รัฐประหารเมียนมา: ยอดผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเพิ่มสูงขึ้น หลังตำรวจใช้กระสุนจริงสลายการประท้วง

ที่มาของภาพ, Reuters
การปราบปรามผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหารในเมียนมามีความรุนแรงเพิ่มขึ้นในวันนี้ (28 ก.พ.) โดยตำรวจได้ใช้กระสุนจริง กระสุนยาง และแก๊สน้ำตา
การประท้วงขนาดใหญ่ในหลายเมืองอย่าง นครย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และทวาย ดำเนินต่อไป แม้ว่าจะมีการปราบปรามของตำรวจเกิดขึ้น
รายงานจากหลายแห่งระบุว่า มีผู้เสียชีวิตหลายคน แต่ยังไม่สามารถยืนยันจำนวนที่แน่นอนได้
เมียนมาเผชิญกับการประท้วงมาตั้งแต่กองทัพได้โค่นล้มรัฐบาล และควบคุมตัวผู้นำระดับสูงของรัฐบาลไว้หลายคนรวมถึง นางออง ซาน ซู จี ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา
ภาพจากโซเชียลมีเดียในวันอาทิตย์ เผยให้เห็นผู้ประท้วงหลายคนกำลังวิ่งหนี ขณะที่ตำรวจกำลังพยายามบุกเข้าจับกุม มีการนำสิ่งกีดขวางมาปิดกั้นถนน และประชาชนหลายคนที่มีเลือดไหลอาบถูกนำตัวออกไปจากพื้นที่
การปราบปรามของตำรวจ ซึ่งเริ่มขึ้นอย่างจริงจังเมื่อวันเสาร์ (27 ก.พ.) ได้ขยายเวลาออกไป ขณะที่ผู้นำรัฐประหารพยายามที่ปราบปรามการทำอารยะขัดขืนอย่างสงบที่ไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง
เกิดอะไรขึ้น
มีการรายงานยอดผู้เสียชีวิตที่แตกต่างกันในหลายสื่อ เจ้าหน้าที่ทางการและเจ้าหน้าที่การแพทย์กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์ซึ่งอ้างแหล่งข่าวคล้ายคลึงกันระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 7 คน แต่ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขใด ก็ทำให้การประท้วงในวันอาทิตย์ (28 ก.พ.) เป็นวันที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารครั้งนี้
ส่วนตัวเลขที่ไม่ได้รับการตรวจสอบจากรายงานทางโซเชียลมีเดียหลายแหล่งสูงกว่านั้นมาก บางแห่งระบุว่า มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20 คน
ในนครย่างกุ้ง ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด ตำรวจได้ใช้กระสุนยางในการสลายการชุมนุม หลังจากการใช้ระเบิดแสงและแก๊สน้ำตาไม่ได้ผล ภาพทางโซเชียลมีเดียหลายภาพเผยให้เห็นรอยเลือดบนถนน ขณะที่ผู้ประท้วงช่วยกันพาคนออกไป
แพทย์คนหนึ่งกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ผู้ชายหนึ่งคนเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพราะได้รับบาดเจ็บจากกระสุนที่ยิงเข้าบริเวณหน้าอก
ผู้ประท้วงจำนวนมากยังคงไม่ยอมล่าถอย โดยผู้ประท้วงบางส่วนได้นำสิ่งกีดขวางมาขวางทางไว้
"ถ้าพวกเขากดดันเรา เราก็จะลุกฮือขึ้น ถ้าพวกเขาโจมตีเรา เราก็จะป้องกันตัวเอง เราจะไม่ยอมคุกเข่าให้กับบู๊ตทหาร" ผู้ประท้วงที่ชื่อว่า ยาน วิน เชน กล่าวกับรอยเตอร์
เอมี จอว์ ผู้ประท้วงอีกคน กล่าวกับเอเอฟพีว่า "ตำรวจเริ่มยิงตอนที่เรามาถึง พวกเขาไม่ได้แจ้งเตือนเลย บางคนได้รับบาดเจ็บ และครูบางคนยังคงซ่อนตัวอยู่ในบ้านของเพื่อนบ้าน"
ผู้ประท้วงบางส่วนถูกนำตัวขึ้นรถตู้ของตำรวจ
ส่วนในเมืองทวายทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมียนมา กองกำลังความมั่นคงได้เคลื่อนกำลังไปเพื่อสลายการประท้วง

ที่มาของภาพ, Reuters
มีรายงานหลายแห่งว่ามีการใช้กระสุนจริง ทวาย วอตช์ (Dawei Watch) ซึ่งเป็นสื่อในพื้นที่รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งคนและได้รับบาดเจ็บมากกว่า 10 คน เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินคนหนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์ว่า มีผู้เสียชีวิต 3 คน และเกรงว่าจะมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น
ตำรวจยังได้ปราบปรามการประท้วงขนาดใหญ่ในเมืองมัณฑะเลย์ด้วย โดยได้ฉีดน้ำแรงดันสูงและยิงปืนขึ้นฟ้า เมียนมา นาว (Myanmar Now) สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตในเมืองนี้ 2 คน
การประท้วงยังคงเกิดขึ้นในอีกหลายเมือง รวมถึง เมืองลาเฉียวทางตะวันออกเฉียงเหนือด้วย
จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันจำนวนผู้ที่ถูกจับกุมตัวนับตั้งแต่เริ่มมีการประท้วง สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (Assistance Association for Political Prisoners) ระบุว่า มีผู้ถูกจับกุมตัวแล้ว 850 คน แต่ช่วงสุดสัปดาห์น่าจะมีผู้ถูกควบคุมตัวเพิ่มอีกหลายร้อยคน
ออง ซาน ซู จี อยู่ที่ไหน
ผู้นำพลเรือนของเมียนมายังไม่ปรากฏตัวในที่สาธารณะนับตั้งแต่เธอถูกควบคุมตัวในกรุงเนปิดอว์ ช่วงที่เริ่มมีการทำรัฐประหาร
ผู้สนับสนุนของเธอ และหลายประเทศทั่วโลกได้เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวเธอ และเรียกร้องให้ยอมรับผลการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy) ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย
นางซู จี มีกำหนดที่จะขึ้นศาลในวันจันทร์ (1 มี.ค.) นี้ จากข้อกล่าวหาครอบครองวิทยุสื่อสารที่ไม่มีการจดทะเบียนและละเมิดกฎควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนา แต่ทนายความของเธอระบุว่า เขาไม่สามารถพูดคุยกับเธอได้
ผู้นำกองทัพอ้างความชอบธรรมในการยึดอำนาจจากการกล่าวหาว่ามีการทุจริตเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง ซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้งปฏิเสธ
การรัฐประหารในเมียนมาถูกประณามจากนานาประเทศ และทำให้มีการคว่ำบาตรกองทัพเมียนมาและการใช้มาตรการลงโทษอื่น ๆ

ข้อมูลพื้นฐานเมียนมา
- เมียนมามีประชากร 54 ล้านคน ตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนติดกับบังกลาเทศ, อินเดีย, จีน, ไทย และลาว
- รัฐบาลทหารที่กดขี่ปกครองประเทศทั้งโดยตรงหรือโดยอ้อมตั้งแต่ปี 1962-2011 ทำให้นานาชาติประณามและคว่ำบาตร
- นางออง ซาน ซู จี ใช้เวลานานหลายปีในการรณรงค์ให้เกิดการปฏิรูปประชาธิปไตย การมีเสรีภาพอย่างค่อยเป็นค่อยไปเริ่มขึ้นในปี 2010 แม้ว่ากองทัพจะยังคงมีอิทธิพลอยู่อย่างมาก
- รัฐบาลที่นำโดยนางซู จี ได้ก้าวขึ้นสู่อำนาจหลังจากการเลือกตั้งเสรีในปี 2015 แต่การปราบปรามชาวมุสลิมโรฮิงญาของทหารอย่างรุนแรงในอีก 2 ปีต่อมา ทำให้ชาวโรฮิงญาต้องหนีไปบังกลาเทศหลายแสนคน
- เรื่องนี้เป็นชนวนให้เกิดความแตกแยกระหว่างนางซู จี และบรรดาผู้ที่เคยให้การสนับสนุนในประชาคมโลก หลังจากที่เธอปฏิเสธที่จะประณามการปราบปรามดังกล่าว หรือไม่ยอมเรียกมันว่า เป็นการกวาดล้างทางชาติพันธุ์ แต่เธอก็ยังคงได้รับความนิยมในหมู่ประชาชนในประเทศอย่างมาก









