วันการศึกษาสากล : เปิดประสบการณ์เรียนมหาวิทยาลัยในวัยเกษียณ ของบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิตรุ่นลายคราม

Dr Ruth Wilson, 88, with her husband Dr David Wilson (L) and Chancellor Dr Barry Catchlove who presented the graduation certificates

ที่มาของภาพ, University of Sydney

คำบรรยายภาพ, "ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับฉัน เพราะครั้งล่าสุดที่ฉันเรียนหนังสือคือเมื่อปี 1979..." - ดร. รูธ วิลสัน (คนกลาง)
    • Author, สาโรจน์ ปฐิราณา
    • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส

เมื่อนึกถึงมหาวิทยาลัย คุณคงจะนึกถึงภาพคนหนุ่มสาวที่เดินเข้าออกห้องเรียน จับกลุ่มพูดคุย และทำกิจกรรมต่าง ๆ ตาบแบบฉบับของวัยรุ่น

ส่วนคนสูงวัยที่พบเห็นอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยนั้น มักถูกทึกทักว่าเป็นอาจารย์ หรือเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย ไม่ใช่นักศึกษา

ทว่าเมื่ออายุขัยของคนในปัจจุบันเพิ่มขึ้นทั่วโลก ประชากรสูงวัยบางคนก็อาจเลือกที่จะใช้ช่วงชีวิตที่ยืนยาวขึ้นนี้ ในการศึกษาหาความรู้ในวัยเกษียณ

เนื่องในวันการศึกษาสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 24 ม.ค. ของทุกปี บีบีซีได้พูดคุยกับเหล่าบัณฑิตสูงวัยจากบราซิล ออสเตรเลีย แคนาดา และอินโดนีเซีย เพื่อค้นหามุมมองต่อเรื่องการศึกษาหาความรู้ในช่วงบั้นปลายชีวิตของพวกเขา

"เรายังช่วยให้สังคมดีขึ้นได้"

Antonia Landgraf at the university

ที่มาของภาพ, Antonia Landgraf

คำบรรยายภาพ, "หลังจากปลดเกษียณจากงานที่ธนาคารแห่งบราซิล เมื่อ 10 ปีก่อน ฉันก็ไม่สามารถอยู่บ้านเฉย ๆ ได้" อันโตเนีย เล่าถึงเส้นทางการศึกษาในวัยเกษียณ

อันโตเนีย แลนด์กราฟ เป็นนักศึกษาวัย 70 ปีจากบราซิล

เธออาศัยอยู่ในรัฐมาตูโกรซู ทางภาคกลางของประเทศ และปัจจุบันกำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยรัฐมาตูโกรซู

เธอเล่าให้บีบีซีฟังถึงเส้นทางการศึกษาว่า "หลังจากปลดเกษียณจากงานที่ธนาคารแห่งบราซิล เมื่อ 10 ปีก่อน ฉันก็ไม่สามารถอยู่บ้านเฉย ๆ ได้"

"สามีของฉันเพาะพันธุ์วัวควายที่ฟาร์มของเขา และฉันก็อยากจะช่วยงาน แต่การได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทำให้สมองของฉันไม่ว่างเปล่า"

"ดังนั้น ตอนแรกฉันจึงเรียนด้านภูมิศาสตร์ และบัญชี" อันโตเนีย เล่า

แต่นั่นมันเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนนี้เธอได้เปลี่ยนมาเรียนด้านเกษตรศาสตร์

Antonia Landgraf at the university

ที่มาของภาพ, Antonia Landgraf

คำบรรยายภาพ, เพื่อนฝูงต่างคิดว่าอันโตเนียเสียสติไปแล้ว ตอนที่เธอบอกว่าคิดจะกลับไปเรียนมหาวิทยาลัย

นักศึกษาวัย 70 ปีผู้นี้เล่าว่า ตอนที่เธอบอกเพื่อนฝูงว่าคิดจะกลับไปเรียนมหาวิทยาลัย พวกเขาต่างคิดว่าเธอเสียสติไปแล้ว

"เพื่อนบางคนพูดว่ามันเสียเวลา แต่ฉันกลับคิดว่าคนรุ่นฉันยังคงมีความสามารถ และช่วยทำให้สังคมโดยรวมดีขึ้นได้" เธออธิบาย

"ฉันเลยคิดว่ามันเป็นเรื่องดีที่จะเปิดกว้างทางความคิด มันไม่สายเกินไปที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ"

อย่างไรก็ตาม การกลับเข้าเรียนในวัยของเธอก็มีความท้าทายอยู่ไม่น้อย และไม่น่าแปลกใจว่าเธอคือคนอายุมากที่สุดในชั้นเรียน

"ฉันแก่กว่าบรรดาอาจารย์ของฉัน แถมยังมีเรื่องเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ และแอปพลิเคชันทั้งหลาย ตอนที่โควิดระบาด ฉันประสบความยากลำบากในการเรียนออนไลน์ บางครั้งแค่การล็อกอินเข้าใช้งานก็เป็นเรื่องยากแล้ว" อันโตเนีย เล่า

แต่หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีพวกนี้

"ฉันภูมิใจกับสิ่งที่ฉันทำอยู่ และการที่เพื่อนบางคนของฉันได้ตัดสินใจกลับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยด้วย ฉันหวังว่าจะมีคนทำแบบนี้กันมากขึ้น"

"การศึกษาทำให้คุณเด็กลง"

Dr Ruth Wilson with her granddaughter, Dr Jessica Genauer

ที่มาของภาพ, Dr Ruth Wilson

คำบรรยายภาพ, หนึ่งในลูกสาวของรูธจบปริญญาเอก รวมทั้ง ดร. เจสสิกา เกนาวเออร์ หลานสาวของเธอ

รูธ วิลสัน วัย 88 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านวรรณกรรมของนักเขียนนวนิยายชาวอังกฤษ เจน ออสติน เมื่อเดือน ก.พ. 2021 ที่มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

สำหรับเธอ "มันคือประสบการณ์ที่วิเศษ" แถมยังให้ผลพลอยได้อื่นอีกด้วย

"การศึกษาทำให้คุณเด็กลง" เธอบอก

"คุณได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้น และช่วยกระตุ้น และคุณได้ค้นพบว่าประสบการณ์ของคุณมีความเชื่อมโยงเป็นอย่างมากกับโลกในยุคปัจจุบัน สำหรับฉันมันทำให้ฉันรู้สึกอ่อนเยาว์ขึ้น 20 ปี"

อดีตครูสอนวิชาภาษาอังกฤษผู้นี้เคยทำงานกับเด็ก ๆ มานาน และได้เห็นว่า เมื่อเด็ก ๆ ได้ซักถามหรือรู้จักผู้คนที่พวกเขาอยากเรียนรู้บางอย่างจากคนนั้น เด็กก็จะรู้สึกมีความเชื่อมโยง และมองชีวิตจากมุมมองอื่น

นี่คือประสบการณ์เดียวกัน ที่นำพาให้เธอคิดเรื่องการเรียนต่อ

รูธ มีลูก 4 คน และหลานอีก 5 คนที่ต่างอยู่ในวัยกลางคน รวมทั้งมีเหลนอีก 8 คน อายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 12 ปี

เธอเล่าว่า "ลูก ๆ ของฉันคอยให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี พวกเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องวิเศษที่ฉันจะกลับไปเรียนหนังสือ หนึ่งในลูกสาวของฉันก็จบปริญญาเอก เธอจึงคอยให้ความช่วยเหลือ และแนะแนวเรื่องระบบในมหาวิทยาลัย"

"ฉันยังมีหลานสาวที่จบปริญญาเอกด้วย เธอช่วยฉันเรื่องวิธีการวิจัย โดยใช้เครื่องมือประเมินทางอินเทอร์เน็ต"

"ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับฉัน เพราะครั้งล่าสุดที่ฉันเรียนหนังสือคือเมื่อปี 1979..." รูธเล่าถึงประสบการณ์เรียนในวัยเกษียณ

ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเรียน

Lois Kamenitz, 70

ที่มาของภาพ, York University

คำบรรยายภาพ, ดร. ลูอีส คาเมนิตซ์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยยอร์ก เมื่อต้นปี 2021

ลูอีส คาเมนิตซ์ วัย 70 ปี อยากรู้ว่าทำไมคนชราจึงกลับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เธอจึงตัดสินใจทำแบบเดียวกัน

เมื่อต้นปี 2021 ลูอีส สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยยอร์ก ในแคนาดา โดยทำงานวิจัยด้านการศึกษาในหมู่นักเรียนสูงวัย

เธอศึกษาผู้หญิง 7 คน อายุระหว่าง 50-60 ปี และพบว่าหลายคน ตัดสินใจเรียนหนังสืออีกครั้ง เพราะมหาวิทยาลัยยกเว้นการเก็บค่าเล่าเรียนให้ผู้สูงอายุ

สำหรับลูอีสแล้ว ยังมีปัจจัยสำคัญอื่นที่ผลักดันให้เธอกลับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย

"ฉันเป็นคนแรกในครอบครัวที่ได้เรียนมหาวิทยาลัย ความคิดเรื่องที่คุณนำพาตัวเองเข้าไปในระบบการศึกษาเป็นสิ่งใหม่มากในตอนนั้น" เธอเล่าให้บีบีซีฟัง

Lois Kamenitz

ที่มาของภาพ, York University

คำบรรยายภาพ, ลูอีสทำงานวิจัยเกี่ยวกับผู้หญิงที่เรียนปริญญาเอกในช่วงบั้นปลายชีวิตแบบเดียวกับเธอ

ลูอีส เป็นลูกสาวของผู้อพยพที่หาเลี้ยงชีพจากการเป็นลูกจ้างโรงงาน พ่อแม่ของเธอไม่อยู่ในฐานะที่จะส่งเสียให้เธอได้เรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้ ทว่าโอกาสก็มาถึงเธอในช่วงหลังของชีวิต

หญิงสูงวัยคนหนึ่งที่ลูอีสสัมภาษณ์ในระหว่างการทำงานวิจัย ได้อธิบายถึงการตัดสินใจเรียนหนังสือตอนที่มีอายุมากแล้วว่า นี่คือเวลาของเธอ และเธอสามารถวางภาระหน้าที่นับล้านอย่างลงได้ เพื่อใช้เวลาทำสิ่งที่อยากจะทำเพื่อตัวเอง

ลูอีสรู้สึกว่า การเป็นผู้หญิงทำให้อะไร ๆ ยากขึ้นสำหรับเธอเช่นกัน

เธออธิบายถึงเรื่องนี้ว่า "เส้นทางชีวิตและอาชีพของผู้หญิงไม่ใช่เส้นตรงที่ราบเรียบ เพราะมีการตั้งครรภ์ การเลี้ยงดูลูก และภาระความรับผิดชอบในครอบครัว ฉันคิดว่าเมื่อฉันทำงานวิจัยเกี่ยวกับผู้หญิงคนอื่นที่เรียนปริญญาเอกในช่วงบั้นปลายชีวิต ฉันก็อาจได้คำตอบแบบเดียวกับฉัน นี่คือเหตุผลที่ฉันเลือกศึกษาเรื่องนี้"

ลูอีสบอกว่า จุดประสงค์ของงานวิจัยของเธอคือ การทำลายค่านิยมที่ผู้คนมักไม่กลับไปเรียนหนังสือเมื่อมีอายุมากแล้ว

"ถ้าเรายังสามารถเรียนได้ เราก็ไม่ควรหยุดเรียนรู้"

La Ode with his teacher and a granddaughter

ที่มาของภาพ, La Ode Muhammad Sidik

คำบรรยายภาพ, ลา โอเด สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยได้รับความช่วยเหลือจาก นาดีร์ ลา ดจามุดี (ซ้าย) อดีตลูกศิษย์ของเขา ที่กลายมาเป็นอาจารย์และช่วยเขาเรื่องวิทยานิพนธ์

เมื่อ 2 ปีก่อน ลา โอเด มูฮัมหมัด ซิดิก วัย 87 ปี ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยมูฮัมมาดิยะห์แห่งบูตัน บนเกาะสุลาเวสี ในอินโดนีเซีย

มันคือฝันที่เป็นจริงสำหรับเขา และเขายังมีความปรารถนาที่จะศึกษาต่อไป

อดีตครูผู้นี้ฝันอยากเข้ามหาวิทยาลัยมาตลอด แต่การที่มีลูก 9 คนให้เลี้ยงดู เขาจึงต้องพักความใฝ่ฝันของตัวเองไว้ก่อน

แต่ในปี 2012 ลูกคนโตผลักดันให้เขากลับเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

"ผมป่วยอยู่ปีครึ่ง และเข้ารับการผ่าตัดต่อมลูกหมาก" ลา โอเด เล่าให้บีบีซีฟัง

La Ode with family

ที่มาของภาพ, La Ode Muhammad Sidik

คำบรรยายภาพ, ลา โอเด บอกว่า "ตราบใดที่เรายังสามารถเรียนได้ เราก็ไม่ควรหยุดเรียนรู้..."

แม้ร่างกายอ่อนแอ แต่เขาก็ไม่เคยล้มเลิกความฝันในการเรียน และได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว

ลาลา หนึ่งในหลานสาวที่ไปร่วมงานรับปริญญาของเขาให้สัมภาษณ์กับสื่ออินโดนีเซียว่า ปู่ของเธอไม่เคยบ่นเรื่องเรียนสักครั้ง

เธอเล่าว่า "ปู่ไปเข้าเรียนตลอด แม้บางครั้งท่านจะป่วย แต่ท่านก็พยายามไปเรียนเสมอ"

หลังจากใช้เวลาเรียนมา 7 ปี ในที่สุด ลา โอเด ก็สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยได้รับความช่วยเหลือจากอดีตลูกศิษย์ของเขา ที่กลายมาเป็นอาจารย์และช่วยเขาเรื่องวิทยานิพนธ์

"ผมปลื้มใจกับพวกเขา [ลูกศิษย์] มาก ผมเคยสอนให้พวกเขาเป็นคนดี และตอนนี้คำสอนนั้นก็กลับคืนมาสู่ผม" ลา โอเด กล่าว

เขาบอกว่า "ตราบใดที่เรายังสามารถเรียนได้ เราก็ไม่ควรหยุดเรียนรู้ ถ้าผมมีเวลาและเงินทุน ผมก็ยังอยากจะเรียนในระดับปริญญาโท"

รายงานเพิ่มเติมโดย เฟอร์นานโด ดูอาร์เต และดารูล อมารี