เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: โลกประณามผู้สนับสนุนทรัมป์บุกรัฐสภา “โจมตีประชาธิปไตย”

ที่มาของภาพ, Reuters
ผู้นำโลกต่างออกมาประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นกลางกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมบรรยายว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่อง "น่าอับอาย" และสร้างความสั่นคลอนต่อระบอบประชาธิปไตย หลังผู้ประท้วงฝ่ายสนับสนุนนายโดนัลด์ ทรัมป์ บุกอาคารรัฐสภา กดดันสภาคองเกรสไม่ให้รับรองชัยชนะของนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 46
เหตุอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ถูกบุกรุกนับเป็นครั้งแรกในรอบ 207 ปี นับจากอังกฤษบุกโจมตีและเผาอาคารรัฐสภาปี ค.ศ. 1814
ผู้นำโลกแสดงปฏิกิริยาทันควันผ่านการเขียนข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ของพวกเขา
นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่อง "น่าอับอาย" และย้ำข้อเรียกร้องให้การเปลี่ยนถ่ายอำนาจที่จะเกิดขึ้นในสหรัฐฯ เป็นไปอย่างสันติ
เช่นเดียวกับนายสก็อต มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ที่แสดงความกังวลใจ พร้อมประณามการใช้ความรุนแรง และรอคอยการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติไปยังรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งตามธรรมเนียมประชาธิปไตยอันยิ่งใหญ่ของสหรัฐฯ
- เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: ประกาศเคอร์ฟิว-มีผู้เสียชีวิต 1 คนจากเหตุผู้สนับสนุนทรัมป์บุกรัฐสภาค้านรับรองชัยชนะโจ ไบเดน
- เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: โจ ไบเดน กับคำมั่นและแนวนโยบาย
- เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020 : เมื่อไม่ยอมแพ้ "วันโลกาวินาศ" ที่คนอเมริกันไม่อยากเจอกำลังจะมา
- เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: โจ ไบเดน กับคำมั่นและแนวนโยบาย
นายเปโดร ซานเชส นายกรัฐมนตรีสเปน ทวีตว่า เชื่อมั่นในความเข้มแข็งของประชาธิปไตยสหรัฐฯ และเชื่อว่านายไบเดน ประธานาธิบดีใหม่จะสามารถก้าวข้ามช่วงเวลาแห่งความตึงเครียด และรวบรวมชาวอเมริกันให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันได้อีกครั้ง
ขณะที่นายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา และนายสเตฟาน เลอเวน นายกรัฐมนตรีสวีเดน เรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า "การโจมตีประชาธิปไตย"
สอดรับกับ รมว.ต่างประเทศของฝรั่งเศส ที่ออกแถลงการณ์ชี้ว่าการประท้วง "เป็นการโจมตีความเป็นประชาธิปไตยอย่างรุนแรง"
ด้านนายไฮโก มาส รมว.ต่างประเทศของเยอรมนี กล่าวว่า ศัตรูของประชาธิปไตยจะรู้สึกว่าได้รับการส่งเสียงเชียร์จากความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงของสหรัฐฯ พร้อมชี้ว่าความรุนแรงเกิดขึ้นจากคำพูดยั่วยุที่ทำให้ผู้คนเดือดดาล พร้อมกับเรียกร้องให้ทรัมป์และผู้สนับสนุนยอมรับการตัดสินใจของชาวอเมริกัน และหยุดเหยียบย่ำประชาธิปไตย
ขณะที่นายชาร์ลส์ มิเชล ประธานสภายุโรป (อียู) โพสต์ข้อความว่า "สภาคองเกรสคือวิหารแห่งประชาธิปไตย แต่ภาพที่ได้เห็นในคืนนี้คือสิ่งที่ตกตะลึง เราเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ จะถ่ายโอนอำนาจให้นายไบเดนได้อย่างสงบ"
นายโจเซฟ บอร์เรล ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศของอียู เสริมว่า "นี่คือการโจมตีทั้งประชาธิปไตย สถาบัน และหลักนิติธรรมของสหรัฐฯ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นี่ไม่ใช่อเมริกา และจะต้องเคารพผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 พ.ย. อย่างสมบูรณ์"
"ความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยประธานาธิบดีที่โกหกอย่างไร้เหตุผล"
การปลุกมวลชนฝ่ายสนับสนุนตนเองให้บุกไปชุมนุมที่รัฐสภา ไม่เพียงถูกผู้นำโลกวิจารณ์ แต่อดีตผู้นำสหรัฐฯ และนักการเมืองร่วมพรรคยังออกมาวิจารณ์พฤติกรรมของนายทรัมป์ ที่ทำให้ "การโกหกกลายเป็นเป็นความจริงอีกด้าน"
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์
นายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ สังกัดพรรคเดโมแครต ออกแถลงการณ์ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว โดยระบุตอนหนึ่งว่า "ประวัติศาสตร์จะจารึกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ว่าเป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยประธานาธิบดีที่โกหกอย่างไร้เหตุผลเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาแห่งความเสื่อมเสีย และเป็นเรื่องน่าละอายของชาติเรา"
นายโอบามายังเรียกร้องให้ผู้นำพรรครีพับลิกันเลือกแนวทางที่ถูกต้องเพื่ออเมริกา
หลังจากนี้ ภารกิจของนายไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คือการฟื้นฟูระบบการเมืองอเมริกันให้กลับมาเป็นปกติ ซึ่งมันขึ้นอยู่กับชาวอเมริกันทุกคนว่าจะสนับสนุนแนวทางของนายไบเดน แล้วมุ่งไปสู่เป้าหมายร่วมกันหรือไม่
ขณะที่เพื่อนร่วมพรรคอย่างนายจอร์จ ดับเบิลยู. บุช อดีตประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันระบุว่าเขา "หวดผวากับพฤติกรรมบ้าบิ่น" ของผู้นำการเมืองบางคนตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดี
"นี่คือการโต้แย้งผลการเลือกตั้งที่เกิดในสาธารณรัฐกล้วย ไม่ใช่สาธารณรัฐประชาธิปไตยของพวกเรา" บุชกล่าว

ที่มาของภาพ, Getty Images










