“ถ่าง ผิง” กระแสใหม่ในจีน ตอกย้ำถึงแรงกดดันในวัฒนธรรมการทำงาน

ที่มาของภาพ, Sina Weibo
วัฒนธรรมการทำงานหนักแต่กลับไม่ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ทำให้คนรุ่นใหม่ในจีนรู้สึกอ่อนล้า จนถึงขั้นต้องออกมาสร้างกระแสเพื่อตอกย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตใหม่
กระแสใหม่ที่รู้จักกันว่า "ถ่าง ผิง" หรือ "นอนราบ" ได้ชื่อว่า เป็นยาถอนพิษจากแรงกดดันของสังคมในการหางานทำและต้องทำผลงานให้ดี แม้จะต้องมีชั่วโมงทำงานที่ต่อเนื่องยาวนาน
ปัจจุบันตลาดแรงงานจีนกำลังหดตัวลง และคนรุ่นใหม่มักจะต้องทำงานหนักมากขึ้น
เชื่อว่าคำว่า "ถ่าง ผิง" มีจุดเริ่มต้นจากโพสต์หนึ่งในสื่อโซเชียลมีเดียยอดนิยมของจีน
"นอนราบ คือการเคลื่อนไหวที่ฉลาดที่สุดของฉัน" ผู้ใช้งานคนหนึ่งเขียนในโพสต์ที่ถูกลบทิ้งไปแล้วใน เทียปะ (Tieba) ซึ่งเป็นฟอรั่มที่คนมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ ผู้ใช้งานคนดังกล่าวระบุเพิ่มเติมว่า "มีเพียงแค่การนอนราบลงเท่านั้น ที่จะทำให้มนุษย์กลายเป็นมาตรวัดสิ่งต่าง ๆ ได้"
หลังจากนั้นได้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างกว้างขวางทาง เวยป๋อ (หรือ เวยโป๋) โซเชียลมีเดียยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของจีน จากนั้นคำนี้ก็กลายเป็นศัพท์ยอดนิยมอย่างรวดเร็ว
คนจำนวนมากชื่นชมแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังคำว่า "ถ่าง ผิง" คือ การไม่ทำงานหนักเกินไป การให้ความสำคัญกับความสำเร็จที่พอทำให้เกิดขึ้นได้ และให้เวลาตัวเองในการผ่อนคลาย ในเวลาเดียวกันก็มีการล้อเลียนและเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางจิตวิญญาณ
"การส่งประวัติการทำงาน (เพื่อไปสมัครงาน) ไม่ต่างจากการงมเข็มในมหาสมุทร" เจ้าหน้าที่เทคนิคห้องปฏิบัติการคนหนึ่งที่ระบุชื่อแต่เพียงว่า หวัง กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี
"สังคมทำร้ายคุณและคุณก็เพียงแค่ต้องการชีวิตที่ผ่อนคลายมากขึ้น... "นอนราบ" ไม่ใช่การรอคอยความตาย ผม(ฉัน)ยังคงทำงาน เพียงแค่ไม่ตึงเครียดจนเกินไป" หวัง วัย 24 ปี กล่าว
เว็บไซต์ข่าว Sixth Tone รายงานว่า กลุ่ม "ถ่าง ผิง" ที่สร้างขึ้นใน โต้วป้าน (Douban) แพลตฟอร์มที่คล้ายกับ IMDb มีสมาชิก 6,000 คน
อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับโพสต์ที่เป็นต้นกำเนิดคำนี้ในเทียปะ กลุ่มในโต้วป้านก็ถูกลบทิ้งแล้วเช่นกัน นอกจากนี้ก็ยังมีการปิดกั้นการค้นหาแฮชแท็ก #TangPing ในเวยป๋อด้วย ดูเหมือนจะเป็นความพยายามในการป้องกันไม่ให้คนเห็นถึงกระแสใหม่ที่คนกำลังพูดถึงกันมาก

ความกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อคนรุ่นใหม่ในจีน
โดย แคร์รี อัลเลน นักวิเคราะห์สื่อจีน
มีกระแสใหม่หลายอย่างที่คล้ายคลึงกันนี้เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในปี 2016 ภาพนักแสดงจีนนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาในซิตคอมยุคทศวรรษ 1990 กลายเป็นภาพล้อเลียนยอดนิยม ปีต่อมา ชาวเน็ตรุ่นใหม่ในจีนพากันโพสต์ภาพ "ไข่ขี้เกียจ" ซึ่งเป็นตัวละครในการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อ กุเดทามะ
ในช่วงนั้น เว็บไซต์ข่าว Sixth Tone ตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่ทางเว็บไซต์เรียกว่า "วัฒนธรรมซ่าง" (ซ่าง แปลว่า ไว้อาลัย) หรืออาจแปลได้ว่า "วัฒนธรรมโลกาวินาศ" (doomsday culture) ในภาษาอังกฤษ เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้คนรุ่นใหม่ "มีจริยธรรมในการทำงานที่ลดลง, ขาดแรงจูงใจ, และมีลักษณะที่เฉื่อยชา"
แนวโน้มเช่นนั้นเกิดขึ้นในช่วงที่มีแรงกดดันต่อพลเมืองรุ่นใหม่ของจีนมากขึ้น ประชากรกลุ่มนี้เกิดในขณะที่จีนมีนโยบายลูกคนเดียว และได้รับการคาดหมายให้ทำงานยาวนานขึ้นกว่าคนรุ่นก่อน ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีจำนวนมากเป็น 2 เท่าของคนรุ่นใหม่ และกำลังอยู่ในวัยเกษียณอายุ
ประชากรคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันของจีน ยังเผชิญกับแรงกดดันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากการที่ต้องแสดงให้เห็นว่าพวกเขา "มีความรับผิดชอบต่อสังคม" ด้วยการปฏิบัติตามกฎใหม่ ๆ ที่ตั้งขึ้นภายใต้ระบบคะแนนความน่าเชื่อถือทางสังคม (social credit score) ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ คนกลุ่มนี้ยังถูกเรียกร้องให้แสดงความรักชาติด้วยการเลิกใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทต่างชาติจำนวนมากด้วย












