ย้อนดู 10 ภาพเหตุการณ์ บทสรุปเมื่อถึงเวลาปิดม่านยุค “โดนัลด์ ทรัมป์”

ที่มาของภาพ, AFP/GETTY IMAGES
วาระการดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ที่ยาวนานถึงสี่ปีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังจะสิ้นสุดลงภายในเวลาไม่เกินหนึ่งวันข้างหน้านี้แล้ว บีบีซีจึงได้คัดเลือกและรวบรวมภาพเหตุการณ์สำคัญในยุคสมัยของประธานาธิบดีผู้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร มาให้ได้ชมและค้นหา "บทสรุป" จากมุมมองของแต่ละคน

ที่มาของภาพ, Reuters
ผู้คนมารวมตัวกันบางตาในงานพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2017 แต่เขากลับกล่าวหาว่าสื่อมวลชนพยายามบิดเบือนจำนวนผู้เข้าร่วมงานให้น้อยเกินจริง ทั้งยังพยายามถ่ายภาพให้งานดังกล่าวดูเงียบเหงากว่าเมื่อครั้งที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา สาบานตนเข้ารับตำแหน่งในปี 2009 อย่างมาก

ที่มาของภาพ, Getty Images
กลุ่มขวาจัดและมีแนวคิดเชิดชูคนผิวขาว พากันถือคบเพลิงเดินขบวนในใจกลางเมืองชาร์ล็อตส์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย เมื่อเดือนส.ค. ปี 2017 ซึ่งดูไม่ต่างจากกิจกรรมของขบวนการเหยียดสีผิวคูคลักซ์แคลน (KKK) ในอดีต
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย และบาดเจ็บอีก 19 ราย หลังมีผู้ขับรถพุ่งเข้าชนกลุ่มที่ต่อต้านการชุมนุมเหยียดสีผิว แต่ประธานาธิบดีทรัมป์กลับแถลงว่าเหตุร้ายนี้เป็น "ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากทุกฝ่าย" ทั้งยังชี้ว่ากลุ่มเชิดชูคนผิวขาวและกลุ่มต่อต้านการเหยียดสีผิว ต่างก็มีส่วนผิดเหมือน ๆ กัน
ถ้อยแถลงดังกล่าวสร้างความไม่พอใจแก่ชาวอเมริกันจำนวนมาก ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ ต้องออกคำแถลงใหม่ใน 48 ชั่วโมงหลังจากนั้น โดยประณามกลุ่มเชิดชูคนผิวขาวและขบวนการนีโอนาซีอย่างชัดเจน แต่ก็สายเกินไปที่จะเรียกคะแนนนิยมกลับคืนมาได้ ส่วนนายโจ ไบเดน ยังกล่าวด้วยว่า ความลังเลและเฉยเมยของผู้นำสหรัฐฯ ต่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ทำให้เขาตัดสินใจลงแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีมาจากทรัมป์

ที่มาของภาพ, EPA
ประธานาธิบดีทรัมป์มักจะขัดแย้งกับพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐฯ อยู่เสมอ เช่นในการประชุมสุดยอดจี 7 ที่ประเทศแคนาดา เมื่อเดือนมิ.ย. ปี 2018 การพบปะหารือเริ่มต้นด้วยความตึงเครียด หลังสหรัฐฯ ประกาศจะเก็บภาษีนำเข้าเหล็กกล้าในอัตรา 25% และเก็บภาษีนำเข้าอะลูมิเนียมอีก 10% จากสหภาพยุโรปและแคนาดา
ต่างฝ่ายต่างขู่จะใช้มาตรการตอบโต้กัน โดยประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ได้ปะทะคารมกับทรัมป์ทางทวิตเตอร์อย่างดุเดือด ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเริ่มการประชุมด้วย
ผู้นำสหรัฐฯ ออกจากที่ประชุมก่อนผู้นำคนอื่น ๆ โดยเขาบอกว่า "อเมริกาก็เหมือนกับหมูกระปุกออมสิน ที่ทุกคนคอยจ้องจะปล้นเอาเงินไป"

ที่มาของภาพ, Reuters
สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย ทรัมป์ สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวที่ด้านหลังพิมพ์ข้อความไว้ว่า "ฉันไม่แคร์จริง ๆ นะ แล้วคุณล่ะ ?" ระหว่างเดินทางเยี่ยมศูนย์ควบคุมตัวผู้อพยพเด็ก เมื่อเดือนมิ.ย. ปี 2018 ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงทัศนคติของเธอ ในช่วงที่ผู้นำสหรัฐฯ ก็กำลังถูกตำหนิอย่างรุนแรง เรื่องนโยบายพรากเด็กจากพ่อแม่ผู้อพยพที่ถูกจับกุมตรงจุดข้ามแนวพรมแดน
แม้ในตอนแรกโฆษกของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งจะยืนยันว่า ข้อความบนเสื้อดังกล่าวไม่มีนัยแอบแฝงใด ๆ ซ่อนอยู่ทั้งสิ้น แต่ในเวลาต่อมาเมลาเนียกลับเผยว่า ข้อความนั้นสื่อถึงผู้คนและสื่อมวลชนฝ่ายซ้ายที่ว่ากล่าววิจารณ์เธอ
"ฉันอยากจะแสดงให้พวกเขารู้ว่าฉันไม่สน พวกคุณจะวิจารณ์เรื่องอะไรก็ได้ที่อยากพูด แต่มันไม่อาจหยุดยั้งให้ฉันทำในสิ่งที่คิดว่าถูกต้องได้"

ที่มาของภาพ, Getty Images
นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลุกขึ้นยืนปรบมือเป็นเชิงประชดเย้ยหยัน หลังทรัมป์กล่าวแถลงนโยบายต่อรัฐสภาจบลง เมื่อเดือนก.พ. ปี 2019 ซึ่งเขาเรียกร้องให้กลุ่มการเมืองทุกฝ่ายรู้จักรอมชอมประนีประนอมกัน
ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จำนวนมากมองว่า ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างเพโลซีกับทรัมป์ได้เป็นอย่างดี โดยให้ชื่อภาพนี้ว่า "ปรบมือแบบเพโลซี"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ทรัมป์เดินข้ามเส้นแบ่งเขตแดนจากฝั่งเกาหลีใต้เข้าไปในเกาหลีเหนือ เมื่อเดือนมิ.ย. ปี 2019 โดยเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งยังดำรงตำแหน่งอยู่คนแรกที่ทำเช่นนั้น
การที่ทรัมป์ตัดสินใจพบกับคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือโดยปราศจากเงื่อนไขนั้น เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนและทำให้โลกต้องตกตะลึง แต่การกระชับความสัมพันธ์ที่ดูอบอุ่นแน่นแฟ้น กลับไม่บังเกิดผลเป็นรูปธรรมมากนักในเรื่องยับยั้งโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ส่วนการประชุมสุดยอดครั้งที่สองที่กรุงฮานอยของเวียดนามในปี 2019 ต้องจบลงอย่างกะทันหัน หลังสหรัฐฯ ปฏิเสธยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ

ที่มาของภาพ, Getty Images
คิม คาร์เดเชียน-เวสต์ ดาราดังจากรายการเรียลลิตี้โชว์ทางโทรทัศน์ ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ที่ทำเนียบขาวเกี่ยวกับการปฏิรูปเรือนจำและระบบการยุติธรรมของสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิ.ย. ปี 2019
คิมเป็นผู้ที่มีความสนิทสนมกับทรัมป์อย่างมาก โดยได้เคยพยายามโน้มน้าวให้รัฐบาลของทรัมป์อภัยโทษให้กับยายของเธอที่ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต จนในที่สุดก็มีการลดหย่อนผ่อนโทษให้ด้วยคำสั่งโดยตรงจากประธานาธิบดีเอง ปัจจุบันทรัมป์ได้มีคำสั่งอภัยโทษไปแล้วถึง 94 กรณี และคาดว่าจะมีการอภัยโทษอีก 100 กรณี ก่อนลงจากตำแหน่ง

ที่มาของภาพ, Reuters
ทรัมป์ชูพระคัมภีร์ไบเบิลที่ถือไว้ในมือ ที่ด้านหน้าโบสถ์ St John's Episcopal ซึ่งตั้งอยู่บนถนนฝั่งตรงข้ามกับทำเนียบขาว เมื่อเดือนมิ.ย. ปี 2020
ผู้นำสหรัฐฯ สามารถเดินไปร่วมพิธีทางศาสนาที่โบสถ์แห่งนี้ได้ หลังจากใช้สเปรย์พริกไทยและระเบิดแสงสลายกลุ่มผู้ประท้วงเหตุตำรวจสังหารนายจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำที่เมืองมินนีแอโพลิส แม้พวกเขาจะชุมนุมกันโดยสงบก็ตาม
บรรดาผู้นำทางศาสนาและจิตวิญญาณต่างแสดงความโกรธเกรี้ยวต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และตำหนิว่าทรัมป์ใช้ศาสนาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง

ที่มาของภาพ, Getty Images
สมาชิกในครอบครัวของทรัมป์ เฝ้าดูการโต้วาทีชิงตำแหน่งประธานาธิบดีรอบแรกระหว่างทรัมป์กับไบเดน ที่เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2020
บรรดาลูก ๆ ของทรัมป์ฝ่าฝืนกฎระเบียบของการเข้าชมในครั้งนี้ ด้วยการไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ทำให้ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ในขณะที่ทรัมป์ก็มีทัศนคติไปในทางที่ไม่เกรงกลัวโรคระบาด จนตัวเขาเองติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในเวลาต่อมา

ที่มาของภาพ, Reuters
กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาที่กรุงวอชิงตัน ซึ่งกำลังมีการประชุมรับรองชัยชนะของไบเดนในการเลือกตั้งประธานาธิบดีอยู่ โดยเหตุรุนแรงนี้เกิดขึ้นหลังทรัมป์พูดปลุกระดมให้ผู้คน "หยุดยั้งการขโมยคะแนนเสียง" ที่น่าจะทำให้เขาเป็นผู้ชนะมากกว่า
เหตุปะทะครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน และทรัมป์ถูกถอดถอนจากตำแหน่ง กลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐฯ ที่ถูกยื่นถอดถอนถึง 2 ครั้ง











