โบอิง 737: ทัพเรืออินโดนีเซียเผยพบจุดที่เครื่องบินของสายการบินศรีวีจายาแอร์ตกพร้อมผู้โดยสาร 62 คนแล้ว

ที่มาของภาพ, Reuters
ทางการอินโดนีเซียเปิดเผยว่าในขณะนี้สามารถระบุพิกัดจุดที่เชื่อว่าเครื่องบินโบอิง 737 ของสายการบินศรีวีจายาแอร์ ตกลงในทะเลไม่นานหลังจากบินขึ้นจากสนามบินในเมืองหลวงของประเทศเมื่อวันเสาร์ (9 ม.ค.) ที่ผ่านมา
เครื่องบินโดยสารของสายการบินดังกล่าว บรรทุกผู้โดยสารทั้งหมด 62 คน หายจากจอเรดาร์เพียง 4 นาทีหลังจากทะยานออกจากสนามบินในกรุงจาการ์ตา เพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางที่เมืองปนตีอานักในจังหวัดกาลีมันตันตะวันตก
ทางการต้องระดมเรือจำนวนมากกว่า 10 ลำเพื่อค้นหาร่วมกันนักประดาน้ำจากกองทัพเรือ ภารกิจการค้นหาและกู้ภัยดำเนินตลอดวานนี้ ยกเว้นในช่วงกลางคืนที่ต้องยุติลงชั่วคราว ก่อนที่จะกลับมาเริ่มต้นในเช้าวันนี้อีกครั้ง
"พวกเราสามารถตรวจจับสัญญาณจากจุดสองจุด ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นกล่องดำ หรือกล่องบันทึกข้อมูลการบิน" หัวหน้าหน่วยงานด้านการค้นหาและกู้ภัยของอินโดนีเซียกล่าว

ที่มาของภาพ, EPA
ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังวิเคราะห์ชิ้นส่วนที่ได้มา ซึ่งคาดว่าจะเป็นเศษซากจากเครื่องบิน อย่างไรก็ตามเครื่องบินที่ตกไม่ใช่เครื่องบินโบอิงแบบ 737 แมกซ์ (Max) รุ่นที่ถูกสั่งระงับการบินมาตั้งแต่เดือนมี.ค. 2019 จนถึงเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงสองครั้ง

ที่มาของภาพ, EPA
เกิดอะไรขึ้นกับเครื่องบินศรีวีจายาแอร์
เครื่องบินลำดังกล่าวเดินทางออกจากสนามบินในกรุงจาการ์ตาเมื่อเวลา 14.36 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเมื่อวานนี้ (9 ม.ค.) ต่อมาในเวลา 14.40 น. กระทรวงคมนาคมรายงานว่า เครื่องบินลำนี้ ซึ่งใช้รหัสเที่ยวบินที่ SJY182 ได้หายไปจากจอเรดาร์ โดยปกติแล้วเส้นทางการบินจากกรุงจาการ์ต้าไปยังเมืองปนตีอานักบนเกาะบอร์เนียวด้านตะวันตกจะใช้เวลาราว 90 นาที
หัวหน้าหน่วยงานด้านการค้นหาและกู้ภัยของอินโดนีเซียระบุว่า เครื่องบินลำนี้ไม่ได้ส่งสัญญาณของความช่วยเหลือแต่อย่างใด
จากข้อมูลของเว็บไซต์ Fightradar24.com เชื่อว่าเครื่องบินจะสูญเสียการควบคุมและตกลงมาจากระยะทาง 3,000 เมตรภายในเวลาไม่กี่นาที ขณะที่บุคคลในที่เกิดเหตุบอกว่าเห็นและได้ยินเสียงระเบิดอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
"เครื่องบินตกลงมาเร็วราวกับฟ้าผ่าและเกิดระเบิดบนทะเล ใกล้ ๆ กับพวกเรา และชิ้นส่วนที่กระเด็นออกมาเกือบกระแทกเรือของเราด้วย" ชาวประมงรายหนึ่งบอกกับผู้สื่อข่าวบีบีซีอินโดนีเซีย
ชาวเกาะในบริเวณใกล้เคียงก็บอกว่า พบเจอเศษซากของเครื่องบินลำดับกล่าวเช่นกัน


ผู้โดยสารบนเครื่องเป็นใครบ้าง
เครื่องบินของศรีวีจายาแอร์ลำนี้ สามารถบรรทุกผู้โดยสารทั้งหมด 130 ที่นั่ง แต่ในเที่ยวบินดังกล่าวคาดว่ามีผู้โดยสารบนเครื่องทั้งหมดเพียง 50 คน ในจำนวนนั้นเป็นเด็ก 7 คน และทารกอีก 3 คน นอกจากนี้ยังมีลูกเรืออีก 12 คน ทั้งหมดเป็นชาวอินโดนีเซีย
ขณะที่บรรดาญาติของผู้โดยสารต่างเฝ้ารอคอยด้วยความกังวลใจทั้งที่สนามบินในเมืองปนตีอานัก และสนามบินนานาชาติซูการ์โนฮัตตาที่กรุงจาการ์ตา

ที่มาของภาพ, EPA
ญาติของผู้โดยสารรายหนึ่งเล่าทั้งน้ำตาว่า "บนเครื่องบินลำนั้นมีคนในครอบครัวผมถึง 4 คน ภรรยา และลูก ๆ อีก 3 คน"
"ภรรยาของผมเพิ่งส่งรูปลูกมาให้ดูวันนี้เอง จะไม่ให้ผมใจสลายได้อย่างไร"
เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับเครื่องบินลำนี้
จากข้อมูลการจดทะเบียนการบินของเครื่องบินของสายการบินศรีวีจายาแอร์ ระบุว่า เครื่องบินลำนี้เป็นแบบโบอิง 737-500 มีอายุการใช้งานมาแล้ว 26 ปี
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินศรีวีจายาแอร์ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เครื่องบินยังมีสภาพการใช้งานที่ดี แต่ในวันเกิดเหตุเที่ยวบินดังกล่าวต้องล่าช้ากว่ากำหนดเนื่องจากฝนตกหนัก
สำหรับสายการบินนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2003 เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการสายการบินราคาประหยัด ทำการบินภายในประเทศและเส้นทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ที่มาของภาพ, GM Fikri Izzudin Noor
สำหรับเครื่องบินลำที่เกิดเหตุล่าสุดสูญหายไปทางทิศเหนือจากกรุงจาการ์ตาราว 20 กิโลเมตร ซึ่งไม่ไกลจากจุดที่เคยเกิดอุบัติเหตุในเดือน ต.ค. 2018 ซึ่งครั้งนั้นเกิดขึ้นกับสายการบินไลออนแอร์ ซึ่งได้คร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือไปกว่า 189 คน หลังจากบินออกจากสนามบินเพียง 12 นาที สำหรับสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนั้นมาจากความล้มเหลวในการออกแบบเครื่องยนต์ และยังเป็นความผิดพลาดของนักบินและสายการบินอีกด้วย
อุบัติเหตุทางอากาศครั้งนั้นเป็นหนึ่งในสองครั้งที่มีความรุนแรง จนทำให้องค์การด้านการบินของอินโดนีเซียต้องมีคำสั่งให้ระงับการบินของเครื่องบินแบบโบอิง 737 แมกซ์ (Max) เป็นการชั่วคราวก่อนที่จะอนุญาตให้กลับมาทำการบินได้อีกครั้งในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา









