เอล ชาโป : ชีวิตที่ผกผันของภรรยาหลวงนักค้าโคเคนผู้จงรักภักดี

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
เอ็มมา โคโรเนล ไอสปูโร เคยมีชีวิตหรูหราในนครนิวยอร์ก เธอมีความเป็นอยู่อย่างสุขสบายจากการแต่งงานกับนายฮัวคิน กุซมาน ผู้เป็นที่รู้จักในนาม "เอล ชาโป" ราชายาเสพติดชาวเม็กซิกันหัวหน้าแก๊งซีนาโลอา
ทว่าหลังจากเขาถูกทางการสหรัฐฯ จับกุมและตัดสินจำคุกตลอดชีวิตได้เพียงไม่นาน เธอก็ถูกจับกุม และถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำในรัฐเวอร์จิเนีย
เกิดอะไรขึ้นกับราชินีแห่งอาณาจักรยาเสพติดของ "เอล ชาโป" ผู้นี้
ห้องขังเดี่ยวขนาดเล็กที่เรือนจำวิลเลียมทรูสเดล ในเมืองอเล็กซานเดรีย ช่างแตกต่างจากโลกที่โคโรเนลเคยอยู่อย่างลิบลับ
เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้า นายหญิงของแก๊งซีนาโลอาผู้นี้วางแผนจะเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองที่ตั้งชื่อตามสามีผู้เป็นที่รักว่า "เอล ชาโป กุซมาน" (ทั้งคู่ถูกยกให้เป็นผู้นำด้านแฟชั่นในเม็กซิโก และลูกสาวของเอล ชาโป ก็เข้าสู่แวดวงแฟชั่นด้วยการใช้ชื่อเสียงของพ่อเป็นใบเบิกทาง)
ตอนที่ทารา แมคเคลวีย์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีได้พูดคุยกับโคโรเนลในระหว่างการพิจารณาคดีสามีของเธอในนครนิวยอร์ก เมื่อปี 2019 สายตาสื่อมวลชนต่างจับจ้องไปที่หญิงสาวผู้นี้ที่ไปขึ้นศาลด้วยเครื่องแต่งกายหรูหรา ทั้งเครื่องประดับและนาฬิการาคาแพง
เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา โคโรเนล วัย 31 ปี ได้ถูกทางการสหรัฐฯ จับกุม และตั้งข้อหาที่เธอช่วยสามีคุมบังเหียนแก๊งค้ายาเสพติด "ซีนาโลอา" ในขณะที่เขาถูกจำคุกตลอดชีวิตอยู่ในเรือนจำที่มีการรักษาความปลอดภัยสูงสุดในรัฐโคโลราโด
เจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) ระบุว่า โคโรเนลสมรู้ร่วมคิดในการค้าโคเคน และช่วยสามีแหกคุกในเม็กซิโกเมื่อปี 2015

ที่มาของภาพ, Anadolu Agency via Getty Images
หากโคโรเนลถูกตัดสินว่ามีความผิดตามข้อกล่าวหาเหล่านี้จริง เธอก็อาจถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต
บรรดานักวิเคราะห์ที่ศึกษาเรื่องขบวนการค้ายาเสพติดต่างมองว่า โคโรเนลมีบุคลิกที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร เพราะเธอได้กรุยทางสร้างบทบาทให้ตัวเองได้มีอำนาจในโลกอาชญากรรมที่ผู้ชายเป็นใหญ่
ที่ผ่านมาหญิงสาวผู้นี้ไม่เพียงจะเป็นบุคคลดังและนักธุรกิจ แต่ยังเป็นคนควบคุมว่าใครจะสามารถเข้าถึงสามีของเธอได้บ้างในสมัยที่เขายังบริหารจัดการแก๊งค้ายาเสพติด
เซซิเลีย ฟาร์ฟัน-เมนเดซ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในเมืองซานดิเอโก บอกว่า โดยทั่วไป ภรรยาของพ่อค้ายาเสพติดมักถูกมองเป็นวัตถุทางเพศ และไม่มีบทบาทหน้าที่ใด ๆ ในขบวนการ แต่โคโรเนลนั้นต่างออกไปเพราะ "เธอแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงสามารถอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจได้"
แต่การมีอำนาจในขบวนการค้ายาเสพติดก็มาพร้อมกับความเสี่ยง
เดเร็ก มอลต์ซ อดีตเจ้าหน้าที่พิเศษด้านการปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐฯ ระบุว่า "เมื่อคุณอยู่ในธุรกิจนี้ คุณมักถูกจับหรือไม่ก็ถูกฆ่า"

ที่มาของภาพ, Reuters
ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับความภักดี
โคโรเนล ซึ่งถือทั้งสัญชาติอเมริกันและเม็กซิกัน ได้รู้จักกุซมานครั้งแรกตอนอายุ 17 ปี และแต่งงานกันหลังจากนั้นไม่นาน ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 2 คน ในช่วงที่สามีถูกพิจารณาคดี เธอไปเข้าร่วมฟังในศาลแทบทุกวัน
โรแมง เลอ กูร์ กรังด์เมซง นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงที่ทำงานในกรุงปารีส และศึกษาเรื่องขบวนการค้ายาเสพติดในเม็กซิโกเรียกโคโรเนล ว่า "ราชินีแห่งแก๊งซีนาโลอา" ซึ่งมีบุคลิกแบบที่พวกนักค้ายาเสพติดชอบกัน นั่นคือการทาปากด้วยลิปสติกสีแดง สวมเครื่องเพชร และนุ่งกางเกงรัดรูป
ขณะที่ กัวดาลูป กอร์เรอา-กาเบรรา จากมหาวิทยาลัยจอร์จเมสัน ในรัฐเวอร์จิเนีย ที่ศึกษาเรื่องการดำเนินธุรกิจของแก๊งซีนาโลอา ชี้ว่า โคโรเนล เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของผู้หญิงแบบที่พ่อค้ายาเสพติดหรืออาชญากรชอบ ซึ่งเรียกกันว่า "buchona" ที่มักชอบแต่งกายด้วยเสื้อผ้าราคาแพง ถือกระเป๋าหลุยส์ วิตตอง และให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ภายนอก และการทำศัลยกรรมความงาม ซึ่งหนึ่งในจุดเด่นของโคโรเนลก็คือส่วน "บั้นท้าย" ของเธอ

ที่มาของภาพ, Reuters
ทว่าภาพลักษณ์อันหรูหราสวยงามของโคโรเนลช่างแตกต่างจากความจริงอันน่าหวาดกลัวของแก๊งซีนาโลอา ซึ่งกุซมานใช้ความรุนแรงในการควบคุมธุรกิจค้ายาเสพติดของเขา แล้วนำเงินที่ได้มาบำเรอภรรยาและครอบครัวของเขา
เหยื่อของกุซมานมีทั้งที่เป็นศัตรูและคนใกล้ชิดของเขาเอง
ลูเซอโร กัวดาลูป ซานเชซ โลเปซ ภรรยาน้อยที่อยู่กับกุซมานมายาวนานถูกส่งขึ้นให้การปรักปรำสามี หลังจากถูกจับในข้อหายาเสพติดที่พรมแดนสหรัฐฯ - เม็กซิโก ในปี 2017
ในตอนนั้นเธอรับสารภาพผิด และได้รับแจ้งว่าจะต้องเผชิญโทษจำคุกถึง 10 ปี แต่แม่ลูกสองผู้นี้ตัดสินใจให้ความร่วมมือกับอัยการ เพื่อขอลดโทษ
ในระหว่างที่ซานเชซขึ้นให้การในการพิจารณาคดีของกุซมาน ถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่และการทำงานในขบวนการค้ายาเสพติดของเขา เธอก็มีท่าทีประหม่าและหวาดกลัว ในขณะที่อีกด้าน โคโรเนลเข้าร่วมฟังการไต่สวนด้วยเสื้อแจ็กเก็ตกำมะหยี่แบบที่สามีชอบใส่เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีที่เธอมีให้เขา และความรักที่มั่นคงของทั้งคู่ ขณะเดียวกันก็เพื่อแสดงการดูหมิ่นเหยียดหยามภรรยาน้อยของสามี โดยเป็นการประกาศความเป็นเจ้าของชายที่เธอรักยิ่งผู้นี้

ที่มาของภาพ, Alexandria Sheriff’s Office via Getty Images
อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังจากนั้น สถานการณ์ของหญิงทั้งสองก็กลับตาลปัตร โดยซานเชซได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระ ในขณะที่โคโรเนลถูกจับเข้าคุกโดยไม่มีสิทธิ์ขอประกันตัว
หลายคนมองโคโรเนลด้วยสายตาชิงชังในช่วงที่เธอแต่งตัวอวดรวยไปฟังการพิจารณาคดีของสามี และบางคนก็รู้สึกผิดหวังที่เธอยังคงภักดีต่อเขา
กรังด์เมซง นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงที่ทำงานในกรุงปารีส บอกว่า "เธอถูกมองเป็นคนโง่"
แต่ไม่ใช่สำหรับซานเชซ
ตอนที่ทนายความของเธอแจ้งว่า โคโรเนลถูกจับเข้าคุก เธอกลับไม่ได้แสดงท่าทีพึงพอใจ แต่กลับรู้สึกเศร้าที่ "แม่อีกคนจะต้องพลัดพรากจากลูก ๆ ของเธอ"










