สิกขิม: ทหารจีนและอินเดีย “ปะทะกันตามแนวพรมแดนรอบใหม่”

ที่มาของภาพ, Getty Images
สื่ออินเดียรายงานว่า ทหารจีนและอินเดียปะทะกันอีกครั้งในพื้นที่พิพาทตามแนวชายแดน โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทางตอนเหนือของรัฐสิกขิมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา กองทัพอินเดียระบุว่า เกิดการปะทะกัน "แบบย่อม ๆ" ซึ่งสถานการณ์ "คลี่คลาย" แล้ว
ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นตามแนวพรมแดนที่เป็นข้อพิพาทมายาวนานที่สุดของโลก โดยทั้งสองฝ่ายต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ขนาดใหญ่
ทหารอินเดียอย่างน้อย 20 นาย เสียชีวิตระหว่างการปะทะกันในภูมิภาคลาดักห์ เมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่ผ่านมา
เกิดอะไรขึ้นในการปะทะกันครั้งล่าสุด
รายงานจากสื่อหลายแห่งระบุว่า เกิดเหตุปะทะที่เมืองนากู ลา (Naku La) ทางตอนเหนือของรัฐสิกขิม โดยสิกขิมเป็นรัฐของอินเดียที่ถูกขนาบข้างโดยภูฏานและเนปาล อยู่ห่างจากภูมิภาคลาดักห์ไปทางตะวันออกราว 2,500 กิโลเมตร
เจ้าหน้าที่ทางการรายงานว่า หน่วยลาดตระเวนจากฝ่ายจีนพยายามที่จะเข้ามาในเขตแดนของอินเดียและถูกบีบให้ถอยกลับไป รายงานบางแห่งระบุว่า มีการใช้ไม้และหินในการปะทะ แต่ไม่มีการยิงกัน
แถลงการณ์ของกองทัพอินเดียไม่ได้ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์นี้มาก โดยระบุว่า "มีการเผชิญหน้ากันเล็กน้อยในพื้นที่เมืองนากู ลา ทางตอนเหนือของรัฐสิกขิม เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2021 และการปะทะนี้ได้รับการไกล่เกลี่ยโดยผู้บัญชาการในพื้นที่เช่นเดิม ตามระเบียบที่ได้มีการกำหนดกันไว้"
แหล่งข่าวคนหนึ่งบอกกับ ไทมส์ ออฟ อินเดีย (Times of India) ว่า ทั้งสองฝ่ายได้เสริมกำลังทหารหลังจาก "ปะทะ" กัน แต่ไม่มีการยิงกัน และสถานการณ์ยังควบคุมได้
เจ้า ลี่เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ แต่ระบุว่าทหารของจีน "รักษาคำมั่นในการยึดมั่นในสันติภาพ" และเรียกร้องให้อินเดีย "ละเว้นการกระทำใด ๆ ที่อาจเป็นการยกระดับ หรือทำให้สถานการณ์ตามแนวชายแดนยุ่งยากมาขึ้น"
บรรณาธิการบริหารของโกลบอล ไทมส์ (Global Times) สื่อของทางการจีน ได้ทวีตข้อความว่า "ไม่มีบันทึกการปะทะครั้งนี้ในรายงานการลาดตระเวนของฝ่ายจีน"

จุดเดือดและการเจรจา
บทวิเคราะห์โดย วิคาส ปันเดย์ บีบีซี นิวส์ กรุงนิวเดลี
รายงานล่าสุดเกี่ยวกับการปะทะครั้งต่าง ๆ แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้น แถลงการณ์ของกองทัพอินเดียแสดงให้เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายยังคงต้องการที่จะเปิดทางให้มีการเจรจากันอยู่ และไม่ต้องการให้การปะทะส่งผลกระทบต่อกระบวนการการเจรจา
อินเดียและจีนได้จัดการเจรจาทางทหารขึ้นหลายครั้งเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด แต่ยังไม่มีผลที่เป็นรูปธรรมออกมา
ทหารยังคงเผชิญหน้ากันในจุดสุ่มเสี่ยงหลายจุดตามแนวชายแดนพิพาท
อดีตเจ้าหน้าที่ทางการอินเดียบางส่วนบอกว่า ไม่อาจหลีกเลี่ยงการปะทะกันได้ ในเมื่อสถานการณ์ยังไม่มั่นคง แต่พวกเขาเห็นด้วยว่าจำเป็นต้องมีการเจรจากันต่อไป เพราะทั้งสองชาติไม่ต้องการให้เกิดสงคราม ต่อให้เป็นสงครามในบริเวณจำกัดก็ตาม

ทำไมถึงมีข้อพิพาททางพรมแดน
พื้นที่ขนาดใหญ่ตามแนวพรมแดนยาว 3,440 กิโลเมตร ไม่ได้มีการกำหนดแนวเขตที่ชัดเจน การใช้แม่น้ำ ทะเลสาบ และภูเขาที่มีหิมะปกคลุมยอดเขา ทำให้เส้นพรมแดนเปลี่ยนแปลงได้ ทหารจึงต้องเผชิญหน้ากันในหลายจุด ซึ่งบางครั้งก็นำไปสู่การปะทะ
เคยเกิดเหตุปะทะขนาดเล็กครั้งหนึ่งเมื่อเดือน พ.ค. ปีที่แล้ว ในเมืองนากู ลา ซึ่งตั้งอยู่ที่ระดับความสูงกว่า 5,000 เมตร หนึ่งเดือนต่อมา ได้มีการปะทะกันจนทำให้มีผู้เสียชีวิตบริเวณหุบเขากาลวาน (Galwan Valley) ในภูมิภาคลาดักห์ นอกจากการเสียชีวิตของฝ่ายอินเดียแล้ว ยังมีรายงานว่า จีนก็มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเช่นกัน แต่ไม่มีการแสดงความเห็นในเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ
นับตั้งแต่มีการปะทะกันแบบตัวต่อตัวโดยไม่มีการใช้อาวุธปืนยิงกันที่นั่น ทั้งสองฝ่ายได้จัดการเจรจาเพื่อบรรเทาสถานการณ์ความตึงเครียดหลายครั้ง ในการเจรจากันรอบที่ 9 เกิดขึ้นระหว่างผู้บัญชาการทหารของทั้งสองฝ่ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา บริเวณทางตะวันออกของลาดักห์ แต่ไม่มีรายละเอียดว่าได้บรรลุข้อตกลงใด ๆ กันขึ้น
จีนและอินเดียต่างเป็นประเทศเพื่อนบ้านของกันและกันซึ่งมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองทั้งคู่ ต่างฝ่ายต่างสูญเสีย โดยจีนเป็นหนึ่งในคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย
ความสัมพันธ์เลวร้ายยิ่งขึ้นท่ามกลางการเผชิญหน้าตามแนวชายแดน ทั้งสองฝ่ายได้เพิ่มการก่อสร้างในพื้นที่ตามแนวชายแดนหลายแห่ง
รัฐบาลอินเดียสั่งห้ามใช้แอปพลิเคชันของจีนกว่า 200 แอปพลิเคชัน โดยอ้างความกังวลด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
ทั้งสองประเทศเคยทำสงครามกันมาแล้วหนึ่งครั้งในปี 1962 ซึ่งอินเดียเผชิญกับความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ
ข้อตกลงที่ลงนามกันในปี 1996 ห้ามการใช้อาวุธปืนและระเบิดจากแนวเส้นแบ่งเขตควบคุมตามความเป็นจริง (Line of Actual Control) โดยมีการทำตามข้อตกลงนี้ แม้ว่าจีนจะกล่าวหาว่า ทหารอินเดียได้ยิงปืนเตือนในลาดักห์ เมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว
สิกขิมมีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์อย่างไร
ภูมิภาคเล็ก ๆ ทางตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัย เป็นพื้นที่จุดเดือดระหว่างอินเดียและจีนมานานหลายสิบปีแล้ว เกิดการปะทะกันหลายครั้งในช่วงที่เกิดสงครามปี 1962 การปะทะกันตามแนวพรมแดนในอีก 5 ปีต่อมา ทำให้ทหารทั้งสองฝ่ายเสียชีวิตหลายร้อยนาย
อดีตราชอาณาจักรแห่งนี้เป็นดินแดนในอารักขาของอินเดียในขณะนั้น และกลายเป็นรัฐที่ 22 ของอินเดียอย่างเป็นทางการ หลังการลงประชามติในปี 1975
สิกขิมอยู่ใกล้กับที่ราบสูงที่อินเดียเรียกว่า ดอกลัม (Doklam) หรือที่จีนเรียกว่า ต้งหลาง (Donglang)
อินเดียกังวลว่าการที่จีนทำถนนเข้าไปยังที่ราบสูงจะเป็นการคุกคาม "คอไก่" ซึ่งเป็นพื้นที่อ่อนไหวทางยุทธศาสตร์ของอินเดียที่มีขนาดกว้างเพียง 20 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างหลายรัฐทางตอนเหนือของอินเดีย รวมถึงรัฐอัสสัม กับส่วนอื่น ๆ ของประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พรมแดนในสิกขิมมีความสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของอินเดียระบุว่า บริเวณนั้นเป็นพื้นที่เพียงจุดเดียวที่อินเดียสามารถตอบโต้การจู่โจมของจีนได้ และเป็นพื้นที่ตามแนวพรมแดนหิมาลัยเพียงแห่งเดียวที่ทหารอินเดียมีความได้เปรียบในทางกลยุทธ์และภูมิประเทศ เนื่องจากอินเดียอยู่ในจุดที่สูงกว่า และหลายพื้นที่ของจีนในบริเวณนั้นถูกขนาบด้วยอินเดียและภูฏาน










