รัสเซีย ยูเครน : อินเดียจะลดการพึ่งพาด้านกลาโหมจากรัสเซียได้หรือไม่

A soldier cleans military vehicles during a Victory Day Parade night rehearsal on Tverskaya street on May 4, 2022 in Moscow, Russia

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นับตั้งแต่ปี 1992 ราว 2 ใน 3 ของอาวุธยุทโธปกรณ์อินเดียมาจากรัสเซีย
    • Author, ชรุติ เมนอน
    • Role, ทีมตรวจสอบความจริงของบีบีซี

สงครามรุกรานยูเครนของรัสเซียทำให้สายสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างอินเดียกับรัสเซียกำลังถูกจับจ้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ด้านการทหาร

นางนิรมาลา สิตารามัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินเดีย กล่าวในระหว่างการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเดือน เม.ย.ว่า อินเดียอยากเป็น "เพื่อนที่ดี" ของชาติตะวันตก

ขณะเดียวกันเธอระบุว่า อินเดียไม่อยากอ่อนแอ และจำเป็นต้องรักษาความมั่นคงของชาติเอาไว้ ซึ่งอาจสื่อเป็นนัยว่า การพึ่งพาอาวุธยุทโธปกรณ์จากรัสเซียที่มีมายาวนานนั้นจะดำเนินต่อไป

อินเดียพึ่งพาด้านอาวุธจากรัสเซียแค่ไหน

อินเดียเป็นหนึ่งในผู้ซื้ออาวุธรายใหญ่ที่สุดของโลก และมีความสัมพันธ์ด้านกลาโหมที่ใกล้ชิดกับอดีตสหภาพโซเวียตมายาวนาน

แม้สหภาพโซเวียตจะล่มสลายไปแล้วในช่วงทศวรรษที่ 1990 แต่การที่อินเดียเป็นคู่ปรปักษ์กับปากีสถาน และกำลังมีความขัดแย้งเพิ่มขึ้นกับจีน ก็ทำให้รัสเซียยังคงเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของรัฐบาลอินเดียต่อไป

INS Trishul, a Second Talwar Class Stealth warship built in Russia, inducted into the Indian Navy in 2003

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เรือไอเอ็นเอส ตรีศูล (INS Trishul) ที่ผลิตในรัสเซีย เข้าประจำการในกองทัพเรืออินเดียเมื่อปี 2003

ข้อมูลจากสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (Stockholm International Peace Research Institute หรือ SIPRI) ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 1992 ราว 2 ใน 3 ของอาวุธยุทโธปกรณ์อินเดียมาจากรัสเซีย

สติมสันเซ็นเตอร์ (Stimson Center) ศูนย์วิจัยในสหรัฐฯ ประเมินว่า อาวุธของรัสเซียอาจมีสัดส่วนถึง 85% ของยุทโธปกรณ์ที่อินเดียมีอยู่ทั้งหมด ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึง เครื่องบินรบ เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ เรือบรรทุกเครื่องบิน รถถัง และขีปนาวุธ

เพิ่มการซื้ออาวุธจากชาติอื่น

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อินเดียเริ่มลดการพึ่งพาด้านอาวุธจากรัสเซียลง และหันไปซื้อจากประเทศอื่นแทน โดยเฉพาะจากฝรั่งเศส รวมทั้งอิสราเอล สหรัฐฯ และซื้อจากสหราชอาณาจักรอีกเล็กน้อยด้วย

อินเดียนำเข้าอาวุธจากรัสเซียลดลง

ข้อมูลจาก SIPRI แสดงให้เห็นว่า อินเดียมีมูลค่าการซื้ออาวุธจากฝรั่งเศส สหรัฐฯ และอิสราเอล เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปี 2021 เมื่อเทียบกับปี 2017 อย่างไรก็ตาม รัสเซียยังคงเป็นผู้ขายอาวุธรายใหญ่ให้แก่อินเดียอยู่

อินเดียซื้อเครื่องบินขับไล่ราฟาล เครื่องบินรบมิราจ และเรือดำน้ำสกอร์เปนจากฝรั่งเศส โดยในช่วงการเยือนฝรั่งเศสครั้งล่าสุดของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ทั้งสองชาติได้ตกลงเพิ่มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยทางการทหาร

ในการเยือนอินเดียของนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน แห่งสหราชอาณาจักรเมื่อเดือน เม.ย.ทั้งสองฝ่ายก็ประกาศกระชับความสัมพันธ์ด้านการทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความร่วมมือเกี่ยวกับเทคโนโลยีเครื่องบินขับไล่ที่ทันสมัย

นอกจากนี้ อินเดียยังหันไปจับมือกับอิสราเอลในเรื่องความมั่นคงและเทคโนโลยีป้องกันประเทศที่ทันสมัยต่าง ๆ อาทิ :

  • อุปกรณ์โดรน
  • ระบบเตือนภัยทางอากาศ
  • ระบบป้องกันการโจมตีจากขีปนาวุธ
  • อาวุธนำวิถี

ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ทางด้านทหารระหว่างอินเดียกับสหรัฐฯ ก็แน่นแฟ้นขึ้น โดยมีมูลค่าการค้าอาวุธยุทโธปกรณ์ระหว่างกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2018-2019

อินเดียมีการซื้อยุทโธปกรณ์ครั้งใหญ่จากสหรัฐฯ อาทิ เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล เครื่องบินลำเลียง C-130 รวมถึงขีปนาวุธ และโดรน เมื่อเร็ว ๆ นี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุถึงเรื่องการกระชับความสัมพันธ์กับอินเดียในการป้องกันทางอวกาศ และความมั่นคงทางไซเบอร์

ทบทวนเรื่องการพึ่งพาอาวุธจากรัสเซีย ?

ความเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองระหว่างประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้อินเดียมีความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ เช่น ฝรั่งเศส สหรัฐฯ และอิสราเอล แน่นแฟ้นขึ้น

Anti-aircraft missile system S-400 on parade on Dvortsovaya (Palace) Square during the Victory Day ceremony in St. Petersburg on 9 May, 2016

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, อินเดียสั่งซื้อระบบขีปนาวุธที่ยิงจากภาคพื้นสู่อากาศ S-400 จากรัสเซียในปี 2018

แต่ถึงอย่างนั้น อินเดียยังไม่ยอมร่วมกับนานาชาติในการประณามการรุกรานยูเครนของรัสเซีย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอินเดียไม่ต้องการเลือกข้าง

ผู้เชี่ยวชาญด้านกลาโหมบางคนเชื่อว่า การที่รัสเซียถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ อาจทำให้อินเดียมีทางเลือกไม่มาก นอกจากลดระดับการพึ่งพารัฐบาลรัสเซียลง

นายซาเมียร์ ลัลวานี นักวิเคราะห์ด้านกลาโหมและความมั่นคงจากสติมสันเซ็นเตอร์ ระบุว่า สงครามในยูเครนอาจทำให้รัสเซียไม่สามารถส่งมอบอาวุธที่อินเดียสั่งซื้อไปได้ครบ เช่น ระบบขีปนาวุธที่ยิงจากภาคพื้นสู่อากาศ S-400 ซึ่งอินเดียสั่งซื้อไปในปี 2018 และรัสเซียได้ส่งมอบให้เพียงบางส่วนเท่านั้น

President Vladimir Putin with Prime Minister Narendra Modi during a visit to Delhi in 2018

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, อินเดียยังไม่ยอมร่วมกับนานาชาติในการประณามการรุกรานยูเครนของรัสเซีย

เขายังเชื่อว่า การที่รัสเซียสูญเสียอาวุธยุทโธปกรณ์ไปในการสู้รบที่ยูเครนก็อาจทำให้ไม่มีอาวุธเพียงพอจะขายให้แก่อินเดีย เพราะต้องเก็บเอาไว้ใช้ในกองทัพของตนเอง

อินเดียจะเลิกพึ่งพาอาวุธจากรัสเซียได้ไหม

ดูเหมือนจะยังเป็นไปไม่ได้ในขณะนี้

รายงานของรัฐสภาสหรัฐฯ ที่ออกมาเมื่อเดือน ต.ค.2021 ระบุว่า กองทัพอินเดียจะไม่สามารถปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพหากปราศจากยุทโธปกรณ์จากรัสเซีย และอินเดียจะยังต้องพึ่งพาระบบอาวุธของรัสเซียต่อไปในระยะใกล้และระยะกลาง

รายงานระบุว่า อาวุธที่รัสเซียเสนอขายให้แก่อินเดียนั้นมีราคาที่ดึงดูดใจ

นางสังคีตา ซาเซนา บรรณาธิการ Aviation and Defence Universe เว็บไซต์บริการข่าวสารด้านการบินและกลาโหม ที่มีสำนักงานในกรุงนิวเดลี ระบุว่า กองทัพอินเดียจะยังคงเดินหน้าซื้ออาวุธจากรัสเซียต่อไป

BrahMos supersonic cruise missile developed as a joint venture between India and Russia

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง BrahMos เป็นการร่วมทุนกันพัฒนาระหว่างอินเดียและรัสเซีย

เธอให้เหตุผลเรื่องนี้ว่า ไม่เพียงทหารอินเดียจะคุ้นเคยกับยุทโธปกรณ์ของรัสเซีย แต่ยังเป็นเพราะทั้งสองชาติมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันมายาวนาน

แต่ขณะเดียวกันเธอชี้ว่า อินเดียยังต้องการพัฒนาอุตสาหกรรมกลาโหมของตนเอง เพื่อผลิตอาวุธใช้เองในประเทศโดยมีความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระดับสูงกับประเทศต่าง ๆ

นางซาเซนา บอกว่า อินเดียจะซื้ออาวุธจากใครก็ตามที่ยื่นข้อเสนอที่เหมาะสมและดีที่สุดสำหรับตน ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นรัสเซีย หรือประเทศอื่น ๆ

Reality Check branding