เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: สภาคองเกรสรับรองชัยชนะของ โจ ไบเดน ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่

ที่มาของภาพ, Reuters
สภาคองเกรสของสหรัฐฯ ประกาศรับรองนายโจ ไบเดน เป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐฯ และรับรองนางกมลา แฮริส เป็นรองประธานาธิบดีคนใหม่
สภาคองเกรสของสหรัฐฯ ลงมติรับรองการลงคะแนนของคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral Vote) ครบทุกรัฐ ซึ่งปรากฎว่านายไบเดนคว้าคะแนนเสียงไปได้ 306 คะแนน ส่วนนายโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกันได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 232 คะแนน ส่งผลให้นายไบเดนผงาดขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้สภาคองเกรสยังรับรองนางกมลา แฮริส เป็นรองประธานาธิบดีคนใหม่ด้วย
การประชุมของสภาครองเกรสเมื่อ 6 ม.ค. เกิดขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายทั้งภายในและภายนอกรัฐสภา หลังประชาชนฝ่ายสนับสนุนนายทรัมป์บุกเข้าไปภายในอาคารรัฐสภา กลางกรุงวอชิงตัน ดีซี และก่อเหตุจลาจลโดยรอบ เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 รายตามการเปิดเผยของตำรวจ และทำให้กระบวนการภายในรัฐสภาต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว ก่อนที่ ส.ส. และ ส.ว. จะกลับมาประชุมร่วมกันได้อีกครั้ง
กระบวนการรับรองชัยชนะของนายไบเดน จากพรรคเดโมแครต ไม่ราบรื่นนัก เมื่อเพื่อนร่วมพรรคของนายทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายคนได้พยายามคัดค้าน และขัดขวางการนับคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง ทั้งที่รัฐแอริโซนา และรัฐเพนซิลเวเนีย
ทว่าทั้งสภาสูงและสภาล่างต่างมีมติ "ตีตก" ญัตติขอให้ไม่นับคะแนนเสียงของคณะผู้เลือกตั้งจากรัฐแอริโซนา เสนอโดยสมาชิกพรรครีพับลิกัน
สภาผู้แทนราษฎร มีมติ 303 ต่อ 121 คะแนน คว่ำญัตติปฏิเสธการนับคะแนนของคณะผู้เลือกตั้งในรัฐแอริโซนา ในจำนวนนี้มี ส.ส. รีพับลิกัน 83 คนร่วมโหวตคว่ำญัตติด้วย และมีมติ 282 ต่อ 138 คะแนน คว่ำญัตติปฏิเสธการนับคะแนนของคณะผู้เลือกตั้งในรัฐเพซิลเวเนีย
เช่นเดียวกับวุฒิสภาที่มีมติตีตกทั้ง 2 ญัตติ นั่นทำให้คะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งในรัฐแอริโซนา จำนวน 11 เสียง และรัฐเพนซิลเวเนีย 20 เสียง ยังมีความหมาย
นายไบเดน สมาชิกพรรคเดโมแครต มีกำหนดเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 20 ม.ค.
ขั้นตอนในสภาคองเกรส
สภาคองเกรส ซึ่งประกอบด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา นัดประชุมร่วมกันในวันพุธ (6 ม.ค.) เพื่อเปิดใบรับรองที่ปิดผนึกมาจาก 50 รัฐของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผลการลงคะแนนเสียงเลือกประธานาธิบดีจากคณะผู้เลือกตั้ง
ภายใต้ระบบของสหรัฐฯ ผู้ลงคะแนนจะลงคะแนนให้กับ "คณะผู้เลือกตั้ง" ซึ่งจะลงคะแนนอย่างเป็นทางการสำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งหลายสัปดาห์ หลังการเลือกตั้ง นายไบเดนได้รับคะแนนเสียง 306 คะแนนภายใต้ระบบคณะผู้เลือกตั้ง ในขณะที่นายทรัมป์ได้ 232 คะแนน
ตัวแทน 2 ฝ่ายอ่านผลคะแนนในวันพุธ และนับอย่างเป็นทางการ โดยมีนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดี ในฐานะประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ดูแลการลงคะแนนและพร้อมประกาศให้นายไบเดนเป็นผู้ชนะ

ที่มาของภาพ, EPA
ขณะที่นายทรัมป์ได้จัดการชุมนุมที่ชื่อว่า "SAVE AMERICA RALLY" หรือการชุมนุมเพื่อปกป้องอเมริกา หลังเคยปฏิเสธที่จะยอมรับผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 พ.ย. เมื่อปีที่แล้ว โดยกล่าวหาว่ามีการโกงการเลือกตั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่ได้แสดงหลักฐานจากข้อกล่าวหาที่เขาตั้งขึ้นมา ซึ่งกลายเป็นการปลุกชนวนให้มวลชนลุกฮือไปปิดล้อมและบุกอาคารรัฐสภาในเวลาต่อมา
พฤติกรรมและคำพูดของนายทรัมป์กลายเป็นชนวนปลุกมวลชนลุกฮือไปปิดล้อมและบุกอาคารรัฐสภาในเวลาต่อมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และมีผู้ถูกจับกุม 52 คน ในจำนวนนี้ 47 คน กระทำผิดจากการฝ่าฝืนประกาศเคอร์ฟิว
หลังพิธีรับรองชัยชนะในรัฐสภาเสร็จสิ้นลง นายทรัทป์ออกแถลงการณ์ผ่านทวิตเตอร์ของนายแดน สคาวิโน โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่าไม่เห็นด้วยกับผลการเลือกตั้งที่ออกมา แต่ก็รับปากว่าจะยอมเข้าสู่ขั้นตอนการถ่ายโอนอำนาจโดยสมบรูณ์











