เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: คณะเลือกตั้งโหวตให้ "โจ ไบเดน" เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่

โจ ไบเดนกำหมัดขณะกล่าวสุนทรพจน์

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, โจ ไบเดน จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ วันที่ 20 ม.ค. นี้

นายโจ ไบเดนกล่าวสุนทรพจน์หลังจากคณะเลือกตั้งเลือกให้เขาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนใหม่อย่างเป็นทางการ โดยประกาศว่านี่คือชัยชนะของเจตจำนงประชาชน

คณะผู้เลือกตั้งลงคะแนนเสียงเลือกนายโจ ไบเดน เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนใหม่ ทำให้เขาชนะการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยพรรคเดโมแครตของนายไบเดนมีชัยเหนือพรรครีพับลิกันของนายทรัมป์ด้วยคะแนนเสียง 306 ต่อ 232

นายไบเดนซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค. กล่าวอีกด้วยว่าประชาธิปไตยสหรัฐฯ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีความจริงแท้ ทนทานและแข็งแกร่งเพียงใดหลังจากที่ถูกกระทำ ถูกทดสอบและคุกคามอย่างหนักในการเลือกตั้งครั้งนี้

ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่เดลาแวร์ นายไบเดนยังได้พูดถึงความพยายามของนายทรัมป์ที่จะล้มผลการเลือกตั้งด้วยการกล่าวหาว่ามีการทุจริต และกล่าวชื่นชม "คนธรรมดาสามัญ" ยืนหยัดปกป้องสิทธิและเสียงของตัวเอง

"แสงแห่งประชาธิปไตยถูกจุดให้สว่างขึ้นในประเทศนี้มาเนิ่นนานแล้ว" นายไบเดนกล่าว "และเราต่างก็รู้ดีว่าไม่มีอะไรที่จะดับมันลงได้ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาดหรือการบิดเบือนอำนาจ"

แม้ว่าจะมาถึงขั้นนี้แล้ว แต่นายทรัมป์ก็ยังยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อสู้เพื่อพิสูจน์ว่ามีการโกงการเลือกตั้งต่อไป

ขณะที่นักวิเคราะห์การเมืองสหรัฐฯ หลายคนเชื่อว่าทีมกฎหมายของทรัมป์จะฟ้องร้องต่อศาลว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งต่อไป แต่โอกาสที่ทรัมป์จะชนะนั้นริบหรี่เต็มทน

เอลี โอนิก นักกฎหมายกล่าวว่าเมื่อผ่านขั้นตอนการเลือกของคณะเลือกตั้งแล้ว โอกาสที่ทรัมป์จะโต้แย้งผลการเลือกตั้งได้สำเร็จนั้นลดเหลือจาก "เกือบศูนย์ เป็นศูนย์"

การเลือกประธานาธิบดีครั้งที่ผ่าน ๆ มา ผู้คนไม่ค่อยให้ความสนใจผลการเลือกประธานาธิบดีของคณะเลือกตั้งนัก แต่การที่นายทรัมป์ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วยการยื่นฟ้องศาล ซึ่งศาลหลายแห่งก็วินิจฉัยแล้วว่าคดีไม่มีมูล ทำให้หลายคนจับตาดูผลการเลือกของคณะเลือกตั้งอย่างใกล้ชิดชนิดรัฐต่อรัฐ โดยมีการวางกำลังตำรวจรักษาความสงบในหลายพื้นที่รวมทั้งมิชิแกน จอร์เจีย

รัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งมีคณะผู้เลือกตั้ง 55 คน เป็นหนึ่งในรัฐท้าย ๆ ที่มีการลงคะแนนของคณะเลือกตั้งในวันที่ 14 ธ.ค. ซึ่งผลการเลือกตั้งของแคลิฟอร์เนียทำให้นายไบเดนได้คะแนนเสียงเกิน 270 และชนะการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

โดนัลด์ ทรัมป์

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, คาดว่าทีมกฎหมายของนายโดนัลด์ ทรัมป์จะเดินหน้าฟ้องศาลเรื่องการทุจริตเลือกตั้งต่อไป

คณะผู้เลือกตั้งเป็นใคร

รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ กําหนดการเลือกตั้งประธานาธิบดีด้วยวิธีใช้คณะผู้เลือกตั้ง กล่าวคือประชาชนไม่ได้เลือกประธานาธิบดีโดยตรง แต่เลือกผู้ที่จะทําการเลือกประธานาธิบดีแทนพวกเขา เมื่อรวมคะแนนทุกรัฐ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่มีคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้ง 270 เสียงขึ้นไปก็จะได้เป็นผู้นำสหรัฐฯ

"ผู้เลือกตั้ง" คือผู้มีความรู้ความสามารถซึ่งให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใดคนหนึ่ง แต่ละรัฐจะคัดเลือก "ผู้เลือกตั้ง" (Electors) รวมกันเป็น "คณะผู้เลือกตั้ง" (Electoral College) ซึ่งจะทำหน้าที่เลือกประธานาธิบดีหลังวันเลือกตั้งทั่วไป

ผู้เลือกตั้งต้องไม่มีตําแหน่งทางการเมือง และพวกเขาเลือกตั้งประธานาธิบดีได้เพียงครั้งเดียวก็จะหมดหน้าที่ จึงไม่มีอิทธิพลทางการเมือง

แต่ละรัฐมีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากร โดยจำนวนคณะผู้เลือกตั้งมาจากจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. บวกกับจำนวนวุฒิสมาชิก รัฐละ 2 คนเท่ากันหมดทุกรัฐ รวมทั้งหมดมี 538 คน นั่นหมายถึงว่าบรรดารัฐเล็ก ๆ ที่มีจำนวน ส.ส. เพียง 1 คน ก็จะมีคณะเลือกตั้งรวม 3 คน ดังนั้น รัฐที่มีจำนวนประชากรมากจึงมีความสำคัญมาก เพราะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คะแนนจากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงแม้จะสำคัญ แต่สิ่งที่เป็นตัวชี้ชะตาคือ คะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้ง