ยาเสพติด: พ่อค้ายายักษ์ใหญ่ เช่น เอสโคบาร์ และ เอล ชาโป ใกล้สูญพันธุ์หรือยัง

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, เจอร์ราโด ลิสซาร์ดี
- Role, บีบีซีนิวส์
นายปาโบล เอสโคบาร์ และนายฮัวคิน "เอล ชาโป" กุซมาน มีความคล้ายคลึงกันในหลายแง่มุม
ทั้งคู่คือราชายาเสพติดจากประเทศแถบลาตินอเมริกาผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกจากความเหี้ยมโหด ความชาญฉลาด และความร่ำรวย
คนหนึ่งคืออาชญากรเจ้าของฉายา "ราชาแห่งโคเคน" อดีตหัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติด "เมเดยีน" ที่ทรงอิทธิพลในโคลอมเบีย ขณะที่อีกคนเป็นหัวหน้าแก๊งซีนาโลอา ขบวนการค้ายาเสพติดใหญ่ที่สุดในโลกจากเม็กซิโก
ทั้งคู่คืออาชญากรผู้ที่ทางการสหรัฐฯ ต้องการตัวมากที่สุด พวกเขาเคยสร้างตำนานการแหกคุกอันลือลั่นจนถูกหยิบไปเขียนเป็นหนังสือ ภาพยนตร์ และซีรีส์ที่ฉายทางโทรทัศน์มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งนับเป็นเรื่องน่าทึ่งหากจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า นายเอสโคบาร์ถูกตำรวจโคลอมเบียวิสามัญฆาตกรรมไปตั้งแต่ 25 ปีที่แล้ว
อีกเรื่องที่น่าทึ่งคือ การที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ทั้งนายเอสโคบาร์และนายกุซมาน อาจเป็นราชายาเสพติดผู้ยิ่งใหญ่รายสุดท้ายของโลก ซึ่งความตกต่ำนี้จะเห็นได้จากการพิจารณาคดีของนายกุซมานในสหรัฐฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่เขาอาจต้องเผชิญโทษจำคุกตลอดชีวิตโดยที่ไม่มีสิทธิ์ได้รับทัณฑ์บน

ที่มาของภาพ, Netflix
นายฆวน คาร์ลอส การ์ซอน ผู้ให้คำปรึกษาด้านการปฏิรูปนโยบายความมั่นคงและยาเสพติดชาวโคลอมเบีย แสดงทัศนะว่า นายเอสโคบาร์และนายกุซมาน คืออาชญากรประเภทที่กำลังจะสูญพันธุ์ไปจากโลกแห่งอาชญากรรมในยุคปัจจุบัน
เก็บเนื้อเก็บตัว
ผู้เชี่ยวชาญ อธิบายว่า บรรดาหัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติดในปัจจุบันมักเลือกที่จะทำธุรกิจแบบเงียบ ๆ ไม่เปิดตัวโฉ่งฉ่างแบบในอดีต ซึ่งเป็นผลมาจากการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และการเปลี่ยนแปลงของตลาด
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เป็นการยากที่จะจินตนาการได้ว่าบรรดาหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดในปัจจุบันจะต้องการเป็นที่รู้จักในสังคมมากเท่ากับนายเอสโคบาร์และนายกุซมาน

ที่มาของภาพ, Getty Images
เพราะแม้ชื่อเสียงจะทำให้ทั้งคู่กลายเป็นตำนานที่ผู้คนทั่วไปจดจำได้นั้น แต่ก็นำปัญหามาสู่พวกเขาด้วย
นายเอสโคบาร์ เคยผันตัวไปลงเล่นการเมือง และได้รับเลือกเป็น ส.ส.โคลอมเบียในปี 1982 แต่นั่นก็ทำให้สื่อมวลชนเข้าไปขุดคุ้ยตรวจสอบชีวิตส่วนตัวของเขาอย่างละเอียด
จุดสนใจ
หลังจากมีการเปิดโปงเรื่องการทำอาชีพผิดกฎหมายของนายเอสโคบาร์ เขาก็ถูกบีบให้ลาออกจากการเป็น ส.ส. จากนั้นเขาก็เปิดฉากทำสงครามกับทางการโคลอมเบีย โดยบงการให้ลอบสังหารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง
นายการ์ซอน อธิบายว่า ผู้ประกอบธุรกิจมืดในปัจจุบัน มักเลือกที่จะปิดบังโครงสร้างขององค์กรมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะสิ่งที่พวกเขาต้องการคือการรักษาธุรกิจผิดกฎหมายที่ทำอยู่ให้ดำเนินต่อไป และการเปิดเผยตัวตนจะเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจของพวกเขา
ในกรณีของนายกุซมานนั้น การมีชื่อเสียงทำให้เขาถูกจับกุมเมื่อเดือน ม.ค. 2016 หลังจากไปให้สัมภาษณ์กับนักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง ฌอน เพนน์

ที่มาของภาพ, Getty Images
ในระหว่างการพิจารณาคดีของเขาที่ศาลในนครนิวยอร์กเมื่อช่วงต้นปี ทีมทนายความของนายกุซมานยอมรับว่าลูกความของเขา "ชอบการมีชื่อเสียง"
พวกเขาเปรียบเทียบพฤติกรรมของนายกุซมานกับนายอิสมาเอล ซัมบาดา ซึ่งทางการสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเป็นหนึ่งในแกนนำแก๊งซีนาโลอา และเป็นบุคคลที่มักไม่ค่อยเปิดเผยตัวตน ทำให้เขาไม่เคยถูกจับกุมเลย
"โลกจับจ้องไปยังสิ่งมีชีวิตผู้เป็นตำนานที่ชื่อ ฮัวคิน "เอล ชาโป" กุซมาน โดยที่ไม่ให้ความสนใจกับซัมบาดาเลย" นายเจฟรีย์ ลิคแมน หนึ่งในทีมทนายความของนายกุซมาน กล่าว
กลายพันธุ์
เหล่าผู้เชี่ยวชาญยังเชื่อว่า ปัจจุบันบรรดาขบวนการค้ายาเสพติดในลาตินอเมริกากำลังเลิกใช้วิธีบริหารจัดการแบบรวบอำนาจไว้ที่ศูนย์กลาง และโครงสร้างที่สั่งการจากบนลงล่าง ซึ่งจะมี "นายใหญ่" เป็นผู้สั่งการหลัก
นอกจากนี้ยังเน้นให้เห็นถึงเทรนด์ใหม่ของ "การกระจายตัวออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ" ส่วนหนึ่งเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับจากทางการที่มีเทคโนโลยีด้านข่าวกรองที่ทันสมัยขึ้น

ที่มาของภาพ, AFP
จะเห็นได้จากการที่ทางการสหรัฐฯ ใช้ไฟล์แคชจากการดักฟังโทรศัพท์และการส่งข้อความจัดการธุรกิจมืดของนายกุซมาน มาเป็นหลักฐานสำคัญในการเอาผิดเขาในชั้นศาล
"ปัญหาสำคัญขององค์กรอาชญากรรมก็คือยิ่งรวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลางมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเสี่ยงมากขึ้นเท่านั้น" น.ส.แอนเจลิกา ดูแรน-มาร์ติเนซ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์กล่าว
อย่างไรก็ตาม การกระจายอำนาจออกไปสู่กลุ่มย่อย จะทำให้การควบคุมกระบวนการทางธุรกิจทั้งหมด ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการจำหน่ายแบบที่นายเอสโคบาร์และนายกุซมานเคยทำ เป็นไปได้ยากขึ้น
น.ส.ดูแรน-มาร์ติเนซ บอกว่า "บางทีแก๊งพวกนี้อาจกระจายกลุ่มออกไปในระดับภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งต่างจากการรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ที่มี หัวหน้าขบวนการแบบที่จะกลายไปเป็นตัวละครในซีรีส์เรื่องใหม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่มีผู้นำระดับท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง"

ที่มาของภาพ, AFP
นายสตีเวน ดัดลีย์ ผู้อำนวยการร่วมองค์กร Insight Crime ในสหรัฐฯ ที่ศึกษาเรื่องการดำเนินงานขององค์กรอาชญากรรมในภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน ได้เขียนบทความที่ชื่อ The end of the big cartels หรือ อวสานขบวนการค้ายารายใหญ่ ซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสาร Foreign Affairs เมื่อเดือนก่อน โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการมาถึงของยาเสพติดสังเคราะห์ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนในโครงสร้างของตลาดยาเสพติดโลก
"แก๊งค้ายาเม็กซิกันถูกสร้างขึ้นสำหรับการค้ายาเสพติดที่ได้จากพืช เช่น โคเคน และเฮโรอีน ซึ่งต้องผลิตเป็นจำนวนมาก...และจะให้ผลกำไรมากกว่า เมื่อลักลอบขนในปริมาณมาก ๆ และมักเหมาะกับกลุ่มอาชญากรรมขนาดใหญ่ที่รวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลาง และสามารถประสานงานกับเครือข่ายการผลิตและจัดจำหน่ายขนาดใหญ่ได้"
กลุ่มเพิ่มขึ้น 'นายใหญ่' น้อยลง
"ในทางกลับกันยาเสพติดสังเคราะห์สามารถผลิตได้ด้วยต้นทุนต่ำจากสารเคมีชนิดต่าง ๆ และมีฤทธิ์รุนแรงพอที่จะให้ผลกำไร แม้จะผลิตในปริมาณน้อย" นายดัดลีย์ กล่าว
เขายกตัวอย่าง ยาเฟนทานิล (Fentanyl) ยาบรรเทาปวดมีฤทธิ์แรงในกลุ่มโอปิออยด์ที่ผลิตในจีน ซึ่งถูกจัดให้เป็นยาเสพติดชนิดหนึ่งที่ผู้ค้ารายย่อยสามารถส่งไปขายยังสหรัฐฯ ได้ทางไปรษณีย์แบบธรรมดา
เหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้อาจช่วยอธิบายว่าเหตุใด หลังจากนายกุซมาน ถูกส่งตัวไปดำเนินคดีในสหรัฐฯ ทางการสหรัฐฯ กลับมีข้อมูลผู้เสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาดสูงเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่ในเม็กซิโกก็มีตัวเลขการฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดสูงเป็นประวัติการณ์เช่นกัน
ผู้สังเกตการณ์บางคนยังประเมินว่า อัตราการแข่งขันของผู้ค้ายาเสพติดจะดุเดือดยิ่งขึ้นด้วย
นายมัลคอม บีท ผู้เขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับนายฮัวคิน "เอล ชาโป" กุซมาน และความขัดแย้งในธุรกิจค้ายาในเม็กซิโก บอกว่า "การแข่งขันระหว่างหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดจะเพิ่มสูงขึ้น...ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเราจะได้เห็นกลุ่มที่ตั้งตนขึ้นมามากมายอย่างไม่เคยมีมาก่อน และจะมี 'นายใหญ่' น้อยลง "










