โบอิง 737 : เครื่องบินโดยสารของอินโดนีเซียซึ่งมีผู้โดยสาร 62 ราย หายไป โดยเชื่อกันว่าตกลงทะเล หลังบินขึ้นจากกรุงจาการ์ตา

ที่มาของภาพ, AFP
เครื่องบินโดยสารซึ่งมีผู้โดยสาร 62 ราย หายไป โดยเชื่อกันว่าตกลงทะเล หลังจากบินขึ้นจากกรุงจาการ์ตาได้ไม่นาน
เครื่องบินโบอิง 737 ของสายการบินศรีวีจายา (Sriwijaya Air) ขาดการติดต่อขณะมุ่งหน้าไปยังเมืองปอนติอานัก ในจังหวัดกาลิมันตันตะวันตก
เว็บไซต์ติดตามเส้นทางการบิน Flightradar24.com ระบุว่า เครื่องบินดิ่งลงกว่า 3,000 เมตร ภายในเวลาไม่ถึงนาที
มีภาพที่ดูเหมือนเป็นซากเครื่องบินปรากฏบนโทรทัศน์และโซเชียลมีเดีย และผู้อยู่อาศัยบนเกาะใกล้ ๆ กับบริเวณที่เครื่องบินหายไปบอกกับบีบีซีแผนกภาษาอินโดนีเซียว่าพวกเขาพบซากวัตถุซึ่งคิดว่ามาจากเครื่องบินลำดังกล่าว
กระทรวงคมนาคมอินโดนีเซียบอกว่ากำลังดำเนินปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลืออยู่
จากข้อมูลลงทะเบียน เครื่องบินลำดังกล่าวเป็นเครื่องบินโบอิง 737-500
ศรีวีจายาแอร์ ซึ่งเป็นสายการบินในประเทศ ระบุว่ากำลังรวบรวมข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้น

ที่มาของภาพ, Reuters
เครื่องบินโบอิง 737 ไม่ใช่รุ่นเดียวกับเครื่องบินโบอิง 737 แม็กซ์ ซึ่งเป็นรุ่นที่เกิดเหตุเครื่องบินตก 2 ครั้งใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยครั้งแรกคือเมื่อ ต.ค. ปี 2018 ที่สายการบินไลอ้อนแอร์ตกลงทะเล ทำให้มีผู้เสียชีวิต 189 ราย
ธีโอ เลกเก็ต ผู้สื่อข่าวด้านธุรกิจบีบีซี ระบุว่า เครื่องบินโบอิง 737-500 ผลิตออกมาเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ 737 คลาสสิก (737 Classic) ซึ่งเป็นรุ่นที่สองของเครื่องตระกูล 737 ซึ่งออกมาในช่วงทศวรรษ 80 และ 90 โดยที่ผ่านมาถือว่ามีประวัติความปลอดภัยดีมาก
เครื่องบินลำดังกล่าวของศรีวีจายาแอร์ ใช้การมา 26 ปี และแม้ว่าสายการบินต่าง ๆ นิยมใช้งานเครื่องใหม่มากกว่าเพราะประหยัดพลังงานกว่า แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เครื่องบินจะถูกใช้การมานานเช่นนี้
อย่างไรก็ดี อินโดนีเซียมีประวัติความปลอดภัยด้านการบินไม่ดีนัก ก่อนหน้านี้ เป็นเวลานานกว่าทศวรรษที่มีคำสั่งห้ามไม่ให้เครื่องบินจากภูมิภาคนี้บินเข้าไปยังประเทศในสหภาพยุโรป จนกระทั่งไม่นานมานี้ คิดกันว่ามาตรฐานด้านความปลอดภัยดีขึ้นและมาในปี 2018 สายการบินทั้งหมดของอินโดนีเซียถูกถอดออกจากบัญชีดำของสหภาพยุโรป










