รัสเซีย ยูเครน : รัสเซียประกาศห้ามเที่ยวบินจาก 36 ประเทศ หลังชาติตะวันตกตัดสัมพันธ์การบิน

ที่มาของภาพ, Reuters
รัสเซียประกาศห้ามเที่ยวบินจากสายการบินใน 36 ประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักร, เยอรมนี, สเปน, อิตาลี และแคนาดา หลังสหภาพยุโรปมีคำสั่งห้ามเกี่ยวกับเครื่องบินของรัสเซียเข้าน่านฟ้าของตัวเอง นอกจากนี้สวิตเซอร์แลนด์ได้ร่วมกับสหภาพยุโรปคว่ำบาตรรัสเซียด้วย ขณะที่การเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนได้เริ่มขึ้นแล้วในเบลารุส
รัสเซียได้ประกาศห้ามเที่ยวบินจากสายการบินต่าง ๆ ใน 36 ประเทศ เดินทางเข้ารัสเซีย รวมถึง สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, สเปน, อิตาลี และแคนาดา
เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากสหภาพยุโรป หรือ อียู ตัดสินใจ ห้าม "เครื่องบินที่รัสเซียเป็นเจ้าของ, จดทะเบียนในรัสเซีย หรือควบคุมโดยรัสเซีย" เข้าน่านฟ้าของตัวเอง
ก่อนหน้านี้ สหราชอาณาจักร ได้ห้ามเที่ยวบินของสายการบินแอโรฟลอตของรัสเซีย แล่นลงจอดในอังกฤษ ทำให้รัสเซียตอบโต้ด้วยการประกาศห้ามสายการบินของสหราชอาณาจักร
นอกจากนี้ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีความเป็นกลาง ระบุว่า จะคว่ำบาตรรัสเซียตามมาตรการของสหภาพยุโรป หรือ อียู โดยจะไม่มีการยกเว้น ขณะนี้มีบุคคลสำคัญ 5 คนของรัสเซียได้ถูกห้ามเข้าสวิตเซอร์แลนด์แล้ว และจะมีการอายัดบัญชีธนาคารของบุคคล 336 คนในบัญชีรายชื่อของอียู รวมถึงนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียด้วย
เชื่อว่า ธนาคารหลายแห่งของสวิตเซอร์แลนด์ถือครองเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในกองทุนต่าง ๆ ของรัสเซีย
สวิตเซอร์แลนด์ได้ปิดน่านฟ้าไม่ให้เครื่องบินรัสเซียเดินทางผ่าน ขณะที่สายการบินของสวิตเซอร์แลนด์ได้ยกเลิกเที่ยวบินที่เดินทางไปยังรัสเซีย
วันนี้ ประธานาธิบดีอิกนาซิโอ กัสซิส ของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุชัดเจนว่า การโจมตียูเครนเป็นการโจมตีเสรีภาพและประชาธิปไตย ซึ่งไม่อาจยอมรับได้ และการอยู่เฉย ๆ ไม่ใช่การเป็นกลาง

ที่มาของภาพ, EPA
เริ่มเจรจายุติสงคราม
ในวันที่ 5 ของการบุกเข้าไปในยูเครนของกองทัพรัสเซีย ตัวแทนจากทั้งสองประเทศได้เริ่มการเจรจาในเบลารุส เพื่อยุติสงครามแล้ว
ทำเนียบประธานาธิบดียูเครน ระบุว่า ต้องการให้มีการหยุดยิงในทันที และขอให้รัสเซียถอนกำลังออกไป ขณะที่นายวลาดิเมียร์ เมดินสกี ผู้เจรจาฝ่ายรัสเซียระบุว่า รัฐบาลรัสเซียต้องการบรรลุข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย
ก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้น ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้เรียกร้องให้ทหารรัสเซียวางอาวุธ และเรียกร้องให้สหภาพยุโรป หรือ อียู ให้สิทธิ์ในการเป็นสมาชิกอียูแก่ยูเครนในทันที
สำนักงานข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายชาร์ลส์ มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรป ได้ตอบเรื่องนี้ว่า "มีความเห็นและความอ่อนไหวที่แตกต่างกันหลายอย่างในอียูเกี่ยวกับการเพิ่มสมาชิก"
ด้านฝ่ายการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงของสหภาพยุโรป ได้ประชุมร่วมกับรัฐมนตรีกลาโหมของประเทศสมาชิก เพื่อหารือเกี่ยวกับความขัดแย้งในยูเครน
นายโฮเซป บอร์เรลล์ ฟอนเตเยส ผู้แทนระดับสูงจากฝ่ายการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงของอียู ได้โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ว่า ได้เรียกประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอียูวันนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน และความจำเป็นเร่งด่วนต่าง ๆ และการประสานความช่วยเหลือแก่ชาวยูเครน
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์
รัสเซียขึ้นดอกเบี้ย
รัสเซียได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยงจาก 9.5% เป็น 20% เพื่อลดผลกระทบจากการที่ค่าเงินรูเบิลอ่อนค่าลงอย่างมาก หลังจากที่สหราชอาณาจักร สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป นำธนาคารของรัสเซียออกจากตลาดการเงินในชาติตะวันตก
สหราชอาณาจักรยังได้ห้ามบุคคลใด ๆ ทำธุรกรรมกับธนาคารกลางของรัสเซีย กระทรวงการคลังและกองทุนความมั่งคั่งต่าง ๆ ของรัสเซียด้วย
สกุลเงินของรัสเซียอ่อนค่าลงทำสถิติต่ำสุดใหม่ หลังจากมีข่าวช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ธนาคารบางส่วนของรัสเซียจะถูกห้ามไม่ให้ใช้ระบบชำระเงินระหว่างประเทศสวิฟต์ โดยรัสเซียพึ่งพาระบบสวิฟต์อย่างมากในการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
วิลล์ วอล์กเกอร์-อาร์น็อตต์ ผู้จัดการการลงทุนอาวุโสของชาร์ลส์ สแตนลีย์ กล่าวกับรายการบีบีซี ทูเดย์ ของบีบีซีว่า "ดูเหมือนว่า รัสเซียกำลังจะกลายเป็นประเทศที่ไม่ได้รับการยอมรับทางเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อย ๆ โดดเดี่ยวจากระบบการเงินโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ"
ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น ยังทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
การที่สหภาพยุโรป สหรัฐฯ และชาติพันธมิตร ไม่ให้ธนาคารของรัสเซียหลายแห่งใช้ระบบสวิฟต์ จนถึงขณะนี้ถือเป็นมาตรการที่รุนแรงที่สุดที่มีการบังคับใช้กับรัฐบาลรัสเซียจากวิกฤตที่เกิดขึ้นในยูเครน
นอกจากนี้ ทรัพย์สินของธนาคารกลางรัสเซียจะถูกอายัดไว้ด้วย เป็นการจำกัดความสามารถในการเข้าถึงเงินทุนสำรองต่างประเทศของรัสเซีย

ที่มาของภาพ, Getty Images
ด้านทางการรัสเซียได้สั่งห้ามนิติบุคคลต่างชาติและบุคคลทั่วไปเทขายหลักทรัพย์ที่เป็นการลงทุนภายในประเทศรัสเซีย ส่วนธนาคารกลางรัสเซียนอกจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว ยังบังคับให้บริษัทต่าง ๆ ขายเงินตราต่างประเทศที่เป็นรายได้ออกไปถึง 80% เพื่อชะลอการอ่อนตัวของเงินรูเบิลที่มูลค่าดิ่งลงเรื่อย ๆ
อพยพคนไทยออกจากยูเครน
ด้านสถานทูตไทยในกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ได้ดำเนินการอพยพคนไทยในยูเครน โดยได้แจ้งความคืบหน้าล่าสุดเวลา 04.00 น. วันนี้ (28 ก.พ.) ว่า เมื่อ 27 ก.พ. คนไทย 60 คนได้เดินทางจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน เมืองลวิฟ (Lviv) ไปถึงกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์แล้ว และอีก 39 คน ได้เดินทางจากเมืองโอเดซา (Odesa) ของยูเครนไปถึงกรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย หลังจากนี้รัฐบาลไทยจะจัดการให้คนไทยทั้ง 99 คนเดินทางโดยเครื่องบินพาณิชย์กลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ยังมีคนไทยทยอยเข้ามาพักที่ศูนย์ปฏิบัติการฯ เพิ่มเติมอีก 42 คน และมีคนไทยอีกประมาณ 10 คนที่กำลังเดินทางมายังเมืองลวิฟ โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ มีแผนจะนำคนไทยที่เข้าพักที่ศูนย์ปฏิบัติการฯ ทั้งหมดเดินทางเข้าประเทศโปแลนด์ในช่วงบ่ายวันนี้ (28 ก.พ.)
ส่วนคนไทยที่ยังติดค้างอยู่ตามเมืองต่าง ๆ ทางสถานทูตไทยระบุว่า คนไทยทั้งหมดยังปลอดภัย ไม่มีใครได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บ และจะมีการจัดยานพาหนะไปรับคนไทยเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยทันที
ผู้หญิงไทยที่ใช้ชื่อบัญชีเฟซบุ๊กว่า Pick Klangnonngew ซึ่งระบุว่า ได้รับการอพยพมาถึงสถานทูตไทยในกรุงวอร์ซออย่างปลอดภัย ได้โพสต์ข้อความในกลุ่มเฟซบุ๊ก "คนไทยในประเทศยูเครน - Thai people in Ukraine" ว่า "น้ำตาไหลและตกใจมากเมื่อมาเจอคนนับล้าน ในเมืองลวีฟ แย่งกันขึ้นรถบัสช่วยกันงัดประตูรถไฟ โห่ร้องโหยหวน น่าสงสารที่สุด หิมะก็ตกหนักมากตามเนื้อตัวขาวโพลน หนาวมือแข็งหัวใจเต้นใจจะขาด บีบหัวใจอย่างแรงเพราะได้ยินเสียงรถไซเรนดังขึ้นเป็นระยะ ผู้คนวิ่งลงอุโมงค์ใต้ดินเพราะเสียงสัญญานเตือนว่า จะเกิดภัย ส่วนเราก็วิ่งตาม ยอมทิ้งกระเป๋าเพื่อเอาตัวรอดให้ปลอดภัย ถ้ามีเหตุหนักคงไม่รอดสักคน เวลานั้นคิดเห็นหน้าลูกก่อนเลยคิดในใจต้องได้เห็นหน้าลูกก่อน สติไม่มีเลย ใครเห็นในทีวีก็ไม่น่ากลัวเท่าเห็นสิ่งที่เห็นต่อหน้าน่ากลัวยิ่งนัก"

ที่มาของภาพ, Ministry of Foreign Affairs/FACEBOOK
ในช่วงเช้ามืดของวันนี้ (28 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่นของยูเครน มีเสียงสัญญาณเตือนภัยการโจมตีทางอากาศดังขึ้นในหลายเมือง เช่นเมืองเชอร์คาซี (Cherkasy) คาร์คิฟ (Kharkiv) วินนิตเซีย (Vinnytsia) นีโปร (Dnipro) และภูมิภาคลูฮันสก์ (Luhansk) ส่วนที่กรุงเคียฟ นครหลวง ซึ่งเผชิญการสู้รบกับกองกำลังรัสเซียที่แทรกซึมเข้ามาอย่างหนักตลอดคืน ยังคงต้านทานเอาไว้ได้จนถึงเช้าวันใหม่
ที่เมืองเชอร์นีฮิฟ (Chernihiv) ทางตอนเหนือของประเทศ กองทัพรัสเซียได้ระดมยิงปืนใหญ่โจมตีตลอดคืน โดยมีการเล็งเป้าหมายไปยังสถานที่ของพลเรือน ซึ่งรวมถึงสถานรับเลี้ยงเด็กและอาคารที่อยู่อาศัยด้วย อย่างไรก็ตามมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บเพียงรายเดียว คาดว่าเนื่องจากประชาชนฟังคำเตือนของรัฐบาลและพากันไปยังสถานที่หลบภัยต่าง ๆ
กองทัพรัสเซียประกาศว่าสามารถยึดเมืองเบิร์ดแยนสก์ (Berdyansk) ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือแห่งหนึ่งในภาคใต้ของยูเครนได้สำเร็จ โดยนายกเทศมนตรีของเมืองบอกว่าตัวเขาและคณะกรรมการบริหารเมืองทั้งหมด ได้ออกจากอาคารที่ทำการแล้ว หลังกองกำลังรัสเซียเข้ายึดครอง
จนถึงขณะนี้กองทัพรัสเซียยังคงไม่เปิดเผยว่า ฝ่ายตนมีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด แม้เพิ่งจะออกมายอมรับว่ามีทหารรัสเซียเสียชีวิตในปฏิบัติการบุกยูเครนก็ตาม
ด้านหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงาน โดยอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ ผู้หนึ่งว่า เบลารุสได้ตระเตรียมจัดกองกำลังที่จะส่งเข้าไปช่วยรัสเซียรบในดินแดนยูเครนแล้ว ซึ่งปฏิบัติการข้ามพรมแดนของเบลารุสอาจเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดภายในวันนี้ (28 ก.พ.) แม้กำลังจะมีการเจรจาสันติภาพที่พรมแดนยูเครน-เบลารุสก็ตาม

ที่มาของภาพ, Belarus Foreign Ministry
หนังสือพิมพ์เคียฟอินดีเพนเดนต์ของยูเครนรายงานเช่นกันว่า เบลารุสอาจส่งกองกำลังทหารพรานเข้าร่วมรบกับรัสเซีย แม้ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ของเบลารุส ได้ให้คำมั่นกับผู้นำยูเครนเอาไว้ว่า จะไม่ส่งกองกำลังล่วงล้ำเขตแดนเข้ามาก็ตาม
เบลารุสขู่กลับมาครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ หากชาติตะวันตกวาง "นุก" ติดพรมแดน
ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ของเบลารุส ซึ่งได้รับสมยาว่า "เผด็จการคนสุดท้ายของยุโรป" กล่าวที่คูหาลงคะแนนเสียงในการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยบอกว่าเบลารุสจะกลับมาครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้ง หากชาติตะวันตกนำเอาอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงเหล่านี้ เข้ามาติดตั้งใกล้กับพรมแดนของตน

ที่มาของภาพ, TASS via Getty Images
"หากพวกคุณส่งอาวุธนิวเคลียร์ให้โปแลนด์หรือลิทัวเนีย หรือเอาเข้ามาประจำการตามแนวพรมแดนของเรา ผมจะบอกให้ประธานาธิบดีปูตินคืนอาวุธนิวเคลียร์ที่เราเคยส่งมอบให้กลับมา โดยไม่มีเงื่อนไข" นายลูกาเชนโกกล่าว
เมื่อช่วงปี 1994-1996 กลุ่มประเทศอดีตสหภาพโซเวียต ได้แก่เบลารุส ยูเครน และคาซักสถาน เห็นพ้องที่จะสละสิทธิในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และได้ส่งมอบหัวรบนิวเคลียร์ที่มีอยู่แก่รัสเซีย เพื่อแลกกับการรับประกันความปลอดภัยให้ประเทศของตน
แต่ในสถานการณ์ที่ชาติตะวันตกพยายามขัดขวางรัสเซียไม่ให้รุกรานยูเครนในตอนนี้ ดูเหมือนว่าหลักประกันความปลอดภัยดังกล่าวจะไม่มีอีกต่อไป
การลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญของเบลารุสในวันนี้ จึงเป็นการเปิดทางเพื่อเปลี่ยนสถานะของประเทศ จากชาติที่ไม่ครอบครองนิวเคลียร์ หวนคืนสู่การครอบครองและสะสมอาวุธนิวเคลียร์ได้อีกครั้ง

ที่มาของภาพ, TASS via Getty Images
การที่เบลารุสเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของรัสเซีย ทำให้หวั่นเกรงกันว่าสถานะใหม่ที่ครอบครองนิวเคลียร์ได้ อาจทำให้เบลารุสกลายเป็นฐานให้รัสเซียเข้ามาใช้อาวุธนิวเคลียร์จัดการกับยูเครน
การลงประชามติครั้งนี้ยังมีขึ้น เพื่อขยายเวลาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของนายลูกาเชนโกออกไปอีกจนถึงปี 2035 แม้ว่าเขาจะได้ครองอำนาจมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1994 ก็ตาม
คะแนนนิยมผู้นำยูเครนพุ่งสูงกว่า 90%
ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนชาวยูเครนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาชี้ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี มีคะแนนนิยมพุ่งขึ้นในระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับคะแนนนิยมในช่วงเดือนธันวาคมของปีก่อน
โพลสำรวจความคิดเห็นดังกล่าว ซึ่งจัดทำโดยองค์กร Rating Sociological ที่ได้รับความเชื่อถืออย่างกว้างขวาง ระบุว่าผลการหยั่งเสียงชาวยูเครน 2,000 คนจากทั่วประเทศ มีถึง 91% ให้การสนับสนุนนายเซเลนสกี ในขณะที่เพียง 6% ไม่ยอมรับในตัวผู้นำคนนี้ และอีก 3% ยังไม่ได้ตัดสินใจ

สำหรับประเด็นเรื่องโอกาสที่ยูเครนจะเอาชนะและขับไล่กองทัพรัสเซียออกไปได้สำเร็จหรือไม่นั้น ผลโพลชี้ว่าชาวยูเครนส่วนใหญ่ราว 70% มีความมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ ส่วนคะแนนนิยมและระดับความเชื่อมั่นในกองทัพยูเครนก็เพิ่มขึ้นมากด้วยเช่นกัน
ผู้นำยูเครนเผย "24 ชั่วโมงข้างหน้า สำคัญอย่างยิ่ง"
ประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครน กล่าวในการสนทนาทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักรว่า ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงข้างหน้านี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชะตากรรมของยูเครน ในขณะที่การสู้รบยังคงดำเนินต่อไปในสมรภูมิหลายแห่งทั่วประเทศ
โฆษกรัฐบาลอังกฤษเผยว่า ในระหว่างการสนทนาดังกล่าว นายจอห์นสันได้กล่าวยกย่องความเป็นผู้นำของนายเซเลนสกีที่มีความเข้มแข็งโดดเด่นเป็นอย่างมาก นับแต่เกิดการรุกรานจากรัสเซีย
นายจอห์นสันยังให้คำมั่นว่า จะทำทุกทางเพื่อให้ความช่วยเหลือในการป้องกันประเทศจากสหราชอาณาจักรและชาติพันธมิตรไปถึงมือยูเครน ทั้งสองยังเห็นพ้องกันว่าจะติดต่อหารือกันอย่างใกล้ชิดต่อไป
ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย "จนถึงตอนนี้ยังอยู่ในขั้นย่ำแย่"
โจนาธาน มาร์คัส ผู้สื่อข่าวด้านความมั่นคงและการทหารของบีบีซีมองว่า ปฏิบัติการทางทหารที่รัสเซียบุกโจมตียูเครนอย่างหนักอยู่ในขณะนี้ นับว่ามีความสำเร็จในระดับที่ค่อนข้างจำกัด นอกจากจะยังไม่สามารถยึดกรุงเคียฟ นครหลวงของยูเครนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักได้แล้ว การสู้รบเพื่อเข้ายึดเมืองคาร์คิฟที่ใหญ่เป็นอันดับสองเมื่อคืนที่ผ่านมา ก็ยังไม่สามารถเอาชนะแนวป้องกันของฝ่ายยูเครนได้

ที่มาของภาพ, Getty Images
ผู้สื่อข่าวบีบีซีวิเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าวว่า กองกำลังรัสเซียที่เมืองคาร์คิฟทำผิดพลาดซ้ำรอยเดิม โดยกองทหารที่บุกเข้าเมืองมีเพียงอาวุธเบาประจำกาย ส่วนอาวุธหนักนั้นมักประจำการไว้ในพื้นที่เล็ก ๆ ไม่กี่จุดที่นอกเมือง ทำให้ไม่อาจจะเอาชนะการต้านทานที่แข็งแกร่งของกองทัพยูเครนที่มีประชาชนเข้าช่วยเหลือด้วยได้
เหตุที่เป็นเช่นนี้อาจเนื่องมาจากผู้นำรัสเซียตัดสินใจเปิดฉากโจมตีอย่างกะทันหัน ทำให้ไม่มีเวลาเตรียมการจัดกระบวนทัพอย่างเพียงพอ โดยไม่ได้ระดมกำลังของกองทัพอากาศให้เหนือกว่าแนวป้องกันของยูเครนอย่างเด็ดขาด ทั้งขบวนยานยนต์หุ้มเกราะก็ขาดการติดต่อสื่อสารระหว่างกันที่มีประสิทธิภาพ ทำให้รถลำเลียงพลและเสบียงอาวุธถูกโจมตีได้ง่าย
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อทหารรัสเซียพบกับการต่อสู้ต้านทานจากชาวบ้านธรรมดาตามรายทาง พวกเขากลับยอมแพ้อย่างง่ายดาย โดยดูจะสับสนและไม่รู้จะทำอย่างไรกันแน่ในสถานการณ์เช่นนี้














