำนาจ ก็เพราะเสียงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งไม่ใช่หรือ เราก็กำลังทำอยู่" อดีตสมาชิกคณะที่ปรึกษาของรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่ถูกรัฐประหารเมื่อปี 2534 กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

เพิ่มกำลังพลเกือบ 4 เท่า

หนึ่งในแผนงานของ รมว. ท่องเที่ยวฯ คนนี้ คือเพิ่มอัตรากำลังในกระทรวงจาก 120 คน ในปัจจุบัน เป็น 400 คน หรือ กว่า 3 เท่า เข้ามาดูแลงานด้านพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าสำคัญต่อเศรษฐกิจ เพราะว่า "นี่คือ 20% ของจีดีพี"

ปัจจุบันรายได้จากการท่องเที่ยวคิดเป็นสัดส่วนกว่า 20% ของจีดีพี ผลักดันโดยกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ปัจจุบันรายได้จากการท่องเที่ยวคิดเป็นสัดส่วนกว่า 20% ของจีดีพี ผลักดันโดยกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน

ช่องทางหนึ่งของการเพิ่มอัตรากำลังคนในกระทรวงนี้ คือการดึงผู้เชี่ยวชาญทางด้านสายเศรษฐกิจและกฎหมายมาร่วมทีม โดยวีระศักดิ์ได้เสนอให้โยกย้ายกำลังคนมาสมทบอีก ราว 80 อัตรา จากสองหน่วยงานที่ถูกยุบเลิกคำสั่งพิเศษของหัวหน้าคณะรัฐประหารไปแล้ว คือ สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

"แม่ที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร"

วีระศักดิ์ อดีตที่ปรึกษาคนสำคัญของ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย และ นายกรัฐมนตรี ย้อนอดีตอธิบายสาเหตุการเป็น "เด็กโปลิโอ" ของกระทรวงท่องเที่ยวฯ ว่า เกิดจาก "แม่ที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร" และ "ท้องในห้องคลอด" อีกด้วย

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2545 รัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้วางแผนการปฏิรูปราชการ ก่อตั้ง 5 กระทรวงใหม่ ผลคือสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ตามที่รัฐบาลเสนอ ทว่าเมื่อไปถึงชั้นวุฒิสภา บรรดาผู้ทรงเกียรติในสภาสูงยืนยัน "ถึงเวลาต้องมีกระทรวงกีฬา" เป็นผลให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถือกำเนิดตั้งแต่ปี 2545

เมื่อกิจการกีฬาถูกผนวกรวมกับกิจกรรมท่องเที่ยว แล้วจัดตั้งเป็นกระทรวงใหม่ ข้าราชการสังกัดกรมพลศึกษาจึงกลายเป็นกลไกหนึ่งของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ด้วย

ผ่านมา 15 ปี "ยังไม่มีอำนาจ"

แม้ว่าเวลาจะผ่านมาแล้วกว่า 15 ปี แต่นายวีระศักดิ์ บอกว่า กระทรวงนี้ยังไม่มีอำนาจในการสั่งการใด ๆ ในแง่กฎหมายต่อหน่วยงานที่เป็นเจ้าของสินค้าทางการท่องเที่ยว เพราะธุรกิจต่าง ๆ ด้านการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม แหล่งท่องเที่ยว สายการบิน การคมนาคมขนส่ง หรือบริษัทท่องเที่ยว ล้วนมีกฎหมายกำกับดูแลโดยกระทรวงอื่น ๆ อยู่แล้ว ดังนั้นภารกิจหลักด้านการท่องเที่ยวที่ผ่านมา จึงเน้นไปในแนวทางการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ด้วยการรับบทเป็น "นางกวัก" ซึ่งเป็นงานในด้านอุปสงค์ (demand side) โดยที่งานด้านโครงสร้างหรือซ่อมสร้างแหล่งท่องเที่ยวหรือฝั่งอุปทาน (supply side) ยังไม่เป็นรูปธรรมมากนัก

ที่ผ่านมา ททท. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รับบทเป็น "นางกวัก" ผ่านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ที่ผ่านมา ททท. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รับบทเป็น "นางกวัก" ผ่านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว

Third time lucky?

ในการรับตำแหน่งครั้งที่สามในยามที่การเมืองมีเสถียรภาพมากกว่าเมื่อคราวรับตำแหน่งสองครั้งในอดีต (ในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ก.พ.-ก.ย. 2551 และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก.ย.-ธ.ค. 2551) วีระศักดิ์ ประกาศ 3 กลยุทธ์หลักในการสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ยั่งยืน ได้แก่

  • การเปิดศูนย์แจ้งซ่อมแหล่งท่องเที่ยวและเปิดคลินิกด้านการท่องเที่ยว โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถส่งภาพหรือรายงานปัญหาของสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาทั้งระบบ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกลุ่มจิตอาสา
  • ด้านการมีส่วนรวมของภาคส่วนสังคมและธุรกิจ โดยมีแนวความคิดจะใช้เกณฑ์ Global Sustainable Tourism Council Index ซึ่งมีตัวชี้วัด 41 ประการ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals ของสหประชาชาติ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืน
  • การสร้างจุดนับพบระหว่างสถาบันการศึกษาที่ผลิตบุคลากรและผู้ประกอบการ เพื่อให้ความต้องการจ้างกับภาคผลิตแรงงาน

แม้ว่าสิ่งที่เขาทำในวันนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตหากมีการเลือกตั้ง เขาก็หวังว่า การวางรากฐานโครงสร้างไว้ผ่านฉันทมติของอุตสาหกรรม เพื่อเป็นเครื่องการันตีในอนาคต เมื่อมีผู้รับไม้คนถัดแล้วจะนำไปสานต่อ

3 ปี ทำงานอยู่เบื้องหลัง

วีระศักดิ์ ยอมรับว่า การได้รับเทียบเชิญมาเป็น รมว. การท่องเที่ยวฯ นี้ไม่ใช่ครั้งแรก เขาเคยได้รับโทรศัพท์เทียบเชิญแล้วครั้งแรกภายหลังการทำรัฐประหารเมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา แต่ในขณะนั้นยังติดปัญหาอยู่ที่ เขาเคยเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรคชาติไทยที่เคยถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี จึงตกคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ไม่อาจตอบรับตามคำเชิญได้

"ย้อนไปครั้งเมื่อเริ่มรัฐบาลนี้ ก็เริ่มมีโฟนคอลล์มาแล้วที่จะให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวฯ แต่ ณ เวลานั้น ด้วยเหตุผลทางการเมือง และรัฐธรรมนูญ"

แม้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองในขณะนั้น ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดผู้นี้ ยังคงมีบทบาทโลดแล่นในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ ได้รับเชิญไปเป็นเลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ตามมาด้วยการดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ประธานกรรมการคณะกรรมการบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และอธิการ วิทยาลัยการท่องเที่ยวและบริการของมหาวิทยาลัยรังสิต

เมื่อถามว่าผ่านมาแล้ว 3 ปีนับตั้งแต่โทรศัพท์เทียบเชิญจาก คสช.ครั้งแรกถือว่าเป็นการสูญเสียโอกาส หรือ "เสียของ" หรือไม่

นายวีระศักดิ์กล่าวแย้งทันควันว่า "ไม่เสียของครับ อย่าลืมไปว่า เราเพิ่งผ่านกีฬาสีมา และเพิ่งถึงจุดพีคสุดของมัน และคนตกใจหมดแล้ว การที่เข้ามาในวันนี้ของรัฐบาลชุดปัจจุบันมาในลักษณะไม่เป็นคู่ขัดแย้งของใคร มาเพื่อรักษาความสงบ ก็ทำให้กระบวนการส่งเสริมการท่องเที่ยวก็กลับมาดำเนินการได้เช่นเดิม และเห็นพ้องกับสิ่งที่ครม. ชุดก่อนๆ ทำมาแล้วถือว่าดีแล้ว"

"วีระศักดิ์" กับความย้อนแย้งใน "รัฐประหาร"

แม้เคยมีประสบการณ์ไม่ประทับใจกับคณะรัฐประหาร เมื่อคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ยึดอำนาจรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ในปี 2534 เขาต้องตัดสินใจเข้าอุปสมบทที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี ในเดือน ก.พ. 2534 ขณะที่ "น้าชาติ"ถูกควบคุมตัว เพราะหวัง "ได้อานิสงส์ไปช่วยท่านชาติชายและคณะ" การเข้ารับตำแหน่งในรัฐบาล คสช. จึงคล้ายเป็นเรื่องย้อนแย้ง

คำคมของวีระศักดิ์ โควสุรัตน์

"อันนั้นมันจบลงด้วยพฤษภาทมิฬนี่ แต่นี่มันไม่ใช่ ผมคิดว่าการยึดอำนาจเป็นวิธีการหนึ่งในการเข้าสู่อำนาจ การเลือกตั้งก็เป็นอีกวิธีการหนึ่ง สำหรับผมสนใจวิธีอยู่ในอำนาจและการลงจากอำนาจมากกว่า วิธีการเข้าสู่อำนาจไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรกับประชาชนเลย แต่การอยู่ในอำนาจแล้วผลักดันนโยบายสาธารณะต่างหาก คือสิ่งที่เป็นประโยชน์" วีระศักดิ์กล่าว

ส่วนเมื่อรัฐบาล คสช.พ้นจากอำนาจ โอกาสที่วาระปฏิรูปกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ที่ วีระศักดิ์ริเริ่มไว้ จะถูกสานต่อมี 2 แนวทาง ระหว่างนำทั้งหมดนี้ไปบรรจุลงแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี บังคับให้รัฐบาลชุดใหม่ต้องเดินตาม-ห้ามบิดพลิ้ว ซึ่งเขาเห็นว่า "เป็นวิธีที่ใช้อำนาจเป็นที่ตั้ง ทำให้ไม่ยั่งยืน" หรืออีกแนวทางคือการทำให้ประเด็นเหล่านี้เป็นวัฒนธรรมที่ทุกคนพร้อมยอมทำตามโดยดี