โควิด-19 : ผู้ที่เดินทางเข้าอังกฤษและสกอตแลนด์ต้องมีผลตรวจเป็นลบ

ที่มาของภาพ, Getty Images
ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศทุกคนจะต้องแสดงผลตรวจโควิด-19 ที่เป็นลบก่อนเดินทางมายังอังกฤษและสกอตแลนด์
มาตรการใหม่นี้ยังบังคับใช้กับพลเมืองของสหราชอาณาจักรเอง ที่จะต้องตรวจโควิดก่อนออกเดินทางจากประเทศต้นทางไม่เกิน 72 ชั่วโมง โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในอังกฤษช่วงต้นสัปดาห์หน้า และ "เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้" ในสกอตแลนด์
นายแกรนต์ แชปป์ส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสหราชอาณาจักร หวังว่ามาตรการนี้จะช่วยหยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา "กลายพันธุ์" ที่ระบาดอยู่ในขณะนี้
มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทางการทั้งของรัฐบาลเวลส์และไอร์แลนด์เหนือกำลังหารือถึงการกำหนดมาตรการที่คล้ายคลึงกัน
"เราได้ใช้มาตรการที่สำคัญหลายอย่างในการป้องกันการนำเข้าผู้ป่วยโควิด-19 แล้ว แต่เชื้อสายพันธุ์ใหม่แพร่กระจายอยู่ในหลายประเทศ เราจึงต้องใช้มาตรการป้องกันเพิ่มเติม" นายแชปป์ส กล่าว
มีการกำหนดมาตรการนี้หลังจากมีรายงานผู้เสียชีวิตภายใน 28 วัน หลังตรวจพบการติดเชื้อเพิ่มอีก 1,162 คน ในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นวันที่สองที่ยอดผู้เสียชีวิตสูงกว่า 1,000 คน ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 52,618 คน
ช่วงที่ผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักร รับปากว่า ภายในวันที่ 15 ม.ค. นี้ จะจัดการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้ประชากรได้ "หลายแสนคน" ต่อวัน ในอังกฤษ
นายจอห์นสันยืนยันในระหว่างแถลงข่าวที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 ม.ค. ว่า มีคนในสหราชอาณาจักรเกือบ 1.5 ล้านคน ได้รับวัคซีนโรคโควิด-19 แล้วอย่างน้อยคนละ 1 โดส แต่เตือนว่าความต่อเนื่องของการให้วัคซีนอาจมีอุปสรรคอยู่บ้าง
แม้ว่าจะมีวัคซีนแล้ว แต่ความกังวลในเรื่องการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ยังมีอยู่ เช่นที่พบในแอฟริกาใต้ ทำให้รัฐบาลต้องบังคับใช้มาตรการเพิ่มเติมกับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ
ผู้ใดที่เดินทางเข้ามาโดยเครื่องบิน เรือ หรือรถไฟ แต่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการนี้อาจจะถูกปรับทันที 500 ปอนด์ (ราว 20,000 บาท)
อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำหรับพนักงานขับรถขนส่งสินค้า เด็กอายุต่ำกว่า 11 ปี และผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่ไม่มีสาธารณูปโภคในการตรวจหาเชื้อ การเดินทางมาจากไอร์แลนด์ซึ่งอยู่ในพื้นที่พรมแดนเปิด (Common Travel Area) ก็ได้รับการยกเว้นเช่นกัน

ที่มาของภาพ, Getty Images
ภายใต้มาตรการใหม่ ผู้ที่เดินทางเข้าเมืองจำเป็นต้องแสดงหลักฐานผลการตรวจที่เป็นลบแก่สายการบินก่อนเดินทาง และอาจจะถูกปฏิเสธการขึ้นเครื่องได้ ถ้าไม่ยอมปฏิบัติตาม
ผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางเข้ามาจากประเทศต่าง ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีได้รับการยกเว้นการกักตัว จะต้องกักตัวเองนาน 10 วัน ไม่ว่าจะมีผลตรวจเป็นบวกหรือลบ
รัฐบาลสกอตแลนด์ ยืนยันแล้วว่า จะใช้กฎคล้ายคลึงกันกับอังกฤษ แต่ระบุว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่อข้อจำกัดปัจจุบันที่กำหนดไว้ว่าการเดินทางที่ไม่จำเป็นเข้าและออกจากสกอตแลนด์เป็นเรื่องผิดกฎหมาย
ผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศไปยังสกอตแลนด์จะต้องแสดงผลการตรวจโควิดที่เป็นลบ ซึ่งทำการตรวจไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง รัฐบาลสกอตแลนด์ระบุเพิ่มเติมว่า คณะรัฐมนตรีต้องการ "ใช้มาตรการนี้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
มาตรการนี้เกิดขึ้นหลังจากที่อังกฤษ ห้ามคนที่เดินทางมาจากหลายประเทศใกล้กับแอฟริกาใต้ เข้าประเทศ เพื่อหยุดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ที่พบในแอฟริกาใต้ ข้อจำกัดด้านการเดินทางล่าสุดนี้กำหนดขึ้นในขณะที่ สหราชอาณาจักรเองกำลังอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎเกณฑ์ที่เข้มงวด โดยมีการล็อกดาวน์ทั้งในอังกฤษ, เวลส์, ไอร์แลนด์เหนือ และพื้นที่ส่วนใหญ่ของสกอตแลนด์ ทำให้แทบไม่มีการเดินทางจากต่างประเทศเลย
บุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมการบินหลายคน ซึ่งได้รับความเสียหายจากการระบาดใหญ่ ยอมรับถึงความจำเป็นในการใช้ข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าโรงพยาบาลในสหราชอาณาจักรจะยังรองรับผู้ป่วยได้
อย่างไรก็ตาม พวกเขาเรียกร้องให้รัฐมนตรียกเลิกข้อจำกัดเหล่านี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ที่มาของภาพ, POOL
ทิม อัลเดอร์สเลด หัวหน้าผู้บริหารของแอร์ไลน์ส ยูเค (Airlines UK) หน่วยงานของอุตสาหกรรมการบิน กล่าวว่า มาตรการเหล่านี้ควร "ใช้ระยะสั้น และเป็นมาตรการเร่งด่วนเท่านั้น"
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า "เมื่อมีการเร่งให้วัคซีนเพิ่มขึ้น จะต้องทำให้การเดินทางกลับมาเป็นปกติให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้" รวมถึง การยกเลิกการกักตัวและการตรวจหาเชื้อ"
จอห์น ฮอลแลนด์-เคย์ ผู้อำนวยการสนามบินฮีทโธรว์ ระบุว่า เห็นด้วยกับการตรวจหาเชื้อก่อนการเดินทาง โดยทางสนามบินได้เรียกร้องให้มีการใช้มาตรการนี้มาตั้งแต่เดือน เม.ย. ปีที่แล้ว
ในการแถลงข่าว นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ระบุว่า โครงการให้วัคซีนเป็นความท้าทายระดับประเทศ จำเป็นต้องใช้กองกำลังติดอาวุธเข้ามาช่วยซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
นายจอห์นสัน รับปากว่าจะสามารถฉีดวัคซีนให้แก่คนได้ "หลายแสนคน" ต่อวันภายในวันที่ 15 ม.ค. นี้ ตามจุดให้บริการที่มีแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป (General Practitioner หรือ GP) คอยดูแลมากกว่า 1,000 แห่ง
เขากล่าวว่า ในเบื้องต้นมีโรงพยาบาล 223 แห่ง และ "ศูนย์วัคซีนขนาดใหญ่" 7 แห่ง และร้านยาในชุมชนอีก 200 แห่ง ที่ให้บริการฉีดวัคซีน โดยศูนย์บริการวัคซีนจะอยู่ภายในรัศมี 16 กิโลเมตร จากชุมชน
รัฐบาลได้ตั้งเป้าที่จะให้วัคซีนแก่กลุ่มที่มีความสำคัญลำดับแรก 4 กลุ่ม รวมถึงผู้ที่อายุเกินกว่า 80 ปี ทุกคนภายในวันที่ 15 ก.พ. นี้











