โบอิง 737: เรื่องราวชีวิตของผู้โดยสารบนเครื่องบินอินโดนีเซียที่ตกในทะเล

Pilot Captain Afwan in the cockpit of a plane

ที่มาของภาพ, Endah

คำบรรยายภาพ, กัปตันอัฟวัน

ขณะนี้เริ่มมีข้อมูลชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ เกี่ยวกับผู้โดยสารบนเครื่องบินสายการบินศรีวีจายาที่ตกเมื่อวันเสาร์ (9 ม.ค.)

ญาติผู้โดยสารกำลังเฝ้ารอด้วยความหวั่นใจขณะเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินปฏิบัติการตามหาซากเครื่องบินโบอิง 737 ซึ่งพุ่งลงทะเลไม่กี่นาทีหลังขึ้นจากสนามบินในกรุงจาการ์ตา

ชาวประมงในพื้นที่เก็บกู้ซากชิ้นส่วนที่สงสัยว่ามาจากเครื่องบินของสารการบินศรีวิชัยแอร์และส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่กู้ภัย

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ชาวประมงในพื้นที่เก็บกู้ซากชิ้นส่วนที่สงสัยว่ามาจากเครื่องบินของสารการบินศรีวีจายาแอร์และส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่กู้ภัย

ดูเหมือนไม่มีหวังแล้วว่าผู้โดยสาร 62 คนจะรอดชีวิต แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ

บีบีซีแผนกภาษาอินโดนีเซียพูดคุยกับญาติของผู้โดยสารบนเครื่องบินที่ต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมในครั้งนี้

กัปตันอัฟวัน

"เรายังเศร้าโศก ได้แต่สวดภาวนาให้เรื่องลงเอยอย่างดีที่สุด" เฟอร์ซา มาฮาร์ดีกา ซึ่งเป็นหลานชายของกัปตันที่ขับเครื่องบินสายการบินศรีวีจายาไฟลต์ SJ182 กล่าว

หลานชายนักบินเล่าให้บีบีซีฟังว่า อัฟวันออกจากบ้านไปอย่างรีบร้อนในวันนั้น พร้อมกับบ่นว่า "ยังไม่ได้รีดเสื้อ ทั้ง ๆ ที่ปกติเขาเป็นคนเนี้ยบมาก"

อัฟวันเอ่ยขอโทษลูกทั้งสามของเขาที่ต้องออกไปทำงานอีกแล้ว

เช่นเดียวกับนักบินอินโดนีเซียอีกหลายคน อัฟวันเริ่มอาชีพนักบินด้วยการเป็นทหารอากาศก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นนักบินเครื่องบินเชิงพาณิชย์ในปี 1987

ครอบครัวและเพื่อนร่วมงานเล่าว่า เขาเป็นชาวมุสลิมที่เคร่งศาสนา และพร้อมเสมอที่จะให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานและชุมชนในเมืองบอกอร์ ในจังหวัดชวาตะวันตก

รูปโปรไฟล์บนบัญชีโซเชียลมีเดียของเขาเป็นรูปการ์ตูนซูเปอร์แมนที่กำลังสวดภาวนาอยู่ มีข้อความเขียนว่า "มันไม่สำคัญว่าคุณจะบินสูงแค่ไหน คุณจะไปไม่ถึงสวรรค์หากไม่สวดภาวนา"

"เขาเป็นคนดี มักจะให้คำแนะนำที่ชาญฉลาด เป็นที่รู้จักดีในชุมนุมว่าเป็นคนมีน้ำจิตน้ำใจ" เฟอร์ซา มาฮาร์ดีกา กล่าว "ผมรู้สึกใจสลาย ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเกิดเรื่องนี้ขึ้น โปรดช่วยสวดภาวนาให้ลุงและครอบครัวเราด้วย"

ลูกชาย

Afrida holding photo of her son at her home in Padang Sumatra

ที่มาของภาพ, BBC Indonesia

คำบรรยายภาพ, "หากเขาจากไปแล้ว ฉันอยากจะพาร่างเขากลับบ้านเพื่อมาทำพิธีฝังอย่างดี"

อังกา แฟร์นันดา อัฟริออน พนักงานบริษัทที่เพิ่งได้ลูกชาย เป็นอีกคนหนึ่งที่อยู่บนเครื่องบินลำนั้น

อัฟริดา แม่ของอังกา บอกกับบีบีซีแผนกภาษาอินโดนีเซียว่าเธอยังมีหวังว่าลูกชายจะยังมีชีวิตอยู่

"ญาติที่จาการ์ตากำลังค้นหาข้อมูล ฉันเองก็อยากไปแต่โรคระบาดทำให้เดินทางลำบาก" อัฟริดา ซึ่งอาศัยอยู่ที่จังหวัดสุมาตราตะวันตก กล่าว

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อังกาซึ่งทำงานบนเรือขนส่ง เพิ่งได้ลูกชายคนแรก แม่ของเขาเล่าว่าการได้กลายเป็นพ่อคนเป็นแรงผลักดันให้เขาทำงานหนักกว่าเดิมเพื่อที่จะได้หาเงินมาเลี้ยงดูลูก

อังกาเพิ่งคุยกับแม่เมื่อวันศุกร์โดยบอกว่าต้องเดินทางมาเมืองปนตีอานักในจังหวัดกาลีมันตันตะวันตกเพราะได้รับคำสั่งจากหัวหน้าให้มาช่วยจัดการเรือที่ได้รับความเสียหาย

อัฟริดาบอกว่าลูกชายเป็นคนที่ "มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวแต่ก็เชื่อฟัง เขาเป็นคนสุภาพและสามารถเข้ากับใครก็ได้"

"หากเขาจากไปแล้ว ฉันอยากจะพาร่างเขากลับบ้านเพื่อมาทำพิธีฝังอย่างดี" อัฟริดากล่าว พร้อมประคองรูปลูกชายไว้กับตัว

พบจุดที่เครื่องบินโดยสารโบอิง 737 ของอินโดนีเซียตกแล้ว

คู่บ่าวสาว

อิซัน อัดลัน ฮาคิม และ ปูตรี วาห์ยูนี คู่สามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานก็อยู่บนเครื่องบินลำนี้ด้วย น้องชายของอิซันบอกกับเว็บไซต์ข่าวคอมพาส (Kompas) ว่าพี่ชายเพิ่งโทรศัพท์มาจากโรงแรมในจาการ์ตาเพื่อบอกว่าเวลาบินถูกเลื่อนออกไปเพราะสภาพอากาศไม่ดี

พวกเขาสองคนกำลังจะเดินทางมาที่เมืองปนตีอานักเพื่อจัดงานแต่งงานเพื่อให้ญาติของอิซันได้ร่วมงานด้วย

พ่อแม่มือใหม่

ยูสรีลานิตาเป็นลมเมื่อทราบข่าวเครื่องบินสายการบินศรีวีจายา ลูกสาวเธอ อินดา ฮาลิมา ปูตรี และลูกเขย โมฮัมเหม็ด ริซกี วาห์ยูดี พร้อมทั้งลูกทารกของพวกเขาอยู่บนเครื่องลำนี้ด้วย

อินดาเดินทางมาคลอดลูก และกำลังเดินทางกลับไปเมืองปนตีอานักพร้อมสามีและลูก

ข่าวท้องถิ่นรายงานว่า ก่อนเครื่องขึ้น อินดาส่งรูปปีกเครื่องบินพร้อมกับข้อความเล่าว่าฝนตกหนักมาก และขอให้ครอบครัวสวดภาวนาให้เธอด้วย