เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: วอชิงตันประกาศภาวะฉุกเฉิน 15 วัน หลังผู้สนับสนุนทรัมป์บุกรัฐสภา-มีผู้เสียชีวิต 4 ราย

ผู้ชุมนุม

ที่มาของภาพ, Reuters

กรุงวอชิงตัน ดีซี ประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเวลา 15 วัน จนกระทั่งเสร็จสิ้นพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐฯ ภายหลังเกิดเหตุจลาจลกลางเมืองหลวง เมื่อประชาชนฝ่ายสนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งบางส่วนมีอาวุธ บุกเข้าไปยังอาคารรัฐสภาเมื่อช่วงบ่ายวันพุธ (6 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่ผู้เสียชีวิตจากเหตุจลาจลเพิ่มเป็น 4 คน

การชุมนุมและบุกรุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาเกิดขึ้นในขณะที่สมาชิกรัฐสภากำลังประชุมเพื่อรับรองชัยชนะของนายโจ ไบเดน ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่ จนทำให้ต้องยุติการประชุมและปิดอาคารรัฐสภา

ตำรวจกรุงวอชิงตัน ดีซี เปิดเผยข้อมูลผู้เสียชีวิตล่าสุด ณ เวลา 11.24 น. ตามเวลาในไทย หนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นหญิงที่ถูกยิงจากตำรวจ ส่วนอีก 3 ราย เสียชีวิตอันเนื่องมาจาก "เหตุฉุกเฉินทางการแพทย์"

ขณะเดียวกันมีผู้ถูกจับกุมแล้วทั้งสิ้น 52 คน ในจำนวนนี้ 47 คน กระทำผิดจากการฝ่าฝืนประกาศเคอร์ฟิว

คำบรรยายวิดีโอ, เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: เหตุรุนแรงผู้สนับสนุนทรัมป์บุกรัฐสภา

สื่อสหรัฐฯ รายงานว่าหญิงผู้เสียชีวิตจากการถูกยิงของตำรวจระหว่างเหตุบุกอาคารรัฐสภา เป็นทหารอากาศผ่านศึก ชาวเมืองซาน ดิอาโก

ในเวลาต่อมา นางมูเรียล โบว์เซอร์ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ดีซี และผู้ว่าการตำรวจ แถลงรายละเอียดเพิ่มเติมว่า หญิงผู้เสียชีวิตเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ชุมนุมที่บุกเข้าภายในอาคารและเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ดีซี ยังได้ประกาศภาวะฉุกเฉินสาธารณะเป็นเวลา 15 วัน จนถึงวันที่ 21 ม.ค. หรือหนึ่งวันหลังเสร็จสิ้นการประกอบพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของนายโจ ไบเดน

โดยก่อนหน้านี้ มีการประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิว ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 6 ม.ค. ถึงเวลา 06.00 น. ของวันที่ 7 ม.ค. เพื่อรับมือกับเหตุจลาจลที่เกิดขึ้น

ผู้ประท้วงพยายามเข้าไปถึงพื้นที่ทำงานของ ส.ว.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้ประท้วงพยายามเข้าไปถึงพื้นที่ทำงานของ ส.ว.

ขณะบุกเข้าไปยังอาคารรัฐสภา ตำรวจวอชิงตันเปิดเผยว่าผู้สนับสนุนทรัมป์ ซึ่งบางส่วนสวมชุดป้องกันตัวได้ใช้สารเคมีที่ทำให้ระคายเคืองโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ชุมนุมต่างตะโกน "พวกเขาอยู่ไหน" และ "เราต้องการทรัมป์" ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนำตัวสมาชิกรัฐสภาและสื่อมวลชนไปยังบริเวณที่ไม่มีการเปิดเผย

ในเวลาเดียวกันก็มีการเสริมกำลังจากกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเพื่อควบคุมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนายทรัมป์ กล่าวต่อหน้าผู้สนับสนุนหลายพันคนที่ร่วมเดินขบวนในกรุงวอชิงตันก่อนหน้านี้ว่า "เราจะไม่ยอมแพ้" แม้คณะผู้เลือกตั้งได้ลงคะแนนเสียงยอมรับว่านายไบเดน คือผู้ชนะการเลือกตั้งแล้วก็ตาม

นายไบเดนคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังเก็บคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งได้ 306 เสียง ส่วนนายทรัมป์ได้ 232 เสียง นายไบเดน ยังได้คะแนนมหาชนมากกว่านายทรัมป์อย่างน้อย 7 ล้านเสียง

ที่ผ่านมา ทีมงานของนายทรัมป์ยื่นคำร้องต่อศาลคัดค้านผลการเลือกตั้งหลายสิบครั้งในหลายรัฐ แต่ไม่ประสบผล ขณะที่สมาชิกพรรครีพับลิกันพยายามหาทางพลิกผลการเลือกตั้งในบางรัฐ แต่ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะให้ทำเช่นนั้นได้

รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ประธานวุฒิสภา ผู้ทำหน้าที่ประธานการประชุมร่วมวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร และจะเป็นผู้ประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งของคณะผู้เลือกตั้ง ยืนยันว่าเขาจะไม่ยับยั้งการรับรองว่านายไบเดนเป็นผู้ชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดี แม้ว่าจะมีการร้องขอจากนายทรัมป์ก็ตาม

คำบรรยายวิดีโอ, ผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บุกเข้าไปยังอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ

เกิดอะไรขึ้นที่อาคารรัฐสภา

(เวลาท้องถิ่นกรุงวอชิงตัน ต่างจากเวลาในไทย 12 ชม.)

12.45 น. หรือประมาณ 00.15 น. ของวันที่ 7 ม.ค. ตามเวลาไทย ทรัมป์เปิดปราศรัยกับฝูงชนที่อุทยานเนชันแนล มอลล์ อ้างว่ามีการโกงการเลือกตั้ง พร้อมประกาศว่า "เราจะไม่ยอมแพ้" ก่อนก็ปลุกให้มวลชนเดินขบวนไปยังสภาคองเกรส

14.15 น. ผู้สนับสนุนนายทรัมป์จำนวนมากรวมตัวที่บริเวณบันไดฝั่งตะวันออกของอาคารรัฐสภา และเริ่มผลักดันแนวกั้นและเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเพื่อบุกเข้าไปภายในอาคาร จนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนซึ่งใช้สเปรย์พริกไทยและยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสกัดกั้นผู้ชุมนุม ด้านตำรวจวอชิงตันให้ข่าวว่าผู้สนับสนุนทรัมป์ ซึ่งบางส่วนสวมชุดป้องกันตัวได้ใช้สารเคมีที่ทำให้ระคายเคืองพ่นใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้านในอาคาร สมาชิกรัฐสภา รวมทั้งกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกนำตัวออกจากอาคาร บางคนได้สวมใส่หน้ากากกันแก๊สพิษด้วย มีการเสริมกำลังจากกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ และหน่วยเจ้าหน้าที่อารักขา เพื่อควบคุมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

15.00 น. ผู้ชุมนุมบางส่วน เข้าไปในอาคารได้สำเร็จ ผู้ชุมนุมคนหนึ่งได้ขึ้นไปบนบัลลังก์วุฒิสภาและตะโกน "ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง" ผู้ชุมนุมอีกคนหนึ่งเข้าไปนั่งในห้องทำงานของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และเอาขาพาดบนโต๊ะ

ผู้ชุมนุม

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้ชุมนุมเข้าไปนั่งในห้องทำงานของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

นายไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ ออกมากล่าวเรียกร้องให้นายทรัมป์ "ทำตามคำสัตย์ปฏิญาณที่ให้ไว้และปกป้องประชาธิปไตยด้วยการทำให้การชุมนุมยุติลง"

"การโจมตีอาคารรัฐสภาไม่ใช่การชุมนุมเรียกร้อง แต่เป็นการก่อจลาจล" นายไบเดน ระบุและบอกด้วยว่า "ประชาธิปไตยนั้นช่างเปราะบาง…การจะพิทักษ์มันไว้ได้จะต้องอาศัยผู้นำที่อุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่เพื่ออำนาจของตัวเอง"

ด้านนายทรัมป์โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ให้ผู้ชุมนุมไม่ใช่ความรุนแรงและสลายตัว

"ผมรับรู้ความเจ็บปวดของพวกคุณ ผมรู้ว่าคุณเจ็บ" นายทรัมป์ กล่าวและอ้างว่ามีการขโมยชัยชนะในการเลือกตั้ง "ทุกคนรู้ดี โดยเฉพาะอีกฝ่ายหนึ่ง แต่พวกคุณต้องกลับบ้านเดี๋ยวนี้" เขาบอกกับผู้ชุมนุม

"นี่เป็นการเลือกตั้งที่มีการโกงกัน แต่เราไม่อาจตกอยู่ในน้ำมือของคนเหล่านี้ได้ เราจะต้องมีสันติ" นายทรัมป์ระบุ

17.06 น. มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 1 คน จากเหตุผู้ชุมนุมปะทะกับตำรวจ เป็นพลเรือน เพศหญิง ถูกยิงที่หน้าอก

17.39 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมพื้นที่อาคารรัฐสภาเอาไว้ได้ และมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ระเบิดได้ทำลายวัตถุต้องสงสัยที่ถูกพบบริเวณด้านนอกของสำนักงานพรรครีพับลิกัน ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากอาคารรัฐสภา

18.00 น. นางมูเรียล โบว์เซอร์ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ดีซี ประกาศเคอร์ฟิว โดยมีผลตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 6 ม.ค. ถึง 06.00 น. ของวันที่ 7 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น

18.27 น. ตำรวจวอชิงตันดีซี เปิดเผยว่าสามารถกันผู้ชุมนุมออกจากบริเวณรัฐสภาได้แล้ว มีการจับกุมผู้ชุมนุม 13 คน ระหว่างเหตุจลาจล และยึดปืนพกและปืนยาวได้ 5 กระบอก นอกจากนี้ยังระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งบาดเจ็บ

18.37 น. นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ประกาศว่าสภาคองเกรสจะกลับมาทำการโหวตอีกครั้งในวันนี้

19.00 น. กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเข้าเสริมกำลังเพิ่มเติมอีก 2,700 นายที่อาคารรัฐสภา

22.00 น. โดยประมาณ การประชุมร่วมวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งเพื่อประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งของคณะผู้เลือกตั้งและรับรองว่านายไบเดนเป็นผู้ชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดี

มรดกความขัดแย้งของทรัมป์

ลอรา เทรเวลีน ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นที่อาคารรัฐสภาไม่ต่างจากละครอันน่าทึ่ง

ในวันที่อำนาจใกล้จะหมดลง ประธานาธิบดีที่เดือดดาลไม่อาจยอมรับได้ว่าตัวเองพ่ายแพ้การเลือกตั้ง และสั่งให้บรรดาผู้สนับสนุนอันจงรักภักดีของพรรครีพับลิกันเดินทางไปยังอาคารรัฐสภาเพื่อก่อกวนกระบวนการรับรองชัยชนะของนายไบเดน

Pro-Trump protesters break in to the US Capitol

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้ชุมนุมฝ่ายสนับสนุนทรัมป์พากันไปถ่ายภาพกับรูปปั้นของประธานาธิบดีในดวงใจที่อยู่ในตัวอาคาร

เสียงไซเรนดังกึกก้องแคปิตอล ฮิลล์ ขณะที่ตำรวจระดมกำลังเข้าไปในทุกอาณาบริเวณ ในเวลาเดียวกันภายในและภายนอกอาคาร ผู้สนับสนุนทรัมป์ร้องตะโกน "อย่าโกง" และคนที่โกรธเคืองและผิดหวังเหล่านี้ก็ได้บุกเข้าไปก่อกวนความสงบในอาคารรัฐสภา

เสียงไซเรนที่โหยหวน ภาพตำรวจที่ระดมกำลังเข้าไปยังจุดเกิด และผู้คนเปล่งเสียงคำว่า "ยูเอสเอ" และกรีดร้องเข้าใส่ฝ่ายรักษากฎหมาย เป็นบรรยากาศที่ดูน่าสะพรึงกลัว ทั้งหลายทั้งปวงนี้เกิดขึ้นในขณะที่รองประธานาธิบดีผู้ซื่อสัตย์ของนายทรัมป์ และสมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่พากันตีตัวออกห่างเขา ด้วยการไม่ยอมละทิ้งคำมั่นตามรัฐธรรมนูญ และล้มล้างผลการเลือกตั้ง

นับตั้งแต่อดีตประธานาธิบดีเฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์ แพ้เลือกตั้งขณะยังอยู่ในตำแหน่งเมื่อปี 1932 นับแต่นั้นมาก็ยังไม่เคยมีประธานาธิบดีคนใดที่เสียทั้งเก้าอี้ในทำเนียบขาว ในสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา เช่นนี้มาก่อน

ความวุ่นวายในรัฐสภาสหรัฐฯ เกิดขึ้นในขณะที่โลกกำลังจับจ้องมองดูมรดกความขัดแย้งของนายทรัมป์ บรรยากาศอันตึงเครียดและเหตุการณ์ที่ปะทุขึ้นมานี้ ไม่ได้สะท้อนภาพการส่งผ่านอำนาจที่เป็นไปอย่างสงบสันติเลย

ทรัมป์ถูกล็อกบัญชีสื่อสารในโลกออนไลน์

สื่อสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่ ได้แก่ เฟซบุ๊ก ยูทิวบ์ และทวิตเตอร์ ได้นำโพสต์ของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีทั้งข้อความและวิดีโอออกจากระบบ หลังประธานาธิบดีรายนี้ใช้เป็นช่องทางการสื่อสารกับฝ่ายผู้สนับสนุนชุมนุมขณะบุกเข้าไปยังรัฐสภา

Twitter flags Donald J Trump's response to the protests as posing a "risk of violence"
คำบรรยายภาพ, ทวิตเตอร์บรรยายท่าทีการตอบสนองของทรัมป์ที่มีต่อผู้ประท้วงว่าเป็นการโพสต์ที่ "สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรง"

ทรัมป์เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนกลับบ้าน แต่ก็ยังมีพูดถึงข้อมูลการฉ้อโกงการเลือกตั้งที่บิดเบือน

ทวิตเตอร์ได้ล็อกบัญชีใช้งานของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นเวลา 12 ชม. และลบข้อความที่ทรัมป์ทวีตจำนวน 3 ข้อความ เนื่องจากเป็นการละเมิดนโยบายของทวิตเตอร์อย่างรุนแรง

เช่นเดียวกับอินสตาแกรมที่ประกาศล็อกบัญชีของทรัมป์เป็นเวลา 24 ชม. รวมถึงเฟซบุ๊ก และยูทิวบ์ที่นำวิดีโอการปราศรัยของทรัมป์ออกจากแพลตฟอร์ม โดยเฟซบุ๊กให้เหตุผลว่า ทรัมป์กล่าวข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้งซ้ำ ๆ จึงมีความจำเป็นต้องนำคลิปวิดีโอออก เพื่อลดความเสี่ยงในการก่อให้เกิดความรุนแรง

line

รวมภาพเหตุการณ์

ผู้ชุมนุม

ที่มาของภาพ, Reuters

ผู้ชุมนุม

ที่มาของภาพ, Getty Images

อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, Reuters

US lawmakers and staff wear protective gear amid protests inside the Capitol

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สมาชิกรัฐสภาและคณะทำงานสวมใส่หน้ากากป้องกันแก๊สระหว่างเตรียมอพยพ
A protester carries a flag that reads "Trump is my president"

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้ประท้วงโบกธงที่มีข้อความว่า "ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีของฉัน"