โดนัลด์ ทรัมป์กลายเป็น ปธน. คนแรกในประว้ติศาสตร์สหรัฐฯ ที่ถูกยื่นถอดถอนถึง 2 ครั้ง

Donald Trump boards Air Force One to travel to Texas, 12 January

ที่มาของภาพ, Reuters

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีมติถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากตำแหน่งในข้อหายั่วยุให้ผู้ประท้วงบุกรัฐสภาสหรัฐฯ ทำให้นายทรัมป์เป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ที่ถูกยื่นถอดถอนถึง 2 ครั้ง

พรรคเดโมแครตเริ่มกระบวนการถอดถอนนายทรัมป์เมื่อวันที่ 13 ม.ค. โดยมีสมาชิกของพรรครีพับลิกันของนายทรัมป์เข้าร่วมจำนวน 10 คน พวกเขากล่าวหาประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าเป็นผู้ยั่วยุให้เกิดการจลาจลโดยการปลุกปั่นให้ผู้สนับสนุนของเขาบุกอาคารรัฐสภาระหว่างที่สมาชิกรัฐสภากำลังประชุมเพื่อรับรองชัยชนะของนายโจ ไบเดน ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่เมื่อวันที่ 6 ม.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน

ลิซ เชนีย์ หนึ่งใน ส.ส. พรรครีพับลิกันที่ประกาศร่วมยื่นถอดถอนประธานาธิบดีระบุว่านายทรัมป์ "ปลุกเร้าม็อบ ระดมม็อบ และจุดชนวนของการโจมตีนี้ขึ้น"

"ยังไม่เคยมีประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนไหนที่ทรยศต่อการทำหน้าที่และคำปฏิญาณต่อรัฐธรรมนูญมาก่อน" ส.ส. รัฐไวโอมิง ซึ่งเป็นบุตรสาวของอดีตรองประธานาธิบดีดิ๊ก เชนีย์ กล่าว

เหตุจลาจลเมื่อ 6 ม.ค. เกิดขึ้นหลังจากที่นายทรัมป์บอกกับผู้สนับสนุนในการประท้วงที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ว่า "สู้เต็มที่" ต่อต้านผลการเลือกตั้งในเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธความรับผิดชอบทุกอย่างต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้น

หลังการอภิปรายผ่านไปหลายชั่วโมง ในที่สุดสภาผู้แทนฯ ก็มีมติ 232-197 ถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์

"เราถูกขอให้หลับตาข้างเดียวต่ออาชญากรรม การทุจริต และการไม่เคารพกฎหมายอย่างโจ่งแจ้งของประธานาธิบดีทรราชของเราในทำเนียบขาว" อิลฮาน โอมาร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคเดโมแครต กล่าวในการอภิปรายในสภาผู้แทนฯ

หลังจากสภาผู้แทนฯ ลงมติถอดถอนเสร็จสิ้น ประธานาธิบดีทรัมป์แถลงผ่านคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย โดยประณามเหตุรุนแรงที่อาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 ม.ค. แต่ไม่ได้กล่าวถึงมติถอดถอนเขาเลย

อิลฮาน โอมาร์ ส.ส. หญิงจากพรรคเดโมแครต (กลาง) เรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติยื่นถอดถอนนายทรัมป์

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, อิลฮาน โอมาร์ ส.ส. หญิงจากพรรคเดโมแครต เรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติยื่นถอดถอนนายทรัมป์

ขั้นตอนหลังจากนี้

เมื่อสภาผู้แทนฯ ลงมติยื่นถอดถอน เรื่องจะถูกส่งต่อไปยังวุฒิสภาเพื่อเริ่มกระบวนการไต่สวนเพื่อตัดสินว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีความผิดหรือไม่

กฎหมายระบุว่า ต้องมีเสียงอย่างน้อย 2 ใน 3 ของวุฒิสภาตัดสินว่านายทรัมป์มีความผิด นั่นหมายความว่า ต้องมีวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันอย่างน้อย 17 คน ลงมติเอาผิดนายทรัมป์

นิวยอร์กไทมส์รายงานว่าขณะนี้มีวุฒิสมาชิกรีพับลิกันมากถึง 20 คน ที่มีโอกาสจะลงมติเอาผิดนายทรัมป์

ลำดับเวลาของการไต่สวนยังไม่ชัดเจน แต่ไม่น่าจะแล้วเสร็จทันก่อนที่นายทรัมป์จะก้าวลงจากตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค. นี้ ซึ่งนายโจ ไบเดน จะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

วุฒิสภาอาจใช้การไต่สวนกระบวนการถอดถอนในการปิดกั้นไม่ให้นายทรัมป์ลงสมัครเลือกตั้งอีกครั้งได้ โดยเขาได้ระบุว่า มีแผนที่จะสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2024

เมื่อ ธ.ค. 2019 เขากลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 3 ที่ถูกยื่นถอดถอน จากข้อหาละเมิดกฎหมายด้วยการขอให้ยูเครนตรวจสอบนายไบเดน เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสที่ตัวเขาจะชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่ออีกสมัย แต่ว่าวุฒิสภาเห็นว่าเขาไม่ผิดในเรื่องนี้

2px presentational grey line

กระบวนการถอดถอน : หลักการพื้นฐาน

  • กระบวนการถอดถอนคืออะไรกระบวนการถอดถอนคือการที่ประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งอยู่ถูกตั้งข้อหาอาญา ในกรณีนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ถูกกล่าวหาว่า ยั่วยุให้เกิดการจลาจลด้วยการส่งเสริมให้ผู้สนับสนุนของเขาบุกรัฐสภา
  • นายทรัมป์จะถูกปลดจากตำแหน่งหรือไม่ เสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรเพียงพอในการเริ่มกระบวนการถอดถอนเขา แต่ในการจะปลดเขาออกจากตำแหน่งได้ วุฒิสภาจะต้องเห็นว่า เขามีความผิดตามข้อกล่าวหาเหล่านั้น ซึ่งจำเป็นต้องมีเสียงข้างมาก 2 ใน 3 แต่ขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอนว่าจะเกิดขึ้น
  • แล้วกระบวนการถอดนี้มีความหมายอย่างไร นี่คือครั้งที่สองที่นายทรัมป์จะถูกยื่นถอดถอน และแม้ว่าการไต่สวนอาจเริ่มขึ้นหลังจากที่เขาสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งไปแล้ว แต่หากเขาถูกตัดสินว่ามีความผิด นั่นหมายความว่า เขาอาจถูกห้ามรับตำแหน่งในหน่วยงานของรัฐอีก
2px presentational grey line

คำบรรยายวิดีโอ, ผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บุกเข้าไปยังอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ

นิวยอร์กไทมส์ รายงานว่า นายมิตช์ แม็กคอนเนลล์ ผู้นำฝ่ายรีพับลิกันในวุฒิสภากล่าวกับคนสนิทว่า เขารู้สึกพอใจที่ฝ่ายเดโมแครตต้องการจะยื่นถอดถอนประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพราะเขาเชื่อว่า นี่จะเป็นการช่วยกำจัดนายทรัมป์ให้พ้นไปจากพรรครีพับลิกัน

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. สภาผู้แทนฯ ได้ผ่านมติที่เรียกร้องให้รองประธานาธิบดีไมก์ เพนซ์ ช่วยปลดนายทรัมป์ออกจากตำแหน่งโดยใช้บทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ 25 แต่นายเพนซ์ปฏิเสธที่จะทำตามแผนการนี้

2px presentational grey line

ทรัมป์เริ่มสูญเสียอำนาจ

บทวิเคราะห์โดยแอนโทนี ซูร์เชอร์ ผู้สื่อข่าวอเมริกาเหนือ

Analysis box by Anthony Zurcher, North America reporter

ขณะนี้นายโดนัลด์ ทรัมป์เหลือเวลาอยู่ในตำแหน่งอีกเพียง 1 สัปดาห์

การยื่นถอดถอนครั้งนี้ต่างจากกระบวนการครั้งแรกเนื่องจากการลงมติครั้งนี้มีสมาชิกจากพรรครีพับลิกันสนับสนุนด้วยจำนวนหนึ่ง รวมถึง ลิซ เชนีย์ ซึ่งอยู่ในกลุ่มแกนนำ ส.ส. ของพรรค นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่จะได้รับเสียงสนับสนุนที่เพียงพอจากวุฒิสภาในการเอาผิดประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่างไปจากการลงมติเมื่อเดือน ม.ค. 2020 เห็นได้จากการส่งสัญญาณที่จะรับรองของนายมิตช์ แม็กคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา

แน่นอนว่า ผลที่ตามมาลำดับแรกของการที่วุฒิสภาลงมติเห็นว่านายทรัมป์มีความผิดจริง คือ การปลดเขาออกจากตำแหน่ง ดูเหมือนจะไม่ได้มีผลอะไรเนื่องจากขณะนี้เวลาการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของนายทรัมห์เหลือน้อยเต็มที แต่ฝ่ายเดโมแครตเห็นว่ากระบวนการยื่นถอดถอนนี้ เป็นวิธีแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างเป็นทางการต่อพฤติกรรมของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว แต่รวมถึงช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ที่เขาท้าทายและทำลายผลการเลือกตั้งในเดือน พ.ย. ด้วย

การตัดสินว่ามีความผิด อาจจะส่งผลให้นายทรัมป์ถูกห้ามรับตำแหน่งทางการในหน่วยงานของรัฐบาลกลางอีกต่อไป และถูกตัดสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่จะได้รับในฐานะอดีตประธานาธิบดีด้วย

โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นเพียงลำพัง ก็ทำให้ฝ่ายเดโมแครต (และอาจจะมีสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนที่พร้อมจะละเมิดระบอบทรัมป์) เห็นว่าความพยายามยื่นกระบวนการถอดถอนนี้มีความคุ้มค่า