วันการศึกษาสากล : เปิดประสบการณ์เรียนมหาวิทยาลัยในวัยเกษียณ ของบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิตรุ่นลายคราม

    • Author, สาโรจน์ ปฐิราณา
    • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส

เมื่อนึกถึงมหาวิทยาลัย คุณคงจะนึกถึงภาพคนหนุ่มสาวที่เดินเข้าออกห้องเรียน จับกลุ่มพูดคุย และทำกิจกรรมต่าง ๆ ตาบแบบฉบับของวัยรุ่น

ส่วนคนสูงวัยที่พบเห็นอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยนั้น มักถูกทึกทักว่าเป็นอาจารย์ หรือเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย ไม่ใช่นักศึกษา

ทว่าเมื่ออายุขัยของคนในปัจจุบันเพิ่มขึ้นทั่วโลก ประชากรสูงวัยบางคนก็อาจเลือกที่จะใช้ช่วงชีวิตที่ยืนยาวขึ้นนี้ ในการศึกษาหาความรู้ในวัยเกษียณ

เนื่องในวันการศึกษาสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 24 ม.ค. ของทุกปี บีบีซีได้พูดคุยกับเหล่าบัณฑิตสูงวัยจากบราซิล ออสเตรเลีย แคนาดา และอินโดนีเซีย เพื่อค้นหามุมมองต่อเรื่องการศึกษาหาความรู้ในช่วงบั้นปลายชีวิตของพวกเขา

"เรายังช่วยให้สังคมดีขึ้นได้"

อันโตเนีย แลนด์กราฟ เป็นนักศึกษาวัย 70 ปีจากบราซิล

เธออาศัยอยู่ในรัฐมาตูโกรซู ทางภาคกลางของประเทศ และปัจจุบันกำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยรัฐมาตูโกรซู

เธอเล่าให้บีบีซีฟังถึงเส้นทางการศึกษาว่า "หลังจากปลดเกษียณจากงานที่ธนาคารแห่งบราซิล เมื่อ 10 ปีก่อน ฉันก็ไม่สามารถอยู่บ้านเฉย ๆ ได้"

"สามีของฉันเพาะพันธุ์วัวควายที่ฟาร์มของเขา และฉันก็อยากจะช่วยงาน แต่การได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทำให้สมองของฉันไม่ว่างเปล่า"

"ดังนั้น ตอนแรกฉันจึงเรียนด้านภูมิศาสตร์ และบัญชี" อันโตเนีย เล่า

แต่นั่นมันเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนนี้เธอได้เปลี่ยนมาเรียนด้านเกษตรศาสตร์

นักศึกษาวัย 70 ปีผู้นี้เล่าว่า ตอนที่เธอบอกเพื่อนฝูงว่าคิดจะกลับไปเรียนมหาวิทยาลัย พวกเขาต่างคิดว่าเธอเสียสติไปแล้ว

"เพื่อนบางคนพูดว่ามันเสียเวลา แต่ฉันกลับคิดว่าคนรุ่นฉันยังคงมีความสามารถ และช่วยทำให้สังคมโดยรวมดีขึ้นได้" เธออธิบาย

"ฉันเลยคิดว่ามันเป็นเรื่องดีที่จะเปิดกว้างทางความคิด มันไม่สายเกินไปที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ"

อย่างไรก็ตาม การกลับเข้าเรียนในวัยของเธอก็มีความท้าทายอยู่ไม่น้อย และไม่น่าแปลกใจว่าเธอคือคนอายุมากที่สุดในชั้นเรียน

"ฉันแก่กว่าบรรดาอาจารย์ของฉัน แถมยังมีเรื่องเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ และแอปพลิเคชันทั้งหลาย ตอนที่โควิดระบาด ฉันประสบความยากลำบากในการเรียนออนไลน์ บางครั้งแค่การล็อกอินเข้าใช้งานก็เป็นเรื่องยากแล้ว" อันโตเนีย เล่า

แต่หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีพวกนี้

"ฉันภูมิใจกับสิ่งที่ฉันทำอยู่ และการที่เพื่อนบางคนของฉันได้ตัดสินใจกลับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยด้วย ฉันหวังว่าจะมีคนทำแบบนี้กันมากขึ้น"

"การศึกษาทำให้คุณเด็กลง"

รูธ วิลสัน วัย 88 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านวรรณกรรมของนักเขียนนวนิยายชาวอังกฤษ เจน ออสติน เมื่อเดือน ก.พ. 2021 ที่มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

สำหรับเธอ "มันคือประสบการณ์ที่วิเศษ" แถมยังให้ผลพลอยได้อื่นอีกด้วย

"การศึกษาทำให้คุณเด็กลง" เธอบอก

"คุณได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้น และช่วยกระตุ้น และคุณได้ค้นพบว่าประสบการณ์ของคุณมีความเชื่อมโยงเป็นอย่างมากกับโลกในยุคปัจจุบัน สำหรับฉันมันทำให้ฉันรู้สึกอ่อนเยาว์ขึ้น 20 ปี"

อดีตครูสอนวิชาภาษาอังกฤษผู้นี้เคยทำงานกับเด็ก ๆ มานาน และได้เห็นว่า เมื่อเด็ก ๆ ได้ซักถามหรือรู้จักผู้คนที่พวกเขาอยากเรียนรู้บางอย่างจากคนนั้น เด็กก็จะรู้สึกมีความเชื่อมโยง และมองชีวิตจากมุมมองอื่น

นี่คือประสบการณ์เดียวกัน ที่นำพาให้เธอคิดเรื่องการเรียนต่อ

รูธ มีลูก 4 คน และหลานอีก 5 คนที่ต่างอยู่ในวัยกลางคน รวมทั้งมีเหลนอีก 8 คน อายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 12 ปี

เธอเล่าว่า "ลูก ๆ ของฉันคอยให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี พวกเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องวิเศษที่ฉันจะกลับไปเรียนหนังสือ หนึ่งในลูกสาวของฉันก็จบปริญญาเอก เธอจึงคอยให้ความช่วยเหลือ และแนะแนวเรื่องระบบในมหาวิทยาลัย"

"ฉันยังมีหลานสาวที่จบปริญญาเอกด้วย เธอช่วยฉันเรื่องวิธีการวิจัย โดยใช้เครื่องมือประเมินทางอินเทอร์เน็ต"

"ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับฉัน เพราะครั้งล่าสุดที่ฉันเรียนหนังสือคือเมื่อปี 1979..." รูธเล่าถึงประสบการณ์เรียนในวัยเกษียณ

ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเรียน

ลูอีส คาเมนิตซ์ วัย 70 ปี อยากรู้ว่าทำไมคนชราจึงกลับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เธอจึงตัดสินใจทำแบบเดียวกัน

เมื่อต้นปี 2021 ลูอีส สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยยอร์ก ในแคนาดา โดยทำงานวิจัยด้านการศึกษาในหมู่นักเรียนสูงวัย

เธอศึกษาผู้หญิง 7 คน อายุระหว่าง 50-60 ปี และพบว่าหลายคน ตัดสินใจเรียนหนังสืออีกครั้ง เพราะมหาวิทยาลัยยกเว้นการเก็บค่าเล่าเรียนให้ผู้สูงอายุ

สำหรับลูอีสแล้ว ยังมีปัจจัยสำคัญอื่นที่ผลักดันให้เธอกลับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย

"ฉันเป็นคนแรกในครอบครัวที่ได้เรียนมหาวิทยาลัย ความคิดเรื่องที่คุณนำพาตัวเองเข้าไปในระบบการศึกษาเป็นสิ่งใหม่มากในตอนนั้น" เธอเล่าให้บีบีซีฟัง

ลูอีส เป็นลูกสาวของผู้อพยพที่หาเลี้ยงชีพจากการเป็นลูกจ้างโรงงาน พ่อแม่ของเธอไม่อยู่ในฐานะที่จะส่งเสียให้เธอได้เรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้ ทว่าโอกาสก็มาถึงเธอในช่วงหลังของชีวิต

หญิงสูงวัยคนหนึ่งที่ลูอีสสัมภาษณ์ในระหว่างการทำงานวิจัย ได้อธิบายถึงการตัดสินใจเรียนหนังสือตอนที่มีอายุมากแล้วว่า นี่คือเวลาของเธอ และเธอสามารถวางภาระหน้าที่นับล้านอย่างลงได้ เพื่อใช้เวลาทำสิ่งที่อยากจะทำเพื่อตัวเอง

ลูอีสรู้สึกว่า การเป็นผู้หญิงทำให้อะไร ๆ ยากขึ้นสำหรับเธอเช่นกัน

เธออธิบายถึงเรื่องนี้ว่า "เส้นทางชีวิตและอาชีพของผู้หญิงไม่ใช่เส้นตรงที่ราบเรียบ เพราะมีการตั้งครรภ์ การเลี้ยงดูลูก และภาระความรับผิดชอบในครอบครัว ฉันคิดว่าเมื่อฉันทำงานวิจัยเกี่ยวกับผู้หญิงคนอื่นที่เรียนปริญญาเอกในช่วงบั้นปลายชีวิต ฉันก็อาจได้คำตอบแบบเดียวกับฉัน นี่คือเหตุผลที่ฉันเลือกศึกษาเรื่องนี้"

ลูอีสบอกว่า จุดประสงค์ของงานวิจัยของเธอคือ การทำลายค่านิยมที่ผู้คนมักไม่กลับไปเรียนหนังสือเมื่อมีอายุมากแล้ว

"ถ้าเรายังสามารถเรียนได้ เราก็ไม่ควรหยุดเรียนรู้"

เมื่อ 2 ปีก่อน ลา โอเด มูฮัมหมัด ซิดิก วัย 87 ปี ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยมูฮัมมาดิยะห์แห่งบูตัน บนเกาะสุลาเวสี ในอินโดนีเซีย

มันคือฝันที่เป็นจริงสำหรับเขา และเขายังมีความปรารถนาที่จะศึกษาต่อไป

อดีตครูผู้นี้ฝันอยากเข้ามหาวิทยาลัยมาตลอด แต่การที่มีลูก 9 คนให้เลี้ยงดู เขาจึงต้องพักความใฝ่ฝันของตัวเองไว้ก่อน

แต่ในปี 2012 ลูกคนโตผลักดันให้เขากลับเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

"ผมป่วยอยู่ปีครึ่ง และเข้ารับการผ่าตัดต่อมลูกหมาก" ลา โอเด เล่าให้บีบีซีฟัง

แม้ร่างกายอ่อนแอ แต่เขาก็ไม่เคยล้มเลิกความฝันในการเรียน และได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว

ลาลา หนึ่งในหลานสาวที่ไปร่วมงานรับปริญญาของเขาให้สัมภาษณ์กับสื่ออินโดนีเซียว่า ปู่ของเธอไม่เคยบ่นเรื่องเรียนสักครั้ง

เธอเล่าว่า "ปู่ไปเข้าเรียนตลอด แม้บางครั้งท่านจะป่วย แต่ท่านก็พยายามไปเรียนเสมอ"

หลังจากใช้เวลาเรียนมา 7 ปี ในที่สุด ลา โอเด ก็สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยได้รับความช่วยเหลือจากอดีตลูกศิษย์ของเขา ที่กลายมาเป็นอาจารย์และช่วยเขาเรื่องวิทยานิพนธ์

"ผมปลื้มใจกับพวกเขา [ลูกศิษย์] มาก ผมเคยสอนให้พวกเขาเป็นคนดี และตอนนี้คำสอนนั้นก็กลับคืนมาสู่ผม" ลา โอเด กล่าว

เขาบอกว่า "ตราบใดที่เรายังสามารถเรียนได้ เราก็ไม่ควรหยุดเรียนรู้ ถ้าผมมีเวลาและเงินทุน ผมก็ยังอยากจะเรียนในระดับปริญญาโท"

รายงานเพิ่มเติมโดย เฟอร์นานโด ดูอาร์เต และดารูล อมารี