กระบวนการถอดถอนทรัมป์ มีขั้นตอนอย่างไร

ที่มาของภาพ, FOLLOWING THE RELEASE OF THE MUELLER REPORT, SOME
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเผชิญกระบวนการถอดถอนที่อาจทำให้เขาต้องถูกปลดจากตำแหน่ง
ประเด็นสำคัญที่นำไปสู่การเข้าสู่กระบวนการนี้คือเรื่องที่ว่านายทรัมป์ ได้ขอความช่วยเหลือจากยูเครนอย่างไม่ถูกไม่ควรเพื่อเพิ่มโอกาสให้ตัวเอง ได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาทำหน้าที่ต่อในปี 2020 หรือไม่
ขั้นตอน ณ ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยการไต่สวนอย่างเปิดเผยครั้งแรกจะเริ่มขึ้นในวันนี้ (13 พ.ย.) ในสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ซึ่งฝ่ายเดโมแครตครองเสียงส่วนใหญ่ ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งอยู่ฝ่ายรีพับลิกัน ปฏิเสธแข็งขันว่าไม่ได้กระทำสิ่งใดผิด
สุดท้ายแล้ว นายทรัมป์จะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วง 2-3 สัปดาห์นี้
เขาถูกกล่าวหาว่าทำผิดอะไร
ประธานาธิบดีทรัมป์ ถูกกล่าวหาว่ากดดันให้ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ขุดคุ้ยข้อมูลที่สร้างความเสียหายต่อนายโจ ไบเดน หนึ่งในคู่แข่งคนสำคัญจากพรรคเดโมแครต และนายฮันเทอร์ ไบเดน ลูกชายของเขา
นายฮันเทอร์ทำงานที่บริษัทของยูเครนแห่งหนึ่ง ในช่วงที่นายโจ ไบเดน ทำหน้าที่รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ
การขอความช่วยเหลือจากต่างชาติเพื่อให้ชนะการเลือกตั้งสหรัฐฯ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
หลักฐานคืออะไร
เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองที่ไม่เปิดเผยนามเป็นคนนำเรื่องนี้มาเปิดเผย โดยเขาได้เขียนจดหมายแสดงความกังวลเกี่ยวกับการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ ระหว่างนายทรัมป์และนายเซเลนสกี เมื่อวันที่ 25 ก.ค.
ถ้อยคำคร่าว ๆ ของบทสนทนาทางโทรศัพท์ระบุว่า นายทรัมป์ได้ขอร้องให้ประธานาธิบดีเซเลนสกี สอบสวนข้อกล่าวหาที่สร้างความเสื่อมเสียต่อนายโจและนายฮันเทอร์ ไบเดน

ที่มาของภาพ, Reuters
การสนทนาทางโทรศัพท์นี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่นายทรัมป์ ได้สั่งระงับความช่วยเหลือทางการทหารของสหรัฐฯ มูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่ยูเครน เจ้าหน้าที่อาวุโสของทางการได้ให้ปากคำในเวลาต่อมาว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุชัดเจนว่า การให้ความช่วยเหลือแก่ยูเครนมีเงื่อนไขว่า จะต้องทำให้มีการสอบสวนนายไบเดน แต่ทำเนียบขาวปฏิเสธเรื่องนี้
ทรัมป์แก้ต่างอย่างไร
นายทรัมป์ปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้ความช่วยเหลือทางการทหารของสหรัฐฯ เป็นหมากในการต่อรองกับนายเซเลนสกี และยืนกรานหลายครั้งว่า การพูดคุยกันทางโทรศัพท์กับผู้นำยูเครนนั้นเป็นสิ่งที่ "ถูกต้อง"
เขาเรียกกระบวนการยื่นถอดถอนว่า "เป็นการล่าแม่มด" ของฝ่ายเดโมแครตและสื่อ
การถอดถอน(impeachment) คืออะไรกันแน่
ในบริบทนี้ "การถอดถอน" หมายถึง การนำข้อกล่าวหาต่าง ๆ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเปิดให้มีการไต่สวนขึ้น
รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ระบุว่า ประธานาธิบดี "ต้องถูกถอดถอนจากตำแหน่งหากกระทำผิดในข้อหาก่อกบฏ ติดสินบน หรือก่ออาชญากรรมรุนแรง หรือ การกระทำความผิดลหุโทษ"
มีกระบวนการอย่างไร
กระบวนการถอดถอนมี 2 ขั้น คือ สภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นฝ่ายยื่นถอดถอน
การลงมติยื่นถอดถอนต้องการเพียงเสียงส่วนใหญ่เท่านั้น จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการไต่สวนของวุฒิสภา


แต่ในขั้นของวุฒิสภา จำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุน 2 ใน 3 เพื่อถอดถอนประธานาธิบดีสหรัฐฯ และในประวัติศาสตร์ยังไม่เคยมีประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใดถูกลงมติถอดถอนจนต้องพ้นจากตำแหน่งมาก่อน
ปัจจุบันฝ่ายรีพับลิกันครองเสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภาของสหรัฐฯ
เคยมีประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนไหนอีกบ้างที่ถูกยื่นถอดถอน
บิล คลินตัน ถูกยื่นถอดถอนจากการเบิกความเท็จต่อหน้าคณะลูกขุนใหญ่และขัดขวางกระบวนการยุติธรรม หลังจากที่เขาโกหกเรื่องความสัมพันธ์กับโมนิกา ลูวินสกี อดีตนักศึกษาฝึกงานในทำเนียบขาว และยังถูกกล่าวหาว่าเขาขอให้เธอโกหกเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย
เมื่อกระบวนการไต่สวนเข้าสู่วุฒิสภาในปี 1999 การลงมติชี้ว่าเขามีความผิดก็ยังไม่ถึง 2 ใน 3 ซึ่งเป็นจำนวนที่เพียงพอในการปลดประธานาธิบดีออกจากตำแหน่ง

ที่มาของภาพ, AFP
อีกคนคือ นายแอนดรูว์ จอห์นสัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ถูกยื่นถอดถอนในปี 1868 หนึ่งในข้อกล่าวหาที่มีต่อเขาคือ การสั่งปลดรัฐมนตรีกระทรวงการทำสงครามโดยขัดต่อเจตจำนงของรัฐสภา นายจอห์นสัน รอดพ้นจากการถูกลงมติถอดถอน ซึ่งต้องการเสียงส่วนใหญ่จำนวน 2 ใน 3 ในวุฒิสภา เพียงแค่เสียงเดียวเท่านั้น

ที่มาของภาพ, Getty Images
ส่วนนายริชาร์ด นิกสัน ประธานาธิบดีคนที่ 37 ของสหรัฐฯ ลาออกในปี 1974 ก่อนที่เขาจะถูกยื่นถอดถอนจากเรื่องอื้อฉาววอเตอร์เกต (Watergate)
ใครจะเป็นประธานาธิบดีแทนทรัมป์
ในสายการสืบทอดตำแหน่งของรัฐบาลสหรัฐฯ ตามรัฐบัญญัติการสืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีปี 1947 นายไมก์ เพนซ์ รองประธานาธิบดี จะขึ้นมารับทำหน้าแทนนายทรัมป์ หากเขาต้องพ้นจากตำแหน่ง









